ตำนาน โซโลมอน กษัตริย์ที่ได้รับฉายา ผู้ทรงปัญญา

posted: 1 year ago
3,004 views
ตำนาน โซโลมอน กษัตริย์ที่ได้รับฉายา ผู้ทรงปัญญา

comments

เมื่อพูดถึงชื่อของ โซโลมอน แล้ว คอหนัง คอเกม ทั้งหลาย คงจะได้ยินชื่อดังกล่าวมาไม่มากก็น้อย โดยชื่อของโซโลมอนนั้น มักจะปรากฏอยู่ในหนัง ในเกม ในฐานะของผู้ทรงปัญญาอยู่เสมอ เอ๋ ? แล้วสงสัยกันบ้างหรือเปล่า ว่าโซโลมอนนี่ แท้จริงเขาคือใครกันแน่ ?

วันนี้ เราก็นำเกร็ดประวัติศาสตร์เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับ โซโลมอน กษัตริย์ผู้ได้รับฉายา ผู้ทรงปัญญา มาฝาก ทำไมชื่อของเขาถึงได้ถูกเล่าขานมาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 3,000 ปี กันนะ?


จุดเริ่มต้น ของกษัตริย์โซโลมอน

โซโลมอน (ซาโลมอน หรือสุลัยมาน) นั้น เป็นบุตรของกษัตริย์ดาวิดพระมหากษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งราชอาณาจักรอิสราเอล โดยทั้ง 2 ท่านเป็นผู้ที่มีการจารึกไว้ในคัมภีร์ฮิบรู (พันธสัญญาเดิม) และในคัมภีร์อัลกุรอาน ปรากฏในคัมภีร์ฮีบรูหมวดทานัคของศาสนายูดาห์ คัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิมของศาสนาคริสต์ และในคัมภีร์อัลกุรอานของศาสนาอิสลาม

สำหรับโซโลมอน กษัตริย์ผู้นี้ถูกนับให้เป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ของราชอาณาจักรอิสราเอล ถือได้ว่าเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายก่อนที่จะแยกเป็นราชอาณาจักรอิสราเอลทางเหนือและราชอาณาจักรยูดาห์ทางใต้ หลังจากการแยกตัวผู้ที่สืบเชื้อสายก็ปกครองแต่เพียงราชอาณาจักรยูดาห์เท่านั้น

ในพระคัมภีร์ต่างๆ กล่าวเอาไว้ว่า พระเจ้าโซโลมอนนั้นทรงปัญญา ร่ำรวย และเต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถในการดูแลบริหารบ้านเมือง ทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ด้วยการตัดสินคดี การบริหารบ้านเมืองต่างๆ ประชาชนทั้งหลายจึงต่างสรรเสริญว่า พระราชาโซโลมอน นั้น คือกษัตริย์ผู้ทรงปัญญา


20120503-Solomon and sheeba


พระราชาโซโลมอนนั้น นอกเหนือจากสติปัญญาแล้ว มักจะมีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งที่กษัตริย์เดวิดได้สิ้นพระชนม์ลง และท่านได้ขึ้นครองราชย์แทนนั้น พระองค์ได้เดินทางไปยังเมืองกิเบนโอเพื่อทำการบวงสรวง ขอพรจากพระเจ้า แน่นอนว่าพระเจ้าได้ตอบรับคำขอนั้น พระเจ้าจึงมาเข้าฝันเพื่อให้พรแก่พระราชาโซโลมอน

แน่นอนว่าสิ่งที่พระราชาโซโลมอนขอ ไม่ใช่ทรัพย์สิน อำนาจ หรือการมีชีวิตที่ยืนยาว แต่พระองค์ทรงขอสติปัญญา ขอความเข้าใจ ในการบริหารปกครองบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง และขอให้พระองค์สามารถตัดสินความดี ความชั่ว ออกจากมนุษย์ได้

เมื่อพระเจ้าได้ยินเช่นนั้นก็ประทับใจ และให้พรตามที่พระเจ้าโซโลมอนร้องขอ แต่มีเงื่อนไขว่า พระเจ้าโซโลมอนต้องยึดมั่นในความดี และเชื่อฟังตามคำของพระเจ้า ทันทีที่พระราชาโซโลมอนรับปาก พระองค์ก็ได้กลายเป็นกษัตริย์ที่มีสติปัญญา ชาญฉลาดที่สุดในโลก



ความรุ่งเรืองของพระเจ้าโซโลมอน

ด้วยสติปัญญา และการบริหารบ้านเมืองของพระราชาโซโลมอน ทำให้ยุคนั้น เรียกได้ว่าเป็นยุคทองที่แท้จริงของชาวยิวเลยก็ว่าได้ เพราะพระองค์ทรงนำมาซึ่ง ชื่อเสียง เงินทอง ความอุดมสมบรูณ์ และความสงบสุขที่เกิดจากสติปัญญาในการครองราชย์ของพระองค์

พระราชาโซโลมอนนั้น เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแบบอย่างของกษัตริย์เลยก็ว่าได้ เพราะตลอดการปกครองนครเยรูซาเลมนั้น การปกครองดำเนินด้วยความเป็นธรรม มีการจับกุมและลงโทษข้าราชการที่ไม่ทำตามกฏหมาย นอกจากนี้ยังมีกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น พระองค์ทรงมีรถรบ 1,400 คัน และทหารม้าอีก 12,000 นาย  และที่สำคัญที่สุด ประชาชนที่อยู่ในนครล้วนอยู่ดีกินดี ถือเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์


article-1081107-02443E7F000005DC-859_468x339


ด้วยความพรั่งพร้อมขนาดนี้ ทำให้อาณาจักรไหนๆ ก็ล้วนสวามิภักดิ์กับราชาโซโลมอนทั้งนั้น เช่น อียิปต์ส่งม้ามาถวาย, ปาเลสไตน์ ส่งของมีค่านับไม่ถ้วน, อาระเบียบ มอบน้ำหอมระเหย และเครื่องเทศอีกมากมายให้, เรือจากทาร์ชิช หรือแม้แต่โอเฟียร์ ก็เดินทางมาไกลหลายหมื่นกิโลฯ เพื่อถวายทองคำและเงินให้

แน่นอนว่า การมาถวายของเพื่อสวามิภักดิ์ ทุกเมืองไม่ได้มาเพื่อถวายให้ฟรีๆ แต่มาเพื่อชมสติปัญญาของราชาโซโลมอนด้วยตนเอง โดยทุกแห่งล้วนแล้วแต่ตั้งคำถามยากๆ แก่ราชาโซโลมอนเพื่อให้พระองค์ตอบ และเมื่อพระองค์ตอบคำถามเหล่านั้นจนเป็นที่พึงพอใจ กษัตริย์จากต่างเมืองทั้งหลาย ก็ล้วนถวายของเหล่านั้นให้เพื่อเป็นการเชื่อมไมตรี

การมาของเหล่าแขกผู้มาเยือนเพื่อทดสอบสติปัญญาของพระองค์นั้น ทำให้พระองค์มีทองคำรวมกันแล้วมากถึง 23,000 กิโลกรัม ในครอบครอง เรียกได้ว่ามีมากมายขนาดที่นำไปสร้างพระตำหนัก และข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างเป็นทองคำได้อย่างสบายๆ ว่ากันว่าในยุคนั้น เงินในเยรูซาเลมแทบไม่แตกต่างไปจากก้อนหินในถนนเมืองเลยก็ว่าได้


solomon


อีกสิ่งหนึ่งที่พระราชาโซโลมอนมีชื่อเสียงคือ พระองค์ทรงมีมเหสีหลายองค์มาก ทั้งแบบเชื้อชาติเดียวกัน และต่างเชื้อสาย มีทั้งบุตรสาวฟาโรห์ หญิงสาวจากที่อื่นๆ รวมแล้วราวๆ 700 กว่าคน ในทางประวัติศาสตร์เชื่อว่าการที่พระองค์มีมเหสีหลายคน เกิดจากการที่พระองค์ต้องการสันติภาพ และเชื่อมไมตรี จึงเกิดการแต่งงานกับมเหสีในหลายๆ เมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการเมืองในสมัยนั้น

และยังมีการกล่าวกันว่า เพราะมเหสีเหล่านี้โน้มน้าวให้พระเจ้าโซโลมอนหันไปนมัสการรูปเคารพ ทำให้กลายเป็นผลร้ายในภายหลัง ทำให้พระองค์ออกห่างจากพระเจ้านั่นเอง

นอกจากนี้ พระองค์ยังได้สร้าง “วิหารโซโลมอน” ในกรุงเยรูซาเลม ที่ถือกันว่าเป็นพระวิหารแห่งเยรูซาเลมหลังแรก และเป็นผู้มีความฉลาด มั่งคั่ง และอำนาจอย่างมากในยุคนั้น เพื่อใช้เก็บรักษาสมบัติที่ราชาเดวิดเป็นผู้มอบให้ ทั้งยังเก็บ “หีบพันธสัญญา” เอาไว้ในวิหาร

และพระองค์ยังได้เขียนหนังสือไว้ให้ชาวยิวได้ศึกษา รวมถึงแสดงสติปัญญาของพระองค์ อย่าง หนังสือสุภาษิต หนังสือปัญญาจารย์ อีกด้วย



สิ่งของที่ตกทอด วิหาร คำเล่าลือต่างๆ ของราชาโซโลมอนนั้น บางอย่างก็ยังคงเป็นปริศนาที่เหล่านักโบราณคดียังต้องตามสืบค้น หรือตามค้นหากันต่อไป แต่ที่แน่ๆ ด้วยชื่อเสียงเหล่านี้เอง ทำให้ราชาโซโลมอนถูกกล่าวถึงมาเป็นเวลานานนับพันๆ ปี ไม่ว่าจะในหนังสือเรียน หนัง เกม การ์ตูน รวมไปถึงการนับชื่อพระองค์ไปตั้งเป็นชื่อสถานที่ต่างๆ ตามความเชื่อ อย่าง หมู่เกาะโซโลมอน อีกด้วย

สุดท้าย ตามตำนาน นอกจากการที่ราชาโซโลมอนเอาตัวเองออกห่างจากพระเจ้าแล้ว พระองค์ยังทรงพึ่งพา กษัตริย์ฮีราม ที่ 1 แห่งเมืองไทร ที่ผูกมิตรกับพระราชาดาวิดไว้ก่อนแล้ว และยังร่วมเป็นพันธมิตรทางการค้ากันด้วย

ราชาโซโลมอนได้รับความช่วยเหลือด้านการก่อสร้างและสร้างขึ้นใหม่ จากความช่วยเหลือของฮีราม แต่สิ่งต่างๆ ที่ได้มาจากฮีราม ไม่ใช่ได้มาฟรีๆ โซโลมอน เป็นหนี้เป็นสิน ต้องสูญเสียดินแดน เมือง จำนวน 20 เมือง ในกาลิลี แก่ฮีรามเพื่อใช้หนี้


ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดข้อถกเถียงกันไม่จบสิ้นในแง่ของประวัติศาสตร์ พงศาวดารถึงความสำเร็จ ความร่ำรวย ความทรงปัญญาของท่านนั้น เป็นจริงหรื่อไม่ หรือจะเป็นผลมาจากการที่พระองค์เอาใจออกห่างจากพระเจ้าจริงๆ ?


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon