พึงระวัง 7 โรคร้ายที่มาพร้อมกับ ถ่ายเป็นเลือด

posted: 3 months ago
พึงระวัง 7 โรคร้ายที่มาพร้อมกับ ถ่ายเป็นเลือด

comments

เมื่อมีอาการ ถ่ายเป็นเลือด อย่าได้นิ่งนอนใจเพราะนั่นคือความผิดปกติของร่างกายที่เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณอาจจะกำลังเป็นโรคอยู่ก็ได้ ซึ่งก็มีอยู่หลายโรคด้วยกัน วันนี้ Rabbit Daily จะพาไปสังเกตอาการของโรคกันว่า ถ้ามีอาการดังกล่าวแล้วน่าจะเข้าข่ายของโรคอะไรเพื่อเป็นการรับมือได้อย่างถูกต้อง



นายแพทย์จรินทร์ โรจน์บวรวิทยา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินอาหาร และตับ โรงพยาบาลธนบุรี ได้บอกว่า เมื่ออุจจาระเป็นเลือด คือ อุจจาระมีสีแดงสดของเลือด แสดงว่ามีเลือดออกอยู่ในลำไส้ใหญ่ส่วนปลายหรือด้านซ้ายของร่างกาย คนไข้มักจะมองเห็นเลือดอยู่ในโถชักโครกชัดเจน แต่ต้องพิจารณาว่าอุจจาระที่เข้าใจว่ามีสีแดงของเลือดนั้นเป็นสีเลือดจริง เนื่องจากหลายคนมองอุจจาระสีน้ำตาลเข้ม (ที่ปกติ) เป็นสีแดงคล้ายเลือด อาหารสีแดงไม่ทำให้อุจจาระเป็นสีแดง นอกจากนี้ยังมีโรคบางอย่างที่ทำให้มีเลือดออกที่ระดับสูงกว่าลำไส้ส่วนปลาย คือ ลำไส้ข้างขวา รวมทั้งลำไส้เล็กส่วนปลาย อุจจาระอาจมีสีดำแดงไม่แดงสด เนื่องจากถูกย่อยโดยแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่

ถ่ายเป็นเลือด


สังเกตอาการ ความรุนแรงของโรค

• เลือดออกจำนวนมาก อาการแสดงที่บ่งบอกว่าเสียเลือดมาก คือ อาการหน้ามืด เป็นลม อ่อนเพลีย ไม่มีแรง หรือหมดสติ หน้าซีดขาวกว่าคนอื่น อุจจาระออกมาเป็นเลือดจำนวนมากในแต่ละครั้งและถ่ายอุจจาระบ่อยๆ อาการอุจจาระเป็นน้ำเลือด อาการเหล่านี้แสดงว่ามีเลือดออกจำนวนมาก ควรไปหาหมอทันที
• สังเกตลักษณะอุจจาระ เลือดออกระหว่างการเบ่งอุจจาระหรือหลังถ่ายอุจจาระ เป็นลักษณะสำคัญของโรคที่เราต้องสังเกต เพื่อแพทย์จะได้วินิจฉัยโดยได้อย่างถูกต้อง
• สังเกตเป็นมานานแล้วหรือยัง คนไข้ส่วนใหญ่ที่มีเลือดออกนานๆ ครั้ง และแยกออกจากอุจจาระชัดเจน ซึ่งเป็นโรคริดสีดวงทวาร ส่วนใหญ่จะหยุดได้เอง โรคอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุมักมีเลือดออกปริมาณมากและถ่ายหลายครั้ง คนไข้มักจะรีบมาพบแพทย์

ถ่ายเป็นเลือด

• มีอาการปวดท้องหรือปวดทวาร เนื้อเยื่อส่วนภายในลำไส้ใหญ่ไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บ อาการปวดที่ปลายทวารเกิดจากเนื้อเยื่อรอบๆ ทวารหรือบริเวณในทวารส่วนปลายที่รับรู้ความรู้สึกได้ ถ้าเจ็บหลังถ่ายอุจจาระแข็งๆ อาจเกิดจากอุจจาระบาด บางครั้งมีเลือดติดที่กระดาษชำระมักจะหายได้เอง แต่ถ้าเป็นๆ หายๆ บ่อยๆ อาจเป็นแผลเรื้อรัง ควรพบแพทย์
• อายุ คนที่อายุเกิน 50 ปี มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ดังนั้น แนะนำให้ทำการตรวจละเอียดทุกคน ทั้งนี้เพื่อต้องการให้แน่ใจว่าคนไข้ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง การตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้อง (Colonoscopy) เป็นวิธีที่ดีที่สุด



เสี่ยงต่อการเป็นโรคอะไรได้บ้าง

เมื่อมีอาการอุจจาระเป็นเลือดควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ซึ่งสามารถแยกออกมาได้หลายโรคโดยดูจากลักษณะของโรคต่างๆ ที่พบบ่อยดังต่อไปนี้

  • ริดสีดวงทวาร เกิดจากมีแผลที่บริเวณเส้นเลือดดำที่ปลายทวาร ทำให้เลือดออก การเบ่งอุจจาระอย่างแรงจะทำให้เส้นเลือดเหล่านี้บวมพองขึ้น ถ้าเป็นนานๆ การบวมนี้จะไม่ยุบและเป็นริดสีดวงทวาร เลือดที่ออกมักจะออกเวลาเบ่งถ่ายอุจจาระหรือหลังการถ่าย มักจะมีเลือดออกเป็นหยดๆ อุจจาระสีปกติ ไม่เจ็บ คนไข้ส่วนใหญ่มีอาการเป็นๆ หายๆ หรือมักเป็นเวลาท้องผูก
  • เลือดออกจากผิวหนังรอบทวาร เกิดจากการมีแผลรอบๆ ทวาร อาการที่พบบ่อย คือ เจ็บที่ทวารและมีเลือดติดกระดาษชำระ มักมีอาการแสบๆ เจ็บๆ บริเวณรอบๆ ทวาร บางครั้งเกิดจากอุจจาระแข็งบาดปลายทวาร ทำให้มีอาการเจ็บ หรือเกิดจากแผลในเนื้อรอบๆ ทวารอื่นๆ หรืออาจเกิดจากการเช็ดที่รุนแรงหลังถ่ายไม่เกี่ยวกับการเบ่งถ่ายเป็นเลือด
  • ลำไส้มีรูพรุน เกิดจากผิวด้านในของลำไส้บุ๋มเป็นรูออกไปนอกผนังลำไส้ เกิดจากการบีบเกร็งของลำไส้เรื้อรัง บางครั้งทำให้เกิดเลือดออก มักไม่มีอาการปวดท้อง อุจจาระมักเป็นสีแดงสด โดยไม่มีสีอุจจาระปกติ ออกมาตอนถ่ายอุจจาระ อาจออกมากจนเป็นลมได้ เกิดในคนสูงอายุมากกว่าคนหนุ่มสาว
  • เส้นเลือดผิดปกติของลำไส้ใหญ่ เกิดจากเส้นเลือดเล็กๆ ที่มีการเพิ่มจำนวนผิดปกติ และมีเลือดออก มักพบในผู้สูงอายุมากกว่า 70 ปี อุจจาระเป็นเลือดสดทั้งก้อนหรือเป็นน้ำเลือด ไม่มีอาการปวดท้อง แม้ว่าอาจจะหยุดได้เอง แต่แนะนำให้ดูอาการในโรงพยาบาล อาการที่เกิดขึ้นมักแยกไม่ออกจากโรคอื่นๆ
  • ติ่งเนื้องอกลำไส้ใหญ่ เนื้องอกเหล่านี้เกิดจากกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติ มักพบในคนที่อายุเกิน 50 ปี และอาจกลายเป็นมะเร็งลำไส้ในอนาคต คนไข้ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ต้องใช้วิธีการส่องตรวจด้วยกล้องจึงจะเห็น บางครั้งทำให้เกิดเลือดออกและทำให้อุจจาระเป็นเลือดได้ ลักษณะอุจจาระอาจมีเลือดเคลือบผิวของอุจจาระที่ปกติหรือออกมาเป็นเลือดสดๆ มักจะออกไม่มาก เป็นๆ หายๆ ไม่มีอาการปวดท้อง การตรวจลำไส้ใหญ่ เมื่ออายุมากกว่า 50 ปี จึงมีความสำคัญเพื่อตรวจหาติ่งเนื้อเหล่านี้

ถ่ายเป็นเลือด

  • มะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่วนใหญ่พบในคนสูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปี อาการสำคัญของโรค คือ การขับถ่ายที่ผิดปกติ เช่น ท้องผูก ท้องเสีย อุจจาระมีเลือด เป็นต้น บางรายอาจมาด้วยอาการเสียเลือดจนเป็นโรคโลหิตจาง คนไข้ส่วนใหญ่เมื่อมีอาการก็มักจะรักษาไม่หายขาด เกิดขึ้นต่อเนื่องจากติ่งเนื้องอกของลำไส้ใหญ่เกือบทั้งหมด การตรวจหาโรคโดยการตรวจลำไส้ใหญ่ ด้วยการส่องกล้องหรือวิธีอื่นๆ อย่างสม่ำเสมอเพื่อตัดติ่งเนื้อที่มี จึงสามารถป้องกันโรคนี้ได้
  • ลำไส้ใหญ่อักเสบ ลำไส้อักเสบส่วนใหญ่จะไม่มีถ่ายเป็นเลือดอุจจาระเป็นเลือด แต่อาจมีเลือดออกได้ ถ้าเกิดจากโรคติดเชื้อบางชนิด เช่น โรคบิดทั้งมีตัวและไม่มีตัว ซึ่งอาการที่สำคัญ ได้แก่ ท้องเสียเป็นน้ำหรือถ่ายบ่อยๆ มีไข้ เบื่ออาหาร ปวดท้อง อุจจาระมีมูกร่วมกับมีเลือด หรือถ่ายเป็นเลือดสดๆ บางโรคหายได้เอง อุจจาระเป็นเลือดก็เป็นอาการหนึ่งของโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ซึ่งมีอาการเป็นนานกว่าสองสัปดาห์ อาจมีอาการไข้ ผอมลง เบื่ออาหาร เป็นต้น ผู้ที่มีอาการนานกว่าสองสัปดาห์ต้องไปพบแพทย์ เพื่อการรักษาที่ถูกต้องจะดีที่สุด


เมื่อรู้แบบนี้แล้วเราควรที่จะรักษาสุขอนามัยการถ่ายอุจจาระ อย่าให้ท้องผูกเรื้อรัง กินผัก ผลไม้ และดื่มน้ำมากๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และไม่เครียดหรืออดนอนเกินไป ถ้าดูตัวเองแล้วไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและรับการรักษาการถ่ายอุจจาระอย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยป้องกันได้

ข้อมูลจาก haijai


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon