7 สิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง สำหรับคนวัย 60 ถ้าไม่อยากจนตอนเกษียณ

posted: 1 year ago
7 สิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง สำหรับคนวัย 60 ถ้าไม่อยากจนตอนเกษียณ

comments

หลายคนเมื่อใกล้ถึงช่วงวัยเกษียณ หรือมีคุณพ่อคุณแม่ ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ กำลังจะเกษียณนั้น นอกเหนือจากการจะได้พักผ่อนจากการทำงานเกือบครึ่งค่อนชีวิตแล้ว การนึกถึงเรื่องเงินทองสำหรับช่วงวัยที่เหลือก็ทำเอาหลายคนอดคิดไม่ได้

และถ้าไม่อยากจะจนกันตอนเกษียณแล้ว ต้องระวังอะไรกันบ้างนะ เราไปดูกันเลยดีกว่า!


1.ความใจดี ใจอ่อน บางครั้งก็ไม่โอเคเสมอไป

ด้วยความที่ว่าคนวัย 60 ปี นั้น ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก เลยทำให้ผู้สูงวัยเหล่านี้ ได้รับรู้ถึงความยากลำบากต่างๆ ที่ตนเคยผ่าน จึงไม่ต้องแปลกใจ หากคนวัย 60 ปี มักจะเผื่อแผ่ความใจดีกับคนรอบข้างสม่ำเสมอ แต่หากความใจอ่อน ความใจดี มีมากจนเกินไป ก็อาจจะถูกผู้ไม่ประสงค์ดีทั้งหลาย หลอกเอาเงินเอาทองไปได้

คุณจะสังเกตได้ว่า หากมีญาติ มีคนรู้จัก ต่างเข้ามาหยิบยืมเงิน คนสูงวัยกลุ่มนี้ จะมีแนวโน้มที่ให้หยิบยืมเงินง่าย บางคนแทบจะให้ฟรีๆ เลยด้วยซ้ำ และถ้าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จะส่งผลกระทบต่อการเงินในครอบครัว หรือเงินออมเพื่อวัยเกษียณได้

อ่ะๆ เราไม่ได้บอกให้คุณ หรือญาติผู้ใหญ่ที่คุณรักนั้น ใจร้ายใจดำ แต่การให้คนอื่นหยิบยืมเงินนั้น ควรพิจารณาจากความน่าเชื่อถือ ความสนิทชิดเชื้อ ใจความสำคัญที่มาขอยืม เสียก่อน ก็จะช่วยคัดกรองผู้คนต่างๆ ได้ และถ้าพ่อแม่ของคุณอยู่ในช่วงวัยนี้ด้วยแล้ว อยากให้เฝ้าระวัง สอดส่องสายตา เอ่ยปากถามสอบดูเสียบ้าง จะช่วยได้เยอะเลยละ

Reading book

2. บริจาคเงินเข้าวัด สร้างประโยชน์ได้แน่นะ?

ในเรื่องศาสนานั้น จริงอยู่ว่าเป็นเรื่องของความเชื่อของแต่ละคน และคงไม่ผิดแปลกอะไร หากคุณ หรือญาติผู้ใหญ่ของคนที่คุณรักอยากจะทำบุญ สร้างประโยชน์ สร้างกุศล ให้กับศาสนาที่ตนนับถือ แต่อยากให้ดูกันให้ดี สแกนกันให้ชัดๆ ว่าเงินที่บริจาคไปนั้น ใช้สร้างประโยชน์ สร้างบุญได้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงคำลวงของเหล่ามิจฉาชีพในคราบมารศาสนากันแน่?

ยิ่งถ้าคนที่บริจาคเงิน คือคนวัยสูงอายุ หรือคนวัย 60 ปี ที่เริ่มสนใจในแสวงหาความสงบสุข ต้องการทำบุญในช่วงบั้นปลายชีวิตด้วยแล้ว มีแนวโน้มอย่างมากที่จะหลงเชื่อจากการพูดจาดีๆ การหว่านล้อม จนหลงบริจาคเงินไปเป็นจำนวนมาก

แหม นึกๆ แล้วคงเสียดายเงินไม่น้อย แค่ที่เงินเหล่านั้นจะได้ทำบุญ สร้างประโยชน์ต่อส่วนรวม หรือเก็บไว้ให้ลูกหลาน หรือตนเองยามเกษียณ กลับกลายเป็นว่าตกถึงมือใครก็ไม่รู้ แถมยังเอาไปใช้เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขส่วนตัวอีกต่างหาก

Monks in morning

3. อย่าช้อปปิ้งจนเกินตัว

ทุกวันนี้ การช้อปปื้ง การซื้อของต่างๆ แม้คุณจะนั่งอยู่เฉยๆ ที่บ้าน ไม่ใช่เรื่องยากอะไรอีกต่อไปแล้ว เพระเราสามารถซื้อได้ ไม่ว่าทั้งทางออนไลน์ ทางโทรศัพท์ ก็สามารถทำได้ง่ายๆ แน่นอนว่า ผู้ใหญ่หลายๆ คนล้วนแต่ติดใจกับความสะดวกสบายเหล่านี้ จนเผลอใช้จ่ายเกินตัวไปก็มี

เนื่องจากเงินที่จ่ายไปนั้น เราไม่ได้จ่ายด้วยมือตัวเอง แต่เป็นการคลิกโอน บางคนอาจจะไม่เห็นเป็นรูปธรรมมากนัก จึงยิ่งทำให้เสียเงินซื้อของนั้น มีมากมายกว่าปรกติ บางทีเผลอซื้อของซ้ำๆ ซื้อของไม่มีประโญชน์มากองไว้เต็มบ้านอีกต่างหาก

Senior couple at market

นอกจากนี้ ยังมีผลวิจัยกล่าวอีกว่า ในช่วงวัยเกษียณนั้น นอกจากความใจอ่อน ใจดีแล้ว ยังมีแนวโน้มที่จะจับจ่ายซื้อของง่ายอีกด้วย ซึ่งถ้ามันมีมากจนเกินไป เงินออมในยามเกษียณก็ย่อมไม่เหลือ ดังนั้น ก่อนการซื้อทุกครั้ง หากไม่ให้ลูกหลานคอยสแกนให้ดูเสียก่อน ก็ต้องนึกให้ดีว่า สิ่งของที่เราจะซื้อนั้น เรามีบ้างหรือยัง? มันยังจำเป็นอยู่ไหม?

เราไม่ได้อยากให้หักดิบ หรือห้ามซื้อไปเสียทั้งหมด แต่อยากให้กำหนดขอบเขตการใช้เงินให้ชัดเจน หากงบที่กำหนดนั้นใช้ครบถ้วน ก็หมายความว่าในเดือนนั้น คุณอาจจะซื้อสินค้าเพิ่มไม่ได้อีก ก็จะช่วยให้คุณลดระดับการช้อปปิ้งลงได้นั่นเอง

 

4. รอบคอบกับโลกออนไลน์

ทุกวันนี้ เทคโนโลยีนั้นพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่ามีเหล่าผู้สูงอายุ หรือเหล่าคนวัยเกษียณเอง บางคนก็อินเทรนด์โลกอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น แชท เฟส ไลน์ เกม นอกจากจะรู้จัก ก็ยังใช้งานเป็นอีกด้วย!

แต่แน่นอนว่า สำหรับวัยเกษียณหลายคนนั้น เนื่องจากเป็นคนตรงๆ เมื่อโลกออนไลน์พูดอย่างไร ก็มักจะเชื่อตามเช่นนั้น ทำให้บางครั้งเกิดพฤติกรรมอย่าง การเชื่อข่าวสารที่ส่งต่อกันมา ซึ่งแตกต่างจากเหล่าเด็กๆ วัยเจนปัจจุบัน ที่มีภูมิคุ้มกันมากกว่าได้เช่นกัน

เราจะเห็นได้ว่า บางครั้งก็มีข่าวพวกอีเมลปลอมจากธนาคารมาหลอกล่อ ขอรหัสต่างๆ การพลั้งเผลอเติมเงินในเกมในแอปต่างๆ ด้วยความไม่ตั้งใจ หรือแม้กระทั่งการโกงจากการซื้อสินค้าออนไลน์ ที่คนวัยรุ่นปัจจุบันมักพบเจอกัน เหล่าวัยเกษียณที่สามารถใช้โซเชียลมีเดียเหล่านี้เองก็ตกเป็นเหยื่อได้ไม่ต่างกัน

ซึ่งถ้าหากญาติผู้ใหญ่ หรือตัวคุณเองยังไม่ชำนาญในเรื่องเหล่านี้เท่าที่ควร ก็คงต้องตัดใจกับการใช้งานพวกธนาคารบนโลกออนไลน์ไว้ จะช่วยตัดปัญหาได้ หรือหากมีความจำเป็นต้องใช้งานจริงๆ ก็ต้องหมั่นอัพเดทข่าวสาร หากรู้สึกแปลกๆ ก็ควรรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารทันทีเพื่อขอคำแนะนำจะดีกว่านะ

Senior women with smartphone

5. บัตรเครดิต เรื่องที่ต้องระวัง

หลายครั้งมาพลาดพลั้งกับการใช้บัตรเครดิตในช่วงวัยเกษียณนั้น พบเห็นได้มาก เนื่องจากคิดว่าตนสามารถจ่ายได้ตามกำหนดบ้าง คิดว่าไม่จ่ายสักครั้งบ้างคงไม่เป็นไร หรือการรูดเพื่อซื้อของต่างๆ ทั้งให้ตนเอง ทั้งให้ลูกหลานจนเงินเต็มวงเงิน สุดท้ายก้ต้องนำเงินออมที่ไว้ใช้ยามเกษียณไปใช้จ่ายหนี้จนหมดแทนก็มี

หากคุณ หรือมั่นใจว่าเหล่าญาติผู้สูงวัยนั้น ไม่สามารถควบคุมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ ลองควบคุมด้วยการให้พกเงินสดแทนจะดีกว่า หรือหากอยากได้อะไร คุณก็เป็นผู้ถือบัตรคอยรูดให้แทน เพื่อให้มีคนคอยดูแล คอยห้ามปราม ไม่ให้ใช้เงินเกินตัวนั่นเอง

Senior Man Giving Credit Card Details On The Phone

6. สุขภาพ แท้จริงก็ส่งผลต่อการเงินนะ

หลายคนอาจจะมองข้าม หรือมองว่าเป็นเรื่องของวัยต่างๆ ที่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น สุขภาพล้วนแล้วแต่ไม่ดีตามไปด้วย แต่แท้จริงแล้ว การไม่ดูแลรักษาสุขภาพนั้น สามารถส่งผลต่อเงินออมตอนเกยษีณอย่างเห็นได้ชัด และแทบจะเป็นรายจ่ายหลักๆ ที่เหล่าคนวัยเกษียณมักจะจ่ายเลยด้วยซ้ำ แถมบางคนก็หาประกันต่างๆ ทำยาก เนื่องจากโรคต่างๆ ที่เป็นอยู่ด้วย

วิธีการแก้นั้นมีหลากหลายแบบ หากคุณยังไม่ใช่วัยเกษียณการทำประกันในช่วงเวลาที่สุขภาพยังแข็งแรงดีอยู่ ก็สามารถช่วยได้ พร้อมทั้งดูแลสุขภาพไปด้วย จะช่วยบรรเทารายจ่ายได้มาก หรือหากใกล้ถึงวัยเกษียณแล้ว การเริ่มต้นดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้ ก็สามารถช่วยลดทอนรายจ่ายตรงส่วนนี้ไปได้ไม่มากก็น้อยเลยล่ะ

Two joyful seniors playing football in a park

7. ลงทุนได้ แต่อย่าโลดโผน

บางคนอาจจะยังไม่คุ้นชินเท่าไหร่ เมื่อต้องออกจากงานมานั่งๆ นอนๆ ที่บ้าน จึงมีคนวัยเกษียณไม่น้อยเลยทีเดียว ที่ผันตัวมาเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว หรือทำงานเล็กๆ น้อยๆ เพียงเพราะไม่อยากอยู่เฉยๆ

แต่ขอเตือนเอาไว้หน่อย ว่าการเริ่มต้นทำธุรกิจในวัยนี้ จริงอยู่ที่ไม่มีใครแก่เกินจะลงทุน แถมยังได้เปรียบในเรื่องเก๋าประสบการณ์ต่างๆ แตกต่างจากวัยอื่นๆ แต่การทุ่มทำธุรกิจที่มากจนเกินตัว หรือโลดโผนมากจนเกินไป ก็เสี่ยงต่อการขาดทุน และจนกันตอนหลังเกษียณมาเยอะแล้ว

Couple discussing home economics
ดังนั้น หากอยากจะลงทุนจริงๆ ก็ควรเป็นธุรกิจที่ไม่ใหญ่โต หรือมีความเสี่ยงมากเกินไป หรือจะซื้อกองทุนต่างๆ ก็แนะนำให้เน้นไปที่ความเสี่ยงน้อยๆ ถึงแม้จะได้เงินเยอะไม่ทันใจ แต่เมื่อขาดทุนขึ้นมา ก็นับได้ว่าไม่บาดเจ็บ กระทบกระเทือนถึงเงินออมหลักๆ ของตน แถมยังมีอะไรให้คุณทำ หรือได้ศึกษา เปิดโลกใหม่ๆ อีกด้วย

 


นอกจากนี้ นิสัยอย่างการติดพนัน ซื้อหวย หากรู้ตัวว่าลดละเลิกไม่ได้ ก็ควรเล่นให้น้อย เล่นแต่พอดี อย่าถลำลึกเกินไป ไม่เช่นนั้น เงินทองในบั้นปลายชีวิตมีกี่สิบล้านก็คงไม่พออย่างแน่นอน!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon