สังคมอุดมดราม่า…ทำไมต้องกราบ ? กรณีศึกษาพิธีกรหนุ่มสั่งกราบรถ

posted: 1 year ago
สังคมอุดมดราม่า…ทำไมต้องกราบ ? กรณีศึกษาพิธีกรหนุ่มสั่งกราบรถ

comments

จากกรณีพิธีกรหนุ่มก่อเหตุทำร้ายร่างกายคู่กรณีเนื่องจากไม่พอใจที่คู่กรณีขับจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 ไอ เฉี่ยวชนรถยนต์มินิคูเปอร์คู่ใจจนไฟท้ายเสียหายบริเวณซอยเจริญกรุง 44 ถนนเจริญกรุง ใกล้กับโรบินสันบางรัก เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา (เผือกกันให้สุด กับทุกไทม์ไลน์สถานการณ์ ‘กรณี กราบรถมินิ’) จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทอล์คออฟเดอะทาวน์อย่างดุเดือดเผ็ดร้อนในโลกออนไลน์ด้วยการติดแฮชแท็ก #กราบรถกู ซึ่งกลายเป็นวลีฮิตในเวลาอันรวดเร็ว เรียกได้ว่าตามอ่านกันแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีชาวเน็ตในตำนานที่ตัดต่อภาพล้อเลียนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างว่องไว มีการทำคลิปเลียนแบบเรื่องราวที่เกิดขึ้น รวมไปถึงนักแสดงและพิธีกรในวงการอีกหลายคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณี ‘กราบรถมินิ’ ซึ่งทางต้นสังกัดก็ได้ออกแถลงการณ์บทลงโทษโดยการยกเลิกสัญญาทั้งหมดของพิธีกรหนุ่ม โดยให้เหตุผลว่าเป็นแบบอย่างที่ไม่เหมาะสมให้แก่เยาวชน

Rabbit Daily จะพาผู้อ่านไปล้วงลึกถึงนัยสำคัญของการกราบ ซึ่งหลายต่อหลายครั้งมักเกิดเหตุการณ์ดราม่าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกราบขึ้นในสังคมไทย และจากกรณีศึกษาเหตุการณ์กราบรถมินิที่เพิ่งเกิดขึ้น เราลองไปติดตามกันสิว่าการกราบสำคัญยังไง ทำไมต้องกราบ แล้วคนไทยกราบอะไรบ้าง ?


การกราบคืออะไร? ทำไมคนไทยต้องกราบ ?

กราบคนไทยเราจะคุ้นเคยกับการกราบ เนื่องจากมองว่าเป็นวัฒนธรรมอันดีงามที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา และถือว่าเป็นการแสดงความเคารพอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างสูงสุดเหนือกว่าการทำความเคารพทั้งหลายทั้งในทางโลกและทางธรรม คนไทยถือว่าศีรษะเป็นอวัยวะที่สูงที่สุดของร่างกายและการกราบก็คือการโน้มศีรษะลงมายังจุดที่ต่ำที่สุด ซึ่งเป็นนัยของการแสดงความเคารพและยอมอ่อนน้อมอย่างที่สุด จึงเป็นสาเหตุที่คนไทยมักจะถือเรื่องการเล่นหัว โดยหากไม่สนิทกันจะไม่แตะศีรษะเล่นกันโดยเด็ดขาด

โกษาปานเข้าเฝ้าพระนารายณ์
https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Siamese_envoys_at_Versailles.jpg

ในอดีต ‘การหมอบกราบ’ เป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดิน แม้กระทั่งการเดินทางไปแสดงความเคารพต่อกษัตริย์ดินแดนอื่นคนไทยก็ใช้วิธีการเข้าเฝ้าด้วยการหมอบกราบ ภาพที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีและปรากฎอยู่ในหนังสือ ‘Siam and the Vatican in the Seventeenth Century’ คือภาพของเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ผู้แทนของราชสำนักอยุธยาในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเดินทางไปเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2229 โดยกระทำหน้าที่อย่างถูกต้องตามขนบธรรมเนียมประเพณีการเข้าเฝ้า จนชาวฝรั่งเศสได้กล่าวยกย่องชื่นชมคณะทูตไทย

เมื่อปี พ.ศ. 2416 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงมีปฐมบรมราชโองการให้ยกเลิกธรรมเนียมผู้น้อย ‘กราบไหว้หมอบคลาน’ ผู้ใหญ่ โดยทรงให้เหตุผลว่า… (อ้างจาก “ประกาศเปลี่ยนธรรมเนียมใหม่” ราชกิจจานุเบกษา กรุงเทพมหานคร เล่มที่ 1)

แลธรรมเนียมที่หมอบคลานกราบไหว้ในประเทศสยามนี้ เหนว่าเปนการกดขี่แก่กันแขงแรงนัก ผู้น้อยที่ต้องหมอบคลานนั้น ได้ความเหน็จเหนื่อยลำบาก เพราะจะให้ยศแก่ท่านผู้ใหญ่ ก็การทำยศที่ให้คนหมอบคลานกราบไหว้นี้ไม่ทรงเหนว่ามีประโยชน์แก่บ้านเมือง แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย ผู้น้อยที่ต้องมาหมอบคลานกราบไหว้ให้ยศต่อท่านผู้ที่เปนใหญ่นั้น ก็ต้องทนลำบากอยู่ จนสิ้นวาระของตนแล้วจึ่งจะได้ออกมา พ้นท่านผู้ที่เปนใหญ่ ธรรมเนียมอันนี้แลเหนว่าเปนต้นแห่งการที่เปนการกดขี่แก่กันทั้งปวง เพราะฉนั้นจึ่งจะต้องละพระราชประเพณีเดิม ที่ถือว่าหมอบคลานเปนการเคารพอย่างยิ่งในประเทศสยามนี้เสีย 

แต่อย่างไรก็ตามข้าราชการฝ่ายในก็ยังยึดปฏิบัติเพื่อถวายความจงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน เนื่องจากเห็นว่าเป็นประเพณีแบบแผนที่ดีงามและเคร่งครัด ซึ่งในปัจจุบันคนไทยทั่วไปก็ไม่ได้ ‘กราบไหว้หมอบคลาน’ ในชีวิตประจำวัน เพียงแต่วัฒนธรรมและธรรมเนียม ‘การกราบ’ นั้นก็ยังเป็นสิ่งที่คนไทยยึดถือปฏิบัติกัน ไปดูกันสิว่าคนไทยกราบอะไรบ้าง ?


คนไทยกราบใครบ้าง ?

กราบพ่อแม่
http://www.rakluke.com/

แน่นอนอันดับแรกที่คนไทยคุ้นเคยกันดีคือการกราบพ่อแม่ผู้มีพระคุณที่เป็นผู้ให้กำเนิดชีวิตและเลี้ยงดูเรามา รวมไปถึงครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือเพื่อระลึกถึงบุญคุณของท่าน นอกจากนี้เรายังใช้การกราบเพื่อระลึกถึงบุคคลที่ล่วงลับไปแล้วอีกด้วย ทั้งนี้ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไทยนับถือศาสนาพุทธถึงร้อยละ 94 ทำให้เราใช้การกราบในทางธรรมอีกด้วย นั่นก็คือกราบสักการะพระพุทธรูปและพระสงฆ์ รวมถึงกราบไหว้ในพิธีกรรมทางศาสนาหรือที่เรียกว่า ‘เบญจางคประดิษฐ์’ ตามวิถีของพุทธศาสนิกชน ซึ่งการกราบแต่ละแบบก็จะมีข้อปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไป

กราบขอหวย

นอกจากนี้คนไทยกลุ่มหนึ่งที่นิยมเรื่องโชคลางและเลขเด็ด หรือเรียกง่ายๆ ว่า ‘บรรดาคอหวย’ นั่นเอง ก็จะกราบขอโชคลาภจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้า ต้นไม้ วัตถุโบราณ รวมไปถึงสัตว์หรือพืชผลรูปร่างแปลกๆ โดยเชื่อว่ามีวิญญาญหรือเจ้าที่เจ้าทางสถิตอยู่ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่การกราบไหว้สิ่งลี้ลับ ผีหรือวิญญาณและมีอำนาจเหนือธรรมชาติก็นับว่าเป็นการผสมกลมกลืนระหว่างคติพุทธ พราหมณ์และสะท้อนวิถีชาวบ้านแบบดั้งเดิมที่คนไทยคุ้ยเคยเป็นอย่างดีอีกเช่นกัน


‘กราบรถมินิ’ สะท้อนสังคมวัตถุนิยม

MINI Yellow
Faceboook : MINI-TH

จากเหตุการณ์สุดอื้อฉาวที่มาของวลีฮิตเพียงชั่วข้ามคืน ‘กราบรถกู’ ได้เปลี่ยนชีวิต พลิกชื่อเสียงของพิธีกรหนุ่มที่โมโหจนขาดสติ ปล่อยพลังหมัดกระแทกหน้าคู่กรณีจนจมูกหัก คำถามคือสังคมเรียนรู้อะไรจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้บ้าง โดยก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวกรณีการ #สั่งกราบ มาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสั่งให้หมอดูชื่อดังรายหนึ่งก้มลงกราบเท้า สั่งให้แอร์กราบลูกสาว สั่งให้นักเรียนกราบครู และอีกหลากหลายเรื่องราว สิ่งเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึงวุฒิภาวะทางอารมณ์ รวมทั้งสะท้อนให้เห็นนัยสำคัญของการกราบที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมไทย เพราะอย่างที่บอกไปว่าการกราบคือการโน้มศีรษะซึ่งเป็นอวัยวะที่สูงที่สุดของร่างกายลงมายังจุดที่ต่ำที่สุด ซึ่งหากเกิดกรณีขัดแย้งกันการกราบดูเหมือนจะเป็นการกระทำที่ทรงพลังมากกว่าการยกมือไหว้หรือการกล่าวคำขอโทษ

CwkkY0WUcAIYwda

แน่นอนว่าการกราบที่เป็นการแสดงความเคารพอย่างอ่อนน้อมต่อผู้อื่นนั้นย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่ในกรณี ‘กราบรถมินิ’ ที่พิธีกรหนุ่มสั่งให้คู่กรณีก้มลงกราบรถยนต์มินิคูเปอร์หลังจากเฉี่ยวชนโดยไม่ได้ตังใจนั้น สร้างคำถามให้กับสังคมว่า ‘ทำไมต้องกราบรถยนต์’ ในเมื่อรถยนต์ไม่ใช่บุคคล ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต หรือไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมเนียมความเชื่อที่คนไทยนับถือ ? แม้ว่าในขณะที่เกิดเหตุพิธีกรหนุ่มคนดังกล่าวอาจเกิดบันดาลโทสะจนควบคุมสติไม่ได้ รถยนต์คันนี้ของเขาอาจเป็นคันที่รักมาก ทำงานเหนื่อยเก็บหอมรอมริบเพื่อซื้อมาใช้ กลายเป็นรถยนต์คู่ใจไปไหนไปด้วยกัน ดูแลรักษาอย่างดี แต่กลับมาถูกเฉี่ยวชน ? ซึ่งหากมองตามสภาพความเป็นจริงแล้วคู่กรณีมีความผิดที่เฉี่ยวชน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เป็น ‘อุบัติเหตุไม่คาดฝัน’ ที่ไม่ได้มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่การที่เจ้าของรถมินิคูเปอร์ไปทำร้ายร่างกายคู่กรณีกลางถนนก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากบ้านเมืองมีกฎระเบียบและขั้นตอนทางกฎหมายอยู่แล้ว แถมยังสั่งให้กราบรถยนต์เพื่อขอโทษอีก บางครั้งการกระทำโดยขาดสติเช่นนี้ก็อาจทำให้มองได้ว่า รถยนต์มีค่ามากกว่าคุณค่าความเป็นมนุษย์หรือ ? ซึ่งคำถามนี้  Rabbit Daily ไม่อาจฟันธงคำตอบออกมาได้ เพราะแต่ละคนก็คงมีความคิดเห็นและวิจารณญาณที่แตกต่างกัน เพียงแต่ฝากเอาไว้ให้ครุ่นคิดดูเพียงเท่านั้น

“เวลาโกรธขึ้นมา ด๊อกเตอร์กับ ป.4 ก็โง่พอๆ กัน”
– หลวงพ่อชา สุภทฺโท

กรณีที่เกิดขึ้นก็คงต้องว่ากันไปตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนอีกประการหนึ่งคือ โลกยุคโซเชียลมีเดียเนี่ยหูตาว่องไวมาก หลากหลายคดีที่เกิดขึ้นก็ได้หลักฐานจากโลกโซเชียลเป็นตัวช่วยประกอบการตัดสินและพิจารณาคดีความ สุดท้ายนี้บทเรียนสำคัญจากกรณีที่เกิดขึ้นที่ต้องเน้นย้ำเลยก็คือ ‘สติจ้าสติ’


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon