ต่อประกันภัยรถยนต์ กับสิ่งที่คุณควรรู้

posted: 3 years ago
7,122 views
ต่อประกันภัยรถยนต์ กับสิ่งที่คุณควรรู้

comments

ต่อประกันภัยรถยนต์

สิ่งแรกที่เจ้าของรถยนต์จะต้องทำเมื่อซื้อรถยนต์มาครอบครอง ได้แก่ การทำประกันพรบ. และ การทำ ประกันภัรถยนต์ ภาคสมัครใจ การ ต่อประกัน พ.ร.บ. นั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำทุกๆปี โดยจะต้องต่อประกัน พ.ร.บ. รุถยนต์เสียก่อนจึงจะสามารถนำเอกสารไปทำเรื่องเสียภาษีรถยนต์ประจำปีต่อไป

Viriyah Insurance

สำหรับการ ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ คุณจะต้องใช้เอกสารต่อไปนี้

  1. สมุดคู่มือจดทะเบียนของรถยนต์ของคุณ
  2. สำเนาพรบ.เดิม
  3. เงินค่าทำพรบ.ใหม่

โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ติดต่อกรมขนส่งทางบก หรือ ศูนย์รับทำเรื่องใกล้บ้านคุณพร้อมเอกสาร เท่านั้นเอง

เรื่องสำคัญที่ควรทราบก่อน ต่อประกัน รถยนต์

ในการทำประกันภัยรถยนต์ หากคุณไม่มีการเคลม หรือ อุบัติเหตุในปีก่อน บริษัทประกันจะมีการนำเสนอส่วนลดเพื่อชักชวนให้คุณต่อประกันกับบริษัทต่อไป โดยมีข้อเสนอหลายระดับ เช่น

ส่วนลด 20% สำหรับการต่อประกันปีที่ 2 โดยผู้เอาประกันไม่เคยเรียกร้องค่าเสียหายในปีแรก

ส่วนลด 30% สำหรับการ ต่อประกัน ปีที่ 3 โดยผู้เอาประกันไม่เคยเรียกร้องค่าเสียหายติดต่อกันสองปี

ส่วนลด 40% สำหรับการ ต่อประกัน ปีที่ 4 โดยผู้เอาประกันไม่เคยเรียกร้องค่าเสียหายติดต่อกันสามปี

ส่วนลด 50% สำหรับการ ต่อประกัน ปีที่ 5 โดยผู้เอาประกันไม่เคยเรียกร้องค่าเสียหายติดต่อกันสี่ปี หรือ กว่านั้น เป็นต้น

บริษัทประกันรถยนต์ อาจจะแจ้งท่าน ว่าท่านได้รับส่วนลดในกรณีต่างๆ แต่เมื่อท่านมาตรวจดูแล้วเหมือนกับไม่มีส่วนลดเลย กรณีนี้ท่านจะพบรายละเอียดเล็กๆที่กล่าวว่า “…ส่วนลดเบี้ยประกันนั้นเป็นส่วนลดที่คิดจากเบี้ยประกันในปีที่ต่ออายุ…” ซึ่งส่วนนี้ หมายความว่า การลดเบี้ยประกันนั้น ไม่ได้ทำการลดจากเบี้ยประกันปีก่อน หรือ เบี้ยประกันเดิม ไม่ได้ทำการลดจากกรมธรรม์ในปีปัจจุบัน แต่เป็นการนำปัจจัยดังกล่าวที่เข้าข่ายได้รับส่วนลดมาใช้เป็นปัจจัยในการพิจารณาเป็นส่วนลดเบี้ยประกันในปีต่อไปนั่นเอง

การคิดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ บริษัทประกันจะทำการคำนวนจากเบี้ยปีปัจจุบัน ไม่ได้คิดจากเบี้ยของปีที่ผ่านมา แต่ไม่มีเจ้าของรถยนต์ท่านใดที่ทราบว่าเบี้ยประกันปีนั้นๆจะเพิ่มหรือลด แล้ว ยังไงบ้าง เพราะไม่มีใครบอก โดยบริษัทประกันจะแจ้งเบี้ยก็ต่อเมื่อในปีแรกเท่านั้น ส่วนมากแล้วเบี้ยประกันปีแรกจะมีราคาค่อนข้างต่ำ ทำให้ดูสมเหตุสมผล แต่ว่าเบี้ยประกันปีต่อๆไปกลับจะเพิ่มขึ้น โดยจะไม่มีการแจ้งให้ผู้เอาประกันทราบล่วงหน้าเลยแม้แต่น้อย

ถ้าผู้เอาประกันไม่ติท้วง จ่ายๆไปก็แล้วไป แต่ถ้าเกิดท้วงขึ้นมาว่าทำไมบอกเบี้ยลด แต่ไม่เห็นจะลดเลย ก็อาจจะเจอคำตอบว่ามันเป็นนโยบายของบริษัทให้ปรับอัตราเบี้ยประกันใหม่ ตามประกาศเลขที่อะไรก็ว่าไป หรือไม่ก็มีค่า VAT เพิ่มมา

 

การ ต่อประกัน รถยนต์

ส่วนนี้อยากขอให้ทุกท่านลองตรวจสอบรายละเอียดเพื่อให้มั่นใจเสียก่อนว่าบริษัทประกันที่ท่านใช้บริการมีข้อจำกัดเรื่องอะไรบ้าง

เรื่องหลักๆที่อยากแนะนำ คือ เมื่อคุณได้รับหนังสือแจ้งยอดเบี้ยประกันเพื่อให้ไปชำระเบี้ยประกันในปีถัดไป หรือ สักประมาณ 1-2 เดือนก่อนหมดประกัน ให้โทรศัพท์ไปที่บริษัทประกันเพื่อติดต่อสอบถาม ว่าเบี้ยประกันต้องจ่ายเท่าไหร่ และ ความคุ้มครองมีอะไรบ้าง ถ้ารถหายจ่ายเท่าไหร่ ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วไฟไหม้จ่ายเท่าไหร่ ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วผู้ขับขี่เสียชีวิตจะจ่ายเท่าไหร่ แล้วลองนำรายละเอียดข้อมูลที่ได้มาทำการคำนวนคร่าวๆว่าได้ส่วนลดตรงตามเปอร์เซนต์ที่แจ้งมาหรือไม่ มีส่วนต่างเท่าไหร่ ถ้าใกล้เคียงประมาณบวกลบ 200-300 บาทก็อาจจะไม่เป็นไร แต่ว่าถ้ามากกว่านั้น ให้ลองสอบถามราคาจากบริษัทประกันบริษัทอื่นๆดู แจ้งบริษัทประกันที่เราต้องการสอบถามว่าเราใช้รถยี่ห้อนี้ ปีนี้ ต้องการความคุ้มครองแบบนี้ เบี้ยประกันต่อปีจะเท่าไหร่ ถ้าได้คำตอบเป็นราคาเบี้ยประกันที่ถูกกว่าบริษัทประกันที่ใช้บริการปัจจุบันละก็ ขอแนะนำให้เปลี่ยนบริษัทประกันอาจจะดีกว่า เพราะน่าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล ปีต่อๆไปอาจจะเจอเบี้ยที่สูงกว่านี้ก็เป็นได้

 

Dhiphaya Insurance

ยิ่งถ้าเรามีการเคลม หรือ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ก็ต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก กรณีที่ต้องเรียกร้องค่าเสียหายเกิน 200% ของค่าดอกเบี้ยในปีนั้นๆ หมายความว่าในปีต่อไปคุณจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากเบี้ยที่กำหนดเอาไว้ แบบไม่รู้ว่ามันมาจากไหนอีก 20%

ดังนั้น ในกรณีนี้ ขอแนะนำแบบซื่อๆว่าเปลี่ยนบริษัทประกันซะเลยจะดีกว่า เพราะว่าพอเปลี่ยนแล้ว ยังไงซะราคาประกันก็จะถูกลงอยู่ดี แถมการหาบริษัทประกันที่มีเบี้ยถูกนั้นหาไม่ยากเลย เพราะมีบริษัทประกันเต็มตลาด โปรโมชั่นมากมายให้ลูกค้าได้เลือกสรร เพียงแค่ขอให้ศึกษารายละเอียดของกรมธรรม์ที่ต้องการให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจเท่านั้นเอง


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon