ทริก บัตรเครดิต รู้แจ้งแบบฉบับยอดมนุษย์

posted: 3 years ago
2,348 views
ทริก บัตรเครดิต รู้แจ้งแบบฉบับยอดมนุษย์

comments
ยอดมนุษย์บัตรเครดิต ต้องรู้อะไรบ้าง
Photo Credit: reynermedia via Compfight cc

“ใครไม่รู้จัก บัตรเครดิต คืออะไรยกมือขึ้น!”

บัตรเครดิต คือ ไอ้บัตรมุมมนๆ ที่เราๆทั้งรักทั้งเกลียด
รักเพราะช้อปง่าย เกลียดตอนจ่ายหนี้

Viriyah Insurance

ปัจจุบันนี้ ใครๆต่างก็ต้องมี บัตรเครดิต อย่างต้องหนึ่งใบติดตัวกันทั้งนั้น มันเป็นเหมือนอาหารกลุ่มที่ 7 (มือถือ กับแท็บเบล็ต เป็นกลุ่มที่ 5-6 เดี๋ยวนี้ขาดมือไม่ได้ จะขาดใจ) บัตรเครดิต เป็นบัตรพลาสติกมุมมนๆ มีแถบแม่เหล็กใส่ข้อมูลของเรา ที่ทางธนาคาร หรือ ผู้ประกอบการหรือผู้ออกบัตรให้ผู้ถือบัตร เพื่อเอาไว้ใช้แทนเงินนั่นเองค่ะ โดยที่เห็นๆกับ่อยๆ บัตรเครดิตมีหลายประเภทหลัก คือ VISA, MasterCard, American Express, China Union Pay (CUP), และ Japan Credit Bureau (JCB) ซึ่งก็มีผลประโยชน์ในการใช้งานต่างกัน (ไม่นับพวก FirstChoice หรือ AEON เพราะบัตรของทั้งสองเจ้านี้เป็นบัตรกดเงินสดนะจ๊ะ สินเชื่อเงินสดส่วนบุคคลไม่เหมือนกันเด้อ ใช้ผิดใช้ถูกจน แถมเป็นหนี้ไม่รู้ด้วยน้า)

ปัจจุบันนี้ บัตรเครดิต มีมากหน้าหลายตาเหลือเกิน มันยั่วหน้ายั่วตาให้คนสมัครกันเต็มไปหมด มีโปรโมชั่นมายั่วหน้ายั่วหลัง ตั้งแต่รับส่วนลดตั๋วภาพนตร์ 50 บาททุกเรื่อง จนถึง นำคะแนนมาแลกเป็นแอร์ไมล์ได้หลายหมื่นไมล์ แบบ ทั้งบินเที่ยว บินทำงาน บินเล่น บินแก้เบื่อ ก็ยังไม่หมด

แล้วบัตรเครดิตนี่มันมีประโยชน์ยังไงกันนะ

  1. เพิ่มอำนาจการบริโภค บอกตรงๆ ก็คือช่วยเป็นเงินให้เราใช้ล่วงหน้า หากเกิดจำเป็นจะต้องซื้อของชิ้นใหญ่ๆ ราคาแพงๆ ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็น เรือใบ รถเมล์ ที่ม้วนผม คอมพิวเตอร์ มือถือ แท็บเบล็ต ฯลฯ เหล่านี้ จะใช้เงินสดก็เสียดาย ดังนั้น การใช้บัตรในการซื้อของจะช่วยให้เราสามารถรูดเครดิตไปก่อน แล้วมาผ่อนให้สถาบันการเงินที่เป็นผู้ออกบัตรให้เราได้ทีหลัง โดยส่วนมากก็จ่ายคืนเป็นรายเดือน ดอกเบี้ย 0% นาน 6 – 10 เดือนก็แล้วแต่ผู้ออกบัตรให้เรานั่นเอง
  1. สะดวกสบาย จะซื้ออะไรก็ซื้อง่าย เดินทางก็ไม่ต้องพกเงินสดเป็นฟ่อนๆ ให้เป็นเป้าสายตา ให้โดนจี้ โดนปล้น ให้เจ็บตัว แถมเสียเงินอีกต่างหาก
  1. สิทธิพิเศษ จากผู้ออกบัตร สมัยนี้มีเยอะแยะไปหมด ให้เอามาสาธยายคงหน้ากระดาษไม่พอ เอาเป็นว่า ส่วนลดทั้งหลาย ผ่อน 0% นานๆ คืนเงิน สะสมแต้มเอามาแลกของได้ ฯลฯ ประมาณนั้นเลย ส่วนนี้ก็แล้วแต่ว่าเราเลือกใช้บัตรแบบไหน มีดีลเจ๋งๆอะไรให้เราบ้าง ก็ต้องดูกันเอาเอง
  1. เป็นเสี่ย ใจป้ำ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่เรียกว่าเป็นเสี่ยใจป้ำเพราะว่า ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน เกิดอาการบาดเจ็บ ต้องเข้าโรงพยาบาล ต้องนอนโรงพยาบาล ให้น้ำเกลือ กินได้แต่น้ำข้าวต้ม พอจะกลับบ้าน เห็นบิลแล้วจะเป็นลม เงินไม่ใช่ไม่มี แต่แค่ไม่อยากใช้เงินก้อนที่อุตส่าห์เก็บเอาไว้ตั้งหลายเดือน วิธีจัดการง่ายๆ หากเรามีบัตรแล้ว ก็รูดซะ แล้วมาจ่ายผ่อนทีหลังเอาก็ได้ อย่างน้อยโรงพยาบาลก็ยอมให้เรากลับบ้านแหละนะ

ใช้บัตรมาสักพักแล้ว ทำไมผ่อนไม่หมดสักที

Bangkok Insurance

ใช้บัตรเครดิตทั้งที ก็ต้องศึกษาเพิ่มนิดนึง คือเค้าอาจจะบอกว่าดอกเบี้ย 20% ต่อปี แต่ไม่ได้หมายความว่า รูดไป 100 ต้องจ่ายคืน 120 บาทซะเมื่อไหร่ ไหนจะค่าธรรมเนียมรายปี ค่าโน่น ค่านี่ ค่านั่น ถ้าใช้บัตรเอามากดเงินสด ก็โดนดอกเบี้ยอีก … เอ้า แล้วทีนี้ทำยังไงล่ะ

สิ่งที่ควรทำ คือการศึกษารายละเอียดว่า การจ่ายคืนหนี้บัตรเครดิต มีดอกเบี้ย และ ค่าธรรมเนียมอะไรยังไงบ้าง ไหนจะค่าบริการ จ่ายช้าก็ปรับอีก

วิธีการชำระหนี้บัตรเครดิตมีวิธีง่ายๆ 2 วิธี

  1. ถึงวันก็จ่ายเต็ม

    เป็นการคิดแบบเต็มจำนวน คือ เริ่มตั้งแต่วันที่รูดบัตร จนถึงวันที่ครบกำหนดชำระเงิน แล้วก็จ่ายทบต้นทบดอก ทั้งค่าของด้วย รวดเดียวจบ ไม่ต้องคิดอะไรอีก จนกว่าจะรูดบัตรครั้งต่อไป   วิธีนี้ก็ง่าย ส่วนมากแล้ว สถาบันการเงินจะให้กำหนดสูงสุด 45 วัน (ก็คือ 1 รอบบิล + 15 วัน) คือ หากคุณจ่ายเต็ม ภายใน 45 วัน ก็ไม่ต้องจ่ายดอกเบียเลยว่างั้น

  1. คิดตามยอดคงค้างจริงจะบอกว่าครั้งแรกที่อ่านคำนี้ ใครๆก็งง … เอาเป็นว่า การชำระหนี้บัตรเครดิต ต้องคิดตามนี้ละกันนะ
  • ดอกเบี้ยส่วนแรก โดยส่วนนี้ คิดจากยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมด นับตั้งแต่วันที่รูดบัตร มีบันทึกเข้าระบบ จนถึงวันสรุปยอดค่าใช้จ่าย คือวันตัดยอดนั่นแหละ ส่วนนี้ คิดเป็น 20%
  • ดอกเบี้ยส่วนที่สอง คือ ดอกเบี้ยที่คิดจากยอดคงค้าง คือตั้งแต่วันที่คุณจ่ายเงินขั้นต่ำไป จนถึงวันตัดยอดของเดือนถัดไป ส่วนนี้อีก 20%

ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะต้องใช้เวลา ทำความเข้าใจการชำระหนี้บัตรของคุณ ไม่งั้น จะกลายเป็นหนี้เพิ่มหนี้พูน แทนที่จะได้ใช้เงินอย่างมีความสุขนะจ๊ะ

ค่าธรรมเนียมจุกจิกทั้งหลาย

การเป็นเจ้าของบัตรเครดิต ก็เหมือนการซื้อน้องหมามาเลี้ยง ต้องมีค่าใช้จ่าย มีค่าโน่น ค่านี่ ค่านั่น เยอะแยะเต็มไปหมด ได้แก่

  1. ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ออกบัตรให้คุณ)
  2. ค่าธรรมเนียมรายปี (ขึ้นอยู่กับผู้ออกบัตร แต่ว่า คนส่วนใหญ่จะไม่รู้ ว่าค่าธรรมเนียมส่วนนี้เนี่ย ต่อรองได้นะ ต่อรองกับสถาบันการเงินที่เค้าออกบัตรให้คุณได้เลย ว่าขอลดหน่อย พูดดีไม่ต้องจ่ายเลยก็มีนะจะบอกให้)
  3. ค่าธรรมเนียมการชำระเงินผ่อนตามช่องทางต่างๆ ก็คือ ค่าบริการเวลาคุณไปชำระเงินนั่นเอง จะให้ดีไปหาที่ๆค่าธรรมเนียมถูกๆ สะดวก หรือ เป็นทางผ่านของคุณ จะเริ่ดสุด
  4. ค่าธรรมเนียมหากคุณเบิกเงินสดจากตู้เอทีเอ็มโดยใช้บัตรเครดิตของคุณ เพราะค่าบริการส่วนมาก จะอยู่ที่ 3% ของจำนวนเงินที่คุณถอนออกมาใช้ แต่ส่วนนี้จะไม่ได้รวมอยู่ในส่วนของดอกเบี้ยที่คุณใช้บัตรรูดปื้ดซื้อของไปนะจ๊ะ
  5. ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ผู้ออกบัตรต้องใช้จ่าย หากต้องออกโรงเอง เช่น หากผู้ออกบัตรต้องติดตามทวงหนี้ ค่าจดหมาย ค่าทำการ ค่าธรรมเนียม ก็คุณจะต้องเป็นคนจ่ายให้เขา นะจ๊ะ

คนจะเป็นเศรษฐีต้องรู้วิธีใช้บัตรเครดิต

จะว่าไป ก็ไม่ใช่ว่ามีวิธีการใช้บัตรเครดิตที่ “ถูก” หรือ “ผิด” ตายตัว อยู่ที่ความจำเป็น และ การใช้งานของเจ้าของบัตรซะมากกว่า ว่าเรามีบัตรมาไว้ใช้งานอะไรกันแน่ ใช้ช้อป ใช้ซื้อของจำเป็น ใช้เพื่อความสะดวก หรือ ใช้เล่น เพราะเงินเหลือใช้ ก็แล้วแต่ แต่ผลประโยชน์ในการใช้บัตรรูดปื้ดๆ แบบที่เศรษฐีเค้าทำกัน ก็จะมีประมาณดังต่อไปนี้

  1. ใช้หมุนเงิน คือ นำเงินในบัตรไปใช้ก่อน จ่ายเงินคืนธนาคารทีหลัง เช่น การนำเงินที่มีไปใช้ในการลงทุนระยะสั้น ซื้อกองทุน ซื้อตราสารหนี้ ซื้อหุ้น ใช้หนี้ เป็นต้น (ซื้อหุ้น ก็เก็งกำไรดีๆนะจ้ะ เก็งผิดเก็งถูกจะกลายเป็นเกร็งเพราะตังหมดแทนเน้อ)
  1. ส่วนลดทั้งหลาย จงมา ปัจจุบันนี้ แต่ละบัตร แต่ละบริษัท ก็มีโปรโมชั่นลด แหลก แจก แถมเยอะแยะเต็มไปหมด ไหนๆก็มีบัตรแล้ว ก็ใช้ซะให้ได้ประโยชน์สุดๆ ไม่ว่าจะสะสมแต้มแลกของขวัญ ส่วนลด 10-20% หรือยิ่งกว่านั้น ยังไงซะก็สามารถช่วยให้คุณประหยัดเงินไปได้เยอะอยู่ดีนั่นเอง
  1. รูดแล้วได้เงินคืน แต่ละบริษัทก็ให้เปอร์เซ็นต์เงินคืนให้แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นร่วมกับห้าง ร้านค้า ปั๊มน้ำมัน สายการบิน รถไฟฟ้า ต่างก็ออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับ Lifestyle และ พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเราๆทุกคน แถมประหยัดได้อีกต่างหาก

วิธีที่ดีที่สุดในการ ไม่ถมตัวเองด้วยหนี้บัตรเครดิตเห็นจะเป็นการมีบัตรให้ใช้รูดเพียงใบเดียว แล้วก็ใช้อยู่แค่ใบเดียวนั่นแหละ มีบัตรสองสามใบ เอาใบแรกมาโปะหนี้ใบสอง ใบสองรูดมาโปะหนี้ใบสาม แล้วก็เกิดวงจรอุบาทว์ เป็นวัฏจักรของเวรของกรรมที่ทำไปทำมา จะทำให้เรากลายเป็นหนี้หัวฟูเอานะจ้ะ จะเป็นเจ้าของบัตรพลาสติกรูดตังได้ทั้งที ต้องมีแผนการใช้เงินที่ดี เหมาะสมกับตัวเองก่อนเสมอ เพื่อจะได้มีระบบระเบียบในการใช้งาน และก็ไม่สร้างหนี้สินรุงรังด้วย แบบนี้ถึงจะเรียกว่าเป็นยอดมนุษย์บัตรเครดิตตัวจริง!

>>>ต้องการเช็คบริการบัตรเครดิตจากสถาบันการเงินชั้นนำในประเทศไทย คลิกที่นี่เลย!<<<


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon