ย้อนรอยเทศกาล ‘กินเจ’ นี้ มาจากไหน?

posted: 1 year ago
ย้อนรอยเทศกาล ‘กินเจ’ นี้ มาจากไหน?

comments

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับเทศกาล กินเจ ประจำปี 2559 ในวันที่ 1 – 9 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ หลายๆ คนคงจะเตรียมตัวกันอย่างเต็มที่กับเทศกาลนี้เป็นแน่

ว่าแต่คุณรู้บ้างไหม เทศกาลกินเจที่จัดขึ้นประจำทุกปีนี้ มีที่มาเป็นยังไงบ้าง? บางคนอาจจะรู้แล้ว แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะวันนี้เรานำเกร็ดความรู้เกียวกับเทศกาลกินเจมาฝาก!


กินเจ นี้ มีมาจากไหน

เทศกาลกินเจ หรือ กินแจ (Nine Emperor Gods Festival) หรือบางแห่งเรียกว่า ประเพณีถือศีลกินผัก เป็นประเพณีแบบลัทธิเต๋า บางแห่งก็ว่ามาจากคำสอน ความเชื่อทางศาสนาพุทธ ฝ่ายนิกายมหายาน เป็นกุศโลบายให้คนทำความดี ซึ่งการกินเจนี้ มีความเชื่อกันว่า น่าจะเกิดขึ้นเมื่อราว พ.ศ. 2170 เมื่อเปรียบเทียบแล้วจะตรงกับสมัยอาณาจักรอยุธยา

เทศกาลกินเจ จะใช้เวลารวม 9 วัน กำหนดวันเริ่มเทศกาลตามจันทรคติ หรือ เริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ – ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี เพื่อถือศีล กินเจ ละเว้นการทานเนื้อสัตว์ โดยมีจุดเริ่มต้นจากประเทศจีน ซึ่งมีตำนานเล่าขานกันหลายตำนานในการบอกเล่าที่มาของการกินเจ นอกจากนี้ ภายหลังได้มีการเพิ่มเติมเสริมแต่งพิธีการ เพื่อให้เกิดความขลัง มีความน่าเชื่อถือ ตำนานที่มาของการกินเจ มีเรื่องเล่าอยู่ถึง 7 เรื่องได้แก่



  • ตำนานที่ 1

กล่าวกันว่า การกินเจเริ่มขึ้นเพื่อรำลึกถึงนักรบ “หงี่หั่วท้วง” ซึ่งเป็นทหารชาวบ้านของจีนที่ต่อสู้ต้านทานกองทัพแมนจูอย่างกล้าหาญ เพราะเมื่อจีนพ่ายแพ้แมนจู ชายชาวจีนถูกบังคับให้ไว้ผมอย่างชาวแมนจู ซึ่งสร้างความคับแค้นให้แก่ชาวจีนอย่างมาก ชาวจีนจึงรำลึกถึงนักรบหงี่หั่วท้วงเหล่านี้ ด้วยกาปรระกอบพิธีกรรมเช่นเดียวกันนั้นเอง

vegetarian festival 2014 in phuket, thailand

  • ตำนานที่ 2

เพื่อเป็นการประกอบพิธีกรรมเพื่อสักการบูชาพระพุทธเจ้าในอดีตกาล 7 พระองค์และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ด้วยกัน หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า “ดาวนพเคราะห์” ทั้ง 9 ได้แก่ พระอาทิตย์, พระจันทร์, พระอังคาร, พระพุธ, พระพฤหัสบดี, พระศุกร์, พระเสาร์, พระราหู และพระเกตุ ในพิธีกรรมบูชานี้สาธุชนในพระพุทธศาสนาสละเวลาทางโลกมาบำเพ็ญศีล งดเว้นเนื้อสัตว์ และแต่งกายด้วยชุดขาว

  • ตำนานที่ 3

ผู้ถือศีลกินเจในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาของชาวจีนในประเทศไทย เพื่อสักการบูชาพระพุทธเจ้าในอดีลกาล 7 และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ ทรงตั้งปณิธานจักโปรดสัตว์โลก จึงได้แบ่งกายมาเป็นเทพเจ้า 9 พระองค์ด้วยกัน ซึ่งเทพเจ้าทั้ง 9 พระองค์ ต่างทรงอำนาจ เรืองฤทธิ์บริหารธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ และทอง ทั่วทุกพิภพน้อยใหญ่สารทิศ

  • ตำนานที่ 4

กินเจเพื่อเป็นการบูชา“กษัตริย์เป๊ง” ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ซ้อง ซึ่งสิ้นพระชนม์โดยทรงทำอัตวินิบาตกรรม (การฆ่าตัวตาย) ในขณะที่เสด็จไต้หวันโดยทางเรือ แรกเริ่มมีเฉพาะในมณฑลฮกเกี้ยนซึ่งเป็นดินแดนผืนสุดท้ายของราชวงศ์ซ้องเท่านั้น โดยชาวฮกเกี้ยนได้จัดทำพิธีดังกล่าวนี้ขึ้นด้วยการอาศัยศาสนาบังหน้าการเมือง การที่เผยแผ่มาสู่เมืองไทยได้นั้น ก็เพราะชาวจีนจากฮกเกี้ยนนำมาเผยแผ่นั้นเอง

Unidentified man performing ceremony Phuket vegetarian festival

  • ตำนานที่ 5

มณฑลกังไสเป็นดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองมาก จนวันหนึ่งชาวกังไสเกิดความแตกสามัคคี และวันหนึ่ง เทพยดาทราบว่า อีกไม่นานกังไสจะเกิดภัยพิบัติจึงหาผู้อาสาช่วย แต่ชาวบ้านจะพ้นภัยได้ก็ต่อเมื่อได้สร้างผลบุญของตนเอง คืนวันหนึ่งคนรับใช้แจ้งเศรษฐีลีฮั้วก่ายว่า มีขอทานโรคเรื้อนมาขอพบเศรษฐีจึงมอบเงินจำนวนหนึ่งให้เป็นค่าเดินทาง แต่ขอทานไม่ไป และประกาศให้ชาวเมืองถือศีลกินเจเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ผู้ใดทำตามภัยพิบัติจะหายไป เศรษฐีนำมาปฏิบัติก่อนและผู้อื่นจึงปฏิบัติตามจนมีการจัดให้มีอุปรากรเป็นมหรสพในช่วงกินเจด้วย

  • ตำนานที่ 6

ชายขี้เมานามว่า เล่าเซ็ง เข้าใจผิดคิดว่าแม่ตนตายไปเพราะเป็นโรคขาดสารอาหาร จนคืนหนึ่งแม่ได้มาเข้าฝันบอกว่า แม่ตายไปได้รับความสุขมาก เพราะแม่กินแต่อาหารเจ และตอนนี้แม่อยู่บนเขาโพถ้อซัว ตั้งอยู่บนเกาะน่ำไฮ้ ในมณฑลจิ๊ดเจียง ถ้าลูกอยากพบแม่ให้ไปที่นั่น

ด้วยความที่เล่าเซ็งอยากพบแม่ จึงออกเดินทางไปยังเขาโพถ้อซัว เขาได้เห็นการปฏิบัติตน ถือศีล กินเจ จึงเกิดความศรัทธา และเมื่อตายไปจะได้บังเกิดผลเช่นเดียวกับแม่ และประเพณีกินเจจึงเริ่มขึ้น

  • ตำนานที่ 7 การกินเจที่ภูเก็ต

เล่าว่า มีจุดเริ่มต้นจากคณะงิ้วจากเมืองจีน มาเปิดการแสดงที่อำเภอกระทู้นานเป็นแรมปี บังเอิญช่วงนั้นเกิดโรคระบาดขึ้น คณะงิ้วจึงจัดให้มีพิธีกินเจ และสร้างศาลเจ้าขึ้นเพื่อสะเดาะเคราะห์ หลังจากนั้นโรคระบาดก็หาย ชาวกระทู้เกิดความศรัทธาจึงปฏิบัติตาม หลังจากประกอบพิธีอยู่ประมาณ 2-3 ปี ก็มีผู้คนเลื่อมใสมากขึ้นเรื่อยๆ

Lighting Prayer Candles

ปัจจุบัน เทศกาลกินเจจัดขึ้นในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ สิงคโปร์, มาเลเซีย และไทย ตลอดจนหมู่เกาะรีเยาในอินโดนีเซีย และอาจมีในบางประเทศเอชีย เช่น ภูฏาน, ญี่ปุ่น, เกาหลี และประเทศจีน (ประกอบด้วย ฮ่องกง และมณฑลไต้หวัน)

กินเจไปทำไม ?

เทศกาลกินเจนี้ แม้แรกเริ่มนั้นเริ่มต้นมาในแง่ของศาสนา และผู้กินเจแต่ละคน ก็อาจจะมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันไป แต่จุดประสงค์หลักสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท

  • กินเพื่อสุขภาพ อาหารเจเป็นอาหารประเภทชีวจิต เมื่อกินติดต่อกันไปช่วงเวลาหนึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดการปรับตัวให้อยู่ในสภาวะสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ ปรับระบบไหลเวียนโลหิต ระบบทางเดินอาหารให้มีเสถียรภาพซึ่งการกินเจนี้ หากต้องการให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ควรเลือกทานให้ครบห้าหมู่ และทานผักต่างๆ ที่สามารถทดแทนส่วนที่หายไปจากการกินเนื้อสัตว์ จะช่วยให้คุณไม่ขาดสารอาหาร นอกจากนี้ เนื่องจากอาหารเจมักจะทำจากแป้ง และของทอด ก็ควรทานแต่พอดี จะช่วยให้การทานเจนั้น ให้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง
  • กินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากอาหารที่เรากินอยู่ในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ บางคนที่อาจจะเคร่ง นับถือศาสนา หรือเกิดการสงสารสัตว์โลกจึงเลือกที่จะทานอาหารเจ
  • กินเพื่อเว้นกรรม มีความเชื่อว่า การทานอาหารที่ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์นั้น เป็นการสร้างกรรมทางอ้อม จึงมีผู้ที่กินเพื่อเว้นกรรม หลีกเลี่ยงการฆ่าเพื่อเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของตน โดยไม่เห็นแก่ความอร่อยช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่อาหารผ่านลิ้น

Vegetarian festival

‘ร่างทรง’ ‘ม้าทรง’ มาจากไหน มีเอี่ยวอะไรด้วย?

หลายคนอาจจะสงสัย แน่นอนว่าเทศกาลกินเจ และการกินเจนั้น มีที่มาจากคำเล่า ความเชื่อ ของศาสนา นอกจากนี้แล้ว การกินเจ ยังสามารถสร้างความเชื่ออันแรงกล้า ทำให้ผู้กินเจนั้น เกิดสิ่งที่ตนคิดว่าเป็นไปได้เสมอ เช่น ลุยไฟ ใช้เหล็กเสียบแทงตนเอง เหล่านี้จึงเป็นที่มา ของ ‘ร่างทรง’ หรือ ‘ม้าทรง’ ต่างๆ ในเทศกาลกินเจที่ภูเก็ต หรือตรัง

‘ร่างทรง’ หรือ ‘ม้าทรง’ นั้น มีความเชื่อที่แตกต่างกัน สองแบบ โดยหากเป็นศาสนาของทางฝั่งจีน จะมาจาก การได้รับความเห็นชอบจากเทพเจ้าจีนมาประทับ ร่างทรง และกระทำทุกอย่างในพิธีโดยผ่าน ร่างทรง หรือ ม้าทรง ซึ่งบุคคลผู้จะเป็นได้ต้องเป็นผู้บริสุทธิ์และเหมาะสม โดยร่างทรงดังกล่าวจะแสดงบุคลิกลักษณะของเทพเจ้าองค์นั้นๆ เช่น ไถเซี้ย, เห้งเจีย หรือเจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น และถืออาวุธประจำองค์เทพเจ้าแตกต่างกันออกไป

Phuket Province vegetarian festival

ส่วนความเชื่อของ ‘ร่างทรง’ หรือ ‘ม้าทรง’ ในฝั่งของเทพเจ้า หรือพระโพธิสัตว์ของชาวพุทธ ฝ่ายมหายานนั้น ทรงมีอิทธิฤทธิ์ และมีศาสตราวุธสำหรับคุ้มครองมนุษย์ต่างๆ กัน เมื่อเสด็จออกโปรดสัตว์ผ่านร่างของม้าทรงในเทศกาลกินเจ จึงต่างแสดงอภินิหารให้เป็นที่ปรากฏ โดยรับเอาความเจ็บปวดที่ร่างทรงทรมานต่างๆ นั้นไปแทน จึงปรากฏเรื่องเล่าอยู่เสมอว่า บาดแผลของเหล่าม้าทรงจะหายไปในเวลาไม่นาน กระทั่งบางร่างทรงตัดลิ้นตนเองขาดไปนานนับชั่วโมง ก็ยังสามารถต่อลิ้นกลับไปได้ดังเดิม

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะมาเป็นม้าทรงได้ ขึ้นอยู่กับการบัญชาของเทพเจ้า บางคนมีประวัติว่าตกต้นไม้สูงลงมาแต่ไม่ตาย พอฟื้นจากสลบก็รู้ตัวว่าเทพเจ้ามาช่วยชีวิตไว้ จึงต้องรับใช้เทพเจ้าด้วยการเป็น ‘ม้าทรง’ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ พวกเขาจะต้องรักษากายใจให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ แน่นอนว่าจะต้องเคร่งครัดกว่าคนธรรมดา มิฉะนั้นเทพเจ้าก็อาจเลิกใช้ร่างนี้เป็นม้าทรงอีกต่อไป



อาหารแบบไหน ถึงเรียกว่า ‘เจ’

‘อาหารเจ’ เป็นอาหารที่ปรุงขึ้นจากพืชผักธรรมชาติล้วนๆ ไม่มีเนื้อสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ (เช่น นม, ไข่, น้ำผึ้ง, น้ำปลา, เจลาติน, คอลลาเจน) ปน และที่สำคัญต้องไม่ปรุงด้วยผักฉุนทั้ง 5 ได้แก่ กระเทียม, หัวหอม, หลักเกียว(กระเทียมโทนจีน), กุยฉ่าย และใบยาสูบ บ้างก็รวมผักชี และเครื่องเทศรสเผ็ดร้อนเข้ามาด้วย เพราะผักเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อธาตุในร่างกาย

แต่เนื้อสัตว์ที่ไดรับการยกเว้น คือ ‘หอยนางรม’ เนื่องจากเชื่อแต่โบราณว่า หอยนางรมเองก็ยอมปวารณาตนถวายแด่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน และเหล่าพุทธศาสนิกชนที่เสบียงหมดในช่วงออกเดินทะเล จากนั้นเป็นต้นมา หอยนางรมจึงสามารถทานเป็นอาหารเจได้ และถูกทำเป็นซอสปรุงอาหารผัดกับผักต่างๆ เช่น คะน้าน้ำมันหอย เป็นต้น

สำหรับคนที่กินเจอย่างเคร่งครัด นอกจากจะ ‘ถือศีล-กินเจ’ แล้ว ยังต้องเลือกผู้ปรุงอาหารเจที่กินเจด้วย เพื่อให้ ‘อาหารเจ’ นั้นบริสุทธิ์จริงๆ บางคนจะคัดแยกภาชนะบรรจุหรือปรุงอาหาร จากที่ใช้ใส่อาหารที่มีเนื้อสัตว์อย่างเด็ดขาด

vege stir-fried fresh rice-flour noodles in thick sauce

และในบางแห่งอาจพบว่ามีการจุดตะเกียงเก้าดวงไว้เป็นเวลา 9 วัน ตลอดระยะเวลากินเจ เพื่อรำลึกถึงบุญคุณพ่อแม่ญาติพี่น้อง และเพื่อเป็นพุทธบูชา

โดยรูปแบบการกินเจ สามารถทำได้ 2 แบบ คือ

  • กินเป็นกิจวัตร คือ ละเว้นการกินเนื้อสัตว์ทั้ง 3 มื้อทุกวัน
  • กินเฉพาะช่วงกินเจ คือ กินเจช่วงวันขึ้น 1 ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน

และสำหรับคนที่ต้องการจะกินเจ ก็ควรทานให้ถูกหลักโภชนา คือ ต้องกินอาหารให้ได้สัดส่วน ครบทั้ง 5 หมู่ และต้องกินผักผลไม้ให้เพียงพอ เพื่อสร้างความสมดุลต่อร่างกาย และจะทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายทั้ง 5 โรค เบาหวาน มะเร็ง ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจ และสมองตีบ

หากกินอาหารเจตามแฟชั่น เช่น กินอาหารที่มีแป้ง, อาหารทอดผัด และมีความมันสูง จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้าย โดยเฉพาะโรคอ้วน รวมไปถึงความดันโลหิตสูง

ดังนั้น เราขอแนะนำว่า ทานได้ แต่ควรทานอย่างระมัดระวัง ลองเน้นไปที่อาหารต้ม, นึ่ง, ย่าง และยำ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด รสหวาน มัน และเค็ม จะช่วยให้คุณรักษาสุขภาพในช่วงกินเจได้เป็นอย่างดี


กินเจนั้นมีอะไรมากกว่าที่คุณ สำหรับใครที่จะเริ่มต้นทานเจในปีนี้ พวกเราชาว Rabbit Daily ก็ต้องขอเอาใจช่วยด้วยนะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon