ทีมแพทย์เตรียมความพร้อมดูแลปชช.ร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

posted: 1 year ago
ทีมแพทย์เตรียมความพร้อมดูแลปชช.ร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

comments

ภายหลังจากการได้ประชุมคณะทำงานเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข ช่วงการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อสนับสนุนกองแพทย์หลวง และกรมการแพทย์ทหารบก ในการจัดหน่วยแพทย์ปฐมพยาบาลและทีมกู้ชีพบริเวณรอบสนามหลวง พระบรมมหาราชวัง พระเมรุมาศ และริ้วขบวน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค. 2560 จนเสร็จสิ้นพระราชพิธี



ทั้งนี้ในระหว่างงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นพ.โสภณเมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ได้ตั้งคณะทำงาน ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน อาสาสมัคร อาทิ กรุงเทพมหานคร กรมการแพทย์ 3 เหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองแพทย์หลวงสำนักพระราชวังโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย เหล่าทัพ กทม. กระทรวงสาธารณสุข แพทยสภา โรงพยาบาลเอกชน และผู้แทนสภากาชาดไทย มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อร่วมกันวางแผนดำเนินการเตรียมความพร้อม ประสานงานในการให้บริการและการจัดการทางการแพทย์ ทั้งภาวะปกติและเหตุฉุกเฉินวิกฤตทางการแพทย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดบริการหน่วยรักษาพยาบาล ระบบส่งต่อผู้ป่วย การจัดอบรมจิตอาสา เพื่อให้การดูแลผู้ที่มาร่วมงานพระราชพิธีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนในด้านการจัดบริการทางการแพทย์ทั้งด้านกายและจิตใจ ได้กำหนดจุดและหน่วยงานผู้รับผิดชอบไว้ 3 ส่วน คือ 1. ศูนย์ปฏิบัติการร่วมการแพทย์และสาธารณสุข ได้แก่ กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลเหล่าทัพ โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัยโรงพยาบาลเอกชน แพทยสภา มูลนิธิ และ จิตอาสา จัดหน่วยแพทย์ประจำบริเวณรอบมณฑลพิธี 21 จุด และประจำพระเมรุมาศจำลอง – ซุ้มดอกไม้จันทน์ 113 จุด เป็นจุดปฐมพยาบาล ทีมกู้ชีพขั้นพื้นฐานและขั้นสูง พร้อมรถพยาบาล ระบบการส่งต่อ – ส่งกลับผู้ป่วย ตลอดงานพระราชพิธี เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2560 จนเสร็จสิ้นพระราชพิธี 2. กรมการแพทย์ทหารบกจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และชุดทีมเดินเท้าดูแลกำลังพลในริ้วขบวน และกระทรวงสาธารณสุขดูแลประชาชนรอบนอก 3. ศูนย์ปฏิบัติการร่วมการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมกับตำรวจจราจร กรมการแพทย์ทหารเรือ เตรียมแผนการส่งกลับกรณีฉุกเฉิน เส้นทางทั้งทางบกและทางน้ำ รวมทั้งการติดต่อสื่อสาร และการประสานโรงพยาบาลรับส่งต่อ ส่งกลับให้ผู้ป่วยฉุกเฉินไปถึงโรงพยาบาลเร็วที่สุด โดยจะร่วมฝึกซ้อมในวันที่ 7 ตุลาคม และซ้อมใหญ่ 21 ตุลาคม นี้

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดเชิญชวนบุคลากรการแพทย์เป็นจิตอาสาด้านการแพทย์ด้วยความสมัครใจ และจัดอบรมประชาชนจิตอาสาตามคู่มือของกรมการแพทย์ ให้มีความรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การกู้ชีพ ช่วยสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ ซึ่งประชาชนจะมีความรู้ติดตัวไปใช้ในการช่วยชีวิตผู้อื่นต่อไป ทั้งนี้ ได้มอบให้สำนักสาธารณสุขฉุกเฉินเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ที่กระทรวงสาธารณสุข ในต่างจังหวัดเปิดที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด มีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้บัญชาการและรับผิดชอบการบริหารจัดการ จัดทีมแพทย์ประจำจุดพระราชพิธี รถพยาบาล โรงพยาบาลรับ-ส่งต่อ และประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในการอบรมจิตอาสาด้านการแพทย์ พร้อมให้การดูแลประชาชนที่มาร่วมงานพระราชพิธีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

shutterstock_722370109

แพทย์ดูแลประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพ ร.9 ตลอด 24 ชั่วโมง

จากการที่สำนักพระราชวังได้ประกาศเลื่อนกำหนดวันสุดท้ายของการกราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ทำให้มีประชาชนเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพเพิ่มขึ้น มีจำนวนประมาณ 60,000 – 70,000 คนต่อวัน รัฐบาลได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดูแลประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง และบริเวณสนามหลวงอย่างดีที่สุด

ดังนั้นศูนย์ปฏิบัติการร่วมการแพทย์และสาธารณสุข จึงได้ปรับแผนในการให้บริการ โดยเพิ่มบุคลากรการแพทย์เพื่อให้การดูแลประชาชนที่เจ็บป่วยทั่วไป หรือเจ็บป่วยฉุกเฉินอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนเตรียมจัดหน่วยแพทย์ ชุดแพทย์เคลื่อนที่ และอบรมจิตอาสาด้านการแพทย์ ดูแลผู้มาร่วมงานพระราชพิธี ที่บริเวณรอบมณฑลพิธี 21 จุด และประจำพระเมรุมาศจำลอง-ซุ้มดอกไม้จันทน์ 113 จุด เป็นจุดปฐมพยาบาล ทีมกู้ชีพขั้นพื้นฐานและขั้นสูง พร้อมรถพยาบาล ระบบการส่งต่อ-ส่งกลับผู้ป่วย ตลอดงานพระราชพิธี เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2560 จนเสร็จสิ้นพระราชพิธี

ทั้งนี้ศูนย์ปฏิบัติการร่วมการแพทย์และการสาธารณสุข ฯ ซึ่งประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรสาธารณประโยชน์ 31 แห่ง ได้ร่วมกันปฏิบัติงานดูแลผู้เจ็บป่วยตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2559 จนถึง 30 กันยายน 2560 ให้บริการประชาชนรวมทั้งสิ้น 3,660,594 คน ส่วนใหญ่ร้อยละ 97 เป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และตรวจโรครักษาทั่วไป เช่น ปวดศีรษะ เป็นไข้ เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เป็นต้น นำส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาล 1,545 คน และตรวจประเมินสุขภาพทางจิตโดยทีมสุขภาพจิตรวม 5,425 คน

ทั้งนี้ สามารถรับบริการทางการแพทย์ได้ที่โรงพยาบาลสนามกองทัพบกบริเวณสนามหลวงด้านทิศเหนือ ตรงข้ามเจดีย์ขาว หน่วยแพทย์ที่หน้าศาลหลักเมือง และในพระบรมมหาราชวัง หรือโทรสายด่วน 1669, 1646 ตลอด 24 ชั่วโมง


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon