เสริมเกราะความมั่นคงตั้งแต่แบเบาะ กับประกันลูกน้อย

posted: 2 years ago
เสริมเกราะความมั่นคงตั้งแต่แบเบาะ กับประกันลูกน้อย

comments

สำหรับประกันชีวิตนั้น ไมได้มีเพียงเฉพาะแต่วัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่เท่านั้นที่สามารถทำได้ เพราะประกันล้วนให้ความคุ้มครองไปถึงลูกน้อยของคุณได้!

แต่สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว คงจะมีข้อสงสัยไม่น้อยเกี่ยวกับประกันสำหรับลูกๆ  วันนี้ Rabbit Finance จะมาคลายข้อสงสัยเหล่านั้น เพื่อให้เหล่าคุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อเป็นประกัน สร้างความมั่นคงในอนาคตให้กับลูกๆ ได้

ทำไมถึงต้องทำประกันให้กับลูก

หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า ทำไมเราต้องเริ่มทำประกันให้ลูกตั้งแต่เด็กๆ ด้วย ของแบบนี้เริ่มขึ้นค่อยทำก็ได้ ไม่เสียหายอะไร เพราะนอกจากการช่วยลดหย่อนภาษีให้เหล่าคุณพ่อคุณแม่แล้ว ก็ยังไม่เห็นมีความจำเป็นที่จะต้องทำ ขอบอกเลยว่าคิดผิดแล้วล่ะ

การทำประกันนั้น แต่แรกเริ่มแล้วการลดหย่อนภาษีเป็นเสมือนแค่ผลพลอยได้ เพราะแท้จริงแล้วประโยชน์ของประกันนั้น หากทำตั้งแต่อายุยังน้อย คุณก็จะได้จ่ายเบี้ยประกันที่ถูก ซึ่งตรงข้ามกับการทำประกันเมื่อมีอายุแล้ว ที่เบี้ยประกันจะแพงขึ้นเรื่อยๆ ตามช่วงอายุ

calculator-983900_640

นอกเหนือจากช่วยเก็บออมทางอ้อมแล้ว คือการเป็นผู้ช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อย่างการเกิดเหตุไม่คาดฝัน และจำเป็นต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้อีกด้วย โดยเฉพาะกับในเด็กเล็กที่อาจป่วยไม่สบายจนต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ หรือต้องการมอบเงินไว้ให้เป็นมรดกกับลูกๆ ในอนาคต ซึ่งการทำประกันนั้น บางแห่งสามารถเริ่มต้นทำได้ตั้งแต่แรกเกิดได้เลย

รู้จักกับประกันต่างๆ ก่อนการเริ่มทำ

เมื่อตัดสินใจจะเริ่มทำประกันให้กับลูกน้อยแล้ว ก็อาจจะยังชั่งใจอยู่ว่า ประกันแบบไหนกันนะที่เหมาะกับการทำให้ลูกของเรา

1.ประกันสุขภาพ

ลักษณะของประกันแบบนี้ เป็นแบบจ่ายแล้วทิ้งปีต่อปี หรือหมายความว่า เป็นเบี้ยประกันที่จ่ายไปจะไม่ได้คืน ถึงแม้ทั้งปีนั้นไม่ได้เคลมเลย ก็ไม่ได้คืน ซึ่งประกันมีความแตกต่างกันตามวงเงินค่าห้อง และวงเงินรวมที่ประกันจะจ่ายให้ทั้งปี ยิ่งเลือกค่าห้องแพง เบี้ยก็จะสูงตามไปด้วย

baby-17316_640

ประกันสุขภาพแบบนี้ ควรจะทำตั้งแต่ตอนลูกยังเล็กๆ เพราะว่าถ้ามี record การรักษากับโรงพยาบาลแล้ว อาจจะมีการปฏิเสธการประกัน หรือยกเว้นการประกันเฉพาะโรค โดยเบี้ยประกัน ตอนแรกเกิด – 6 ขวบ จะแพงที่สุด แต่ถ้าพ้น 6 ขวบ ไปแล้ว ราคาก็จะลดลง

ประกันสุขภาพส่วนใหญ่ตั้งต้นที่ประกันเฉพาะแบบคนไข้ในเป็นหลัก หมายความว่าต้อง admit เสียก่อน ทางบริษัทประกันถึงจะจ่ายให้  แต่ถ้าอยากเพิ่มเรื่องคนไข้นอก (OPD) เข้าไปด้วยก็สามารถทำได้ แต่ราคาจะเพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่ง OPD เอง ก็มีเรทให้เลือกได้เหมือนกันว่า จะให้จ่ายสำหรับการไปหาหมอต่อครั้งเท่าไหร่   และสำหรับคนที่มีสวัสดิการอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้มีแบบจ่ายเฉพาะส่วนเพิ่มได้ด้วย

การจ่ายเบี้ยประกันนั้น มีจ่ายได้ทั้งรายเดือน ราย 6 เดือน และรายปี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท แต่แนะนำว่าประกันสุขภาพควรจะจ่ายอย่างน้อย 6 เดือนดีกว่า เพราะถ้าจ่ายรายเดือน เดือนไหนลืมจ่าย ประกันจะขาดทันที ไม่คุ้มครองต่อ และถ้ายังชั่งใจว่าควรจะเลือกแบบไหน ก็ให้ดูว่าโรงพยาบาลที่อยากจะให้ลูกเราเข้าออกบ่อยๆ มีอัตราค่าห้องประมาณเท่าไหร่ เพราะถ้ายิ่งเลือกค่าห้อง ค่าพยาบาลแพง เบี้ยก็จะสูงด้วย

2. ประกันชีวิต

มีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับแต่ละวัตถุประสงค์ ซึ่งเราก็จำแนกได้ 2 แบบ ดังนี้

2.1 เน้นคุ้มครอง  คือ ประกันที่เน้นการคุ้มครองชีวิตเป็นหลัก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นระยะยาว คุ้มครองจนถึงอายุ 80 – 90 ปี หรือคุ้มครองตลอดชีพ เหมาะสำหรับคนที่อยากจะมีหลักประกันไว้ให้คนข้างหลังไม่เดือดร้อนเรื่องเงินหลังจากเราจากไป  เพราะประกันแบบนี้ส่วนใหญ่ เราว่าคนส่งเบี้ยไม่ใช่คนที่จะได้รับผลประโยชน์ นอกจากว่าเราจะมีอายุยืนมากๆ

Extended Family Group Playing Board Game In Living Room At Home

เบี้ยประกันก็จะแตกต่างกันไปตามระยะเวลาคุ้มครอง ระยะเวลาการส่ง และเงินปันผลคืน ยิ่งส่งสั้น เบี้ยก็ยิ่งแพง  หรือถ้าอยากได้เงินคืนระหว่างทางด้วย เช่น 3 ปี คืนครั้งนึง ไปเรื่อยๆ จนครบระยะ เบี้ยก็จะแพงกว่าแบบที่ได้เงินก้อนทีเดียวเลยตอนสิ้นสุดระยะเวลากรมธรรม์

จะเลือกแบบไหน ก็แล้วแต่ความสามารถในการจ่ายเบี้ย และความต้องการในการทำประกัน ซึ่งการเลือกประกันแบบนี้ ก็เพื่อเป็นประกันหลักให้ลูก และใช้ซื้อประกันสุขภาพเป็นสัญญาเสริม เพื่อเบี้ยรวมรายปีจะได้ไม่แพงมาก

อย่างที่เราบอกไว้ว่า บริษัทประกันตามข้อกฏหมายแล้ว มักไม่รับทำประกันสุขภาพอย่างเดียว เราต้องซื้อกรมธรรม์หลักก่อน ถึงจะยอมให้ซื้อประกันสุขภาพเป็นสัญญาเสริม ดังนั้นเพื่อให้เบี้ยรวมไม่แพง คุณควรซื้อประกันหลักราคาไม่สูงมาก เพื่อเป็นบันไดให้ซื้อประกันสุขภาพ

การซื้อประกันสุขภาพเป็นสัญญาเสริมแบบนี้ มีข้อดีคือ เบี้ยจะถูกว่าประกันสุขภาพเดี่ยวๆ และไม่ว่าปีนี้จะเคลมเท่าไหร่กี่ครั้ง ปีหน้าบริษัทก็จะต่อให้เพราะมันถูกผูกไว้กับสัญญาหลักแล้ว และสามารถซื้ออย่างอื่นเพิ่มเติมได้ด้วย

เช่น ประกันอุบัติเหตุ คุ้มครองผู้ส่ง หมายความว่า ถ้าเราเป็นอะไรไป บริษัทจะดูแลเรื่องกรมธรรม์ให้เหมือนเดิมทุกอย่าง หรือชดเชยเงินรายวัน ถ้าลูกต้องนอนโรงพยาบาล เป็นต้น

2.2 เน้นสะสมทรัพย์ คือ เน้นเก็บเงิน และเอาผลประโยชน์มาใช้เมื่อครบเวลากรมธรรม์ แต่ก็ยังคุ้มครองในระหว่างนั้นอยู่

ประกันประเภทเน้นสะสมทรัพย์จะมีระยะเวลา และรูปแบบมีหลากหลาย ซึ่งก็ต้องแล้วแต่วัตถุประสงค์ว่าอยากจะทำไปเพื่ออะไร เช่น ใช้เป็นค่าเทอมลูก หรือใช้เมื่อตอนเราเกษียณ  นอกจากนี้คุณต้องนึกด้วยว่าอยากให้มีเงินคืนระหว่างปีด้วยรึเปล่า คืนทุกปี หรือ คืน 3 ปีครั้ง และที่สำคัญคือเรามีเงินส่งประกันเท่าไหร่ ต้องมองยาวๆ เผื่อไว้ว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจะยังส่งไหวหรือไม่?

coins-1523383_640

ประกันแบบนี้ส่งเป็นรายเดือนได้ แต่ส่งรายปีจะถูกที่สุด เบี้ยมีหลากหลายตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักหลายพัน ขึ้นกับรูปแบบและทุนประกันที่เราเลือก บางท่านต้องการเบ็ดเสร็จในกรมธรรม์เดียวเวลาทำให้ลูกก็เลือกแบบนี้ + ประกันสุขภาพก็มี ซึ่งหมายความว่า ลูกก็จะได้เงินใช้ระหว่างทาง แต่ก็ได้ประกันสุขภาพด้วย และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลากรมธรรม์ก็จะได้เงินคืน

นอกจากนี้ จริงอยู่ว่ากรมธรรม์ประกันชีวิตสามารถเวนคืนได้ หมายความว่า ถ้าเราส่งต่อจนครบระยะเวลาไม่ไหว ก็อาจจะหยุดส่ง แล้วเลือกให้บริษัทคุ้มครองต่อไป หรือเลือกเวนคืนโดยเอาเงินคืนมาเลย แต่วิธีนี้ ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะฉะนั้นก็น่าจะต้องวางแผนการเงินให้ดีก่อน

ข้อควรคิดก่อนเริ่มต้นทำประกันให้ลูก

บริษัทประกันชีวิต เป็นบริษัทที่ขายสินค้าประเภทประกันชีวิตเป็นหลัก เพราะฉะนั้นประกันสุขภาพจึงจำเป็นจะต้องขายควบกับประกันชีวิตหลักเสมอ ไม่สามารถขายเฉพาะประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียวได้ แต่ถ้าเป็นประกันอุบัติเหตุสามารถซื้อเดี่ยวๆ ได้

แต่ถ้าหากเราซื้อประกันหลักที่ทุนน้อยๆ ก็สามารถทำได้ ซึ่งคุณก็ต้องดูควบคู่ไปกับประกันสุขภาพที่ต้องการด้วยว่า ต้องการให้คุ้มครองมากขนาดไหน แล้วค่อยดูประกันหลักที่น้อยที่สุดอีกครั้ง นั่นเอง

child-1260421_640

สำหรับเหล่าผู้ปกครองทั้งหลาย สำหรับประกันสุขภาพ สิ่งที่ควรพิจารณาคือ ต้องดูว่าโรงพยาบาลเครือข่ายที่รับประกัน มีโรงพยาบาลอะไรบ้าง มากน้อยแค่ไหน และโรงพยาบาลที่ลูกอาจจะต้องเข้าอยู่ในเครือข่ายหรือเปล่า เมื่อต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ต้องสำรองจ่าย หรือ fax เคลมได้เลย ควบคู่ไปกับการดูข้อตกลง เงื่อนไข และราคาเบี้ยประกันต่างๆ

นอกจากนี้ หากเป็นประกันสุขภาพจะมีระยะปลอดโรค 1 เดือนแรก คือ นับตั้งแต่วันที่ทำประกันนับไป 1 เดือน ถ้าเป็นอะไรระหว่างนั้นจะไม่คุ้มครอง หลังจากนั้นก็คือคุ้มครองแต่อาจจะไม่ต้องจ่ายเลย หรือ ต้องจ่ายไปก่อน แล้ว fax เคลมทีหลัง ก็แล้วแต่เงื่อนไข ส่วนประกันชีวิตเอง หากไม่ครบกรมธรรม์ ส่วนมากจะคืนเงินให้เมื่อเสียชีวิตแล้วเท่านั้น

และที่สำคัญที่สุด คือการเลือกทำประกันที่สอดคล้องกับรายจ่ายในแต่ละเดือน เพราะสำหรับประกันนั้น หากขาดการจ่ายรายเดือนจะหยุดการคุ้มครองต่างๆ ทันที ดังนั้น การทำประกันที่ดี เบี้ยประกันต้องไม่เบียดเบียนเงินเดือนนั้นเอง

การทำประกันนั้นไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด ขอเพียงแค่คุณใส่ใจเกี่ยวกับรายละเอียด เงื่อนไข และข้อสัญญาให้ดี ประกันต่างๆ จะกลายเป็นเกราะเสริมความมั่นคงให้กับลูกน้อยต่อไปในอนาคตได้อย่างแน่นอน


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon