ตีแผ่ ไฟแนนซ์ คืออะไร

posted: 3 years ago
6,324 views
ตีแผ่ ไฟแนนซ์ คืออะไร

comments

 

 

ตีแผ่ไฟแนนซ์คืออะไรกัน
Photo Credit: nikcname via Compfight cc

Viriyah Insurance

คนเรา สักวันก็อยากมีรถ อยากมีบ้าน แต่ไอ้จะควักเงินจ่ายสด ลดเชื่อ เบื่อทวงนี่มันก็ทำไม่ได้ซะทุกเรื่องนะ ถามหน่อย มีกี่คนในโลกนี้ที่ซื้อบ้านเงินสดบ้าง? แล้วไอ้การจัดไฟแนนซ์มันคืออะไรกัน? เหมือนหรือไม่เหมือนสินเชื่อยังไง?

แต่ไอ้การจะซื้อบ้าน ซื้อรถ ค่าใช้จ่ายก็สูง เป็นเรื่องใหญ่โต เรื่องสนุกก็มีแค่ตอนเลือกรถ เลือกบ้าน เลือกว่าจะตกแต่งยังไง ออพชั่นอะไรบ้าง ตอนมาจ่ายเงินเนี่ยไม่สนุกละ ไหนจะต้องดูเรื่องดาวน์ เรื่องผ่อน จะซื้อยังไง กู้ไม่กู้ กู้แล้วดอกเบี้ยเท่าไหร่ จ่ายรายเดือนเท่าไหร่ โอ้ย! ปวดหัว ไม่เว้นวัน

ไฟแนนซ์ คืออะไร?

การจัดไฟแนนซ์ ก็เหมือนกับการกู้เงินผ่านธนาคาร เอามาซื้อบ้าน ซื้อรถที่ต้องการ เพียงแค่ว่ามีหลักการที่ไม่เหมือนกันกับการขอสินเชื่อทั่วไป การขอไฟแนนซ์นั้นจะผ่านหรือไม่ผ่านก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทไฟแนนซ์นั่นเอง

การจัดไฟแนนซ์ ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะการเช่าซื้อ คือเอาสินค้ามาใช้ก่อน เพียงแต่ว่าคุณจะยังไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จนกว่าจะจ่ายครบแล้วหมดทุกอย่างนั่นเอง หากคุณจะซื้อประกัน เพื่อปกป้องทรัพย์สิน ก็ต้องซื้อในนามของคนที่คุณไปขอไฟแนนซ์ด้วย ไม่ใช่ในชื่อคุณ เพราะจริงๆแล้วทรัพย์สินชิ้นนั้นๆ ยังไม่ได้เป็นของคุณนั่นเอง

ไฟแนนซ์มีกี่ประเภท

ปัจจุบันนี้ คนเรามีความต้องการ ความจำเป็นกันเยอะแยะมากมาย บริษัทรับจัดไฟแนนซ์ใหม่ๆก็ผุดขึ้นมาตามความต้องการของตลาด แต่ละบริษัทก็มีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันไป อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า (ความต้องการของเรานั่นแหละ) ว่าอยากให้ข้อเสนอแบบไหนบ้าง

การจัดไฟแนนซ์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

  • การจัดไฟแนนซ์จากบริษัทผู้ขายโดยตรง

    ก็เหมือนกับการเช่าซื้อโดยตรงจากผู้ขาย ไม่ว่าจะเป็นดีลเลอร์รถยนต์ สำนักงานขายบ้านจัดสรร หรือ คอนโดทั้งหลาย โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางให้วุ่นวายนั่นเอง จะว่าไปก็เป็นเทคนิคการส่งเสริมการขายอีกทางหนึ่งที่ประสบผลสำเร็จอยู่พอสมควร เพราะลูกค้ารู้สึกว่าได้จับต้องของได้จริง ซื้อตรงกับผู้ขาย ราคาถูกกว่าเพราะไม่มีค่าหัวพ่อค้าคนกลาง อะไรก็ว่าไป

  • การจัดไฟแนนซ์สำหรับซื้อสินทรัพย์มือสอง

    กรณีนี้ จะว่าไปก็ได้รับควานิยมอยู่พอตัว เพราะส่วนใหญ่ของมือสอง มีราคาต่ำกว่า เรื่องคุณภาพก็ต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาสอดส่องดูกันอีกที คืออาจจะเป็นการซื้อของใช้แล้ว แต่ตาดีก็จะได้ของใช้แล้วสภาพดี ราคาถูกนั่นเอง ก็คุ้มค่าไปอีกแบบ

สัญญาไฟแนนซ์มีกี่ประเภทกันล่ะ?

สัญญาไฟแนนซ์จะมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆด้วยกัน คือ

  • เป็นสินเชื่อสำหรับการเช่าซื้อ

    ก็คือคล้ายๆกับระบบบัตรเครดติ คือสินเชื่องเงินผ่อน แต่ว่าจะมีการโอนกรรมสิทธ์ให้ก็ต่อเมื่อจ่ายค่าสินค้าครบถ้วนหมดเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

  • ลีสซิ่ง

    คือการที่ผู้เช่าซื้อจ่ายค่างวดตามที่ครบกำหนดแล้ว และ ผู้เช่าซื้อมีสิทธิ์ที่จะต่อสัญญา หรือ ส่งคืนทรัพย์สินให้เจ้าของผู้ให้เช่าซื้อได้ (ภาษาบ้านเรา ก็คือการเซ้งนั่นล่ะ) ถ้าผู้เช่าไม่เช่าต่อ เจ้าของก็เอาไปปล่อยเซ้งให้คนอื่นต่อได้นั่นเอง สัญญาประเภทนี้ส่วนใหญ่จะทำเป็นสัญญาระหว่างนิติบุคคล แทนที่จะเป็นสัญญาส่วนบุคคล

ส่วนลักษณะและรายละเอียดของสัญญา ก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่เจ้า ดังนั้น การอ่านรายละเอียดให้ครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญมากนะจ้ะ อ่านไม่หมด โดนเค้าแกล้ง จะหาว่าสวยไม่เตือน

Dhiphaya Insurance

ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับการจัดไฟแนนซ์ หรือ ขอสินเชื่อ

  • เก็บเงินแค่พอดาวน์ก็พอแล้ว ที่เหลือผ่อนเอา

    เอิ่ม จะบอกว่า จะมักง่ายเกินไปหน่อยมั้ยจ้ะ
    เงินดาวน์ คือ เงิน(ประมาณ) 10% จากราคาของสิ่งที่เราอยากซื้อ จะรถ จะบ้าน จะกี่แสน กี่ล้านก็ว่าไป สมัยนี้โปรโมชั่นเยอะ ดาวน์น้อยผ่อนนาน (ดอกเบี้ยบานตะไท) คิดว่าไม่ต้องใช้เงินก้อนโตๆ ก็ซื้อบ้านซื้อรถได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเรื่องที่ดีเสมอไปนะจ้ะ
    เวลาเราไปจ่ายเงินดาวน์ เราไม่ได้แค่ต้องจ่ายค่าดาวน์นะ เงินดาวน์เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ไหนจะค่าบริการ ค่าธรรมเนียมการประเมินราคา ค่าอากรแสตมป์ ค่าธรรมเนียมการดำเนินการ ค่าที่ปรึกษาทางกฎหมาย ค่าประกันภัย ค่าโน่น นี่ นั่น อีกเต็มไปหมด สรุป ว่าเวลาวางแผนเก็บเงินจะซื้อบ้านซื้อรถ อย่าเก็บแค่พอดาวน์นะจ้ะ มันจะไม่พอกินเอา

  • ดาวน์ เยอะๆ ให้เงินเหลือน้อยๆ จะได้จ่ายน้อยๆ (ซะเมื่อไหร่)

    การวางเงินดาวน์สูงๆ อาจจะช่วยลดค่างวดให้น้อยลงได้ แต่ก็หมายถึง ค่าซ่อมบำรุงทั้งหลายแหล่ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย ถ้าคุณดาวน์ไปหมดตัว แล้วเอาของมาใช้ เอารถมาขับ ย้ายเข้าบ้าน ทำหน้าต่างแตก รั้วบ้านพัง หมาซนทำของพัง ลูกซนทำบ้านเละ … รับผิดชอบแบบตัวใครตัวมันนะ ถ้าไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินเก็บไว้ ระวังจะเอาตัวไม่รอดเด้อ

  • ผ่อนเยอะๆ จ่ายให้หมดไวๆ ดีที่สุด

    บางคนเข้าใจว่าเดือนนี้ได้เงินเยอะ ผ่อนเยอะ เดือนหน้าได้เงินน้อยผ่อนน้อย จะได้จ่ายหมดไวๆ จะบอกว่าเป็นความคิดที่ผิดถนัดนะจ้ะ การผ่อนชำระตามสัญญาเค้าจะมีกำหนดเอาไว้แล้วว่าจะต้องผ่อนเดือนละเท่าไหร่ เพราะว่าจะต้องคิดเรื่องค่าดอกเบี้ย จะผ่อนยาวๆ ดอกเบี้ยคงที่ก็มี ธนาคาร ไฟแนนซ์ก็จะกำหนดเอาไว้ว่าจผ่อนดอกเบี้ยเท่านี้จะต้องจ่ายต่อเดือนเท่าไหร่ โปะเกินได้ … แต่เสียค่าปรับนะเพราะตามสัญญาเค้าบังคับไว้แล้วว่าให้ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ ก็ต้องผ่อนเดือนละเท่านั้น

  • ตอนนี้ยังเด็ก โตแล้วค่อยซื้อ (โต หรือ แก่ไม่รู้เหมือนกัน)

    ความเชื่อเดิมๆ คือ คนอายุน้อยไม่ควรเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวพันกับการกู้ยืมเงิน เพราะว่ามันเป็นภาระระยะยาว รอให้โตหน่อย เป็นผู้ใหญ่หน่อย รอให้มีความรับผิดชอบกว่านี้อีกหน่อย แล้วค่อยทำดีกว่า ไม่ก็บอกว่าธนาคารไม่นิยมให้เงินกู้คนอายุน้อยกว่า 35 ปี จริงๆแล้วไม่ได้เป็นความจริงสักอย่าง หากเรามีเงิน มีสินทรัพย์ค้ำประกัน มีกำลังเงินต่อเดือนที่สามารถผ่อนชำระได้ บรรลุนิติภาวะ ธนาคารก็อนุโลมให้ได้แล้ว ไม่ได้ต้องรอขึ้นเลข 4 ค่อยซื้อ

เหล่านี้ก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับไฟแนนซ์ ที่เราๆอาจจะมีข้อกังขากัน หวังว่าบทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยได้หลายอย่างนะคะ ถ้ามีข้อสงสัยยังไงก็เม้นมาคุยกันได้นะจ้า


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon