ตุ้งแช่ ตุ้งๆ แช่!! เทศกาล ตรุษจีน มาแล้วจ้า

posted: 1 year ago
ตุ้งแช่ ตุ้งๆ แช่!! เทศกาล ตรุษจีน มาแล้วจ้า

comments

เมื่อพูดถึงวันตรุษจีนแล้ว หลายคนอาจจะนึกถึงการไหว้เจ้า อั่งเป่า ประทัด และการเชิดสิงโตกันแน่ๆ แถมช่วงเวลานี้ ย่านเยาวราชก็ยังคึกคัก น่าไปเที่ยวอีกด้วย แต่ว่า จะใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีนแล้ว รู้กันบ้างหรือเปล่า ว่าเทศกาลนี้มีที่มาอย่างไรกันบ้าง ? แล้วมีกิจกรรมอะไรกันนะ ที่น่าสนใจ ได้โชคลาภ และโชคดีตลอดทั้งปีด้วย

ว่าแล้วก็ตามกันมาเลยดีกว่า Rabbit Daily อย่างเรา นำข้อมูลมาเสิร์ฟแล้วจ้า ตุ้งแช่ ตุ้งๆ แช่!


ตรุษจีนนี้ มีที่มายังไงกันนะ ?

‘ ตรุษจีน เป็นวันหยุดตามประเพณีของจีนที่สำคัญที่สุดในประเทศจีน และยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ’ เพราะฤดูใบไม้ผลิตามปฏิทินจีนเริ่มต้นด้วยวันลีชุน ซึ่งเป็นวันแรกในทางสุริยคติของปีปฏิทินจีน วันดังกล่าวยังเป็นวันสิ้นสุดฤดูหนาว ซึ่งคล้ายกันกับงานเทศกาลวันปีใหม่ของตะวันตก หรือวันปีใหม่ไทย วันสงกรานต์ของบ้านเรานี่เอง

ร่องรอยของประเพณี และพิธีกรรมความเป็นมาของการฉลองตรุษจีนมีมานานกว่าศตวรรษ จริงๆแล้วนานมาก จนไม่สามารถย้อนกลับไปดูว่าเริ่มต้นฉลองมาตั้งแต่เมื่อไร แต่เทศกาลนี้ จะเริ่มต้นในวันที่ 1 เดือน 1 ในปฏิทินจีนโบราณ และสิ้นสุดลงในวันที่ 15 ด้วยเทศกาลโคมไฟ  (ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 15 วัน ในการเฉลิมฉลอง)

การฉลองตรุษจีน ไม่ได้มีเพียงแค่ฉลองในเฉพาะประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังมีการเฉลิมฉลองกันในหลายประเทศที่มีประชากรจีนอาศัยอยู่ เช่น ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, มาเก๊า, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไต้หวัน และไทย รวมทั้งในชุมชนชาวจีนในประเทศอื่นๆ ก็มีการจัดงานเฉลิมฉลองเช่นกัน

ในประเทศจีน ธรรมเนียม และประเพณีท้องถิ่นเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองตรุษจีนนั้นหลากหลายมาก ประชาชนจะจับจ่าย ซื้อของขวัญ ของประดับตกแต่ง วัสดุ อาหาร และเครื่องนุ่งห่ม กันเป็นอย่างมาก

Asian family in front of store


ตำนาน ประเพณี และความเชื่อของตรุษจีน

เมื่อต้องพูดถึง จุดกำเนิดของตรุษจีนนั้น มีประวัติหลายศตวรรษ เต็มไปด้วยความสำคัญ ตำนาน และประเพณีหลายอย่าง อย่างที่เราได้เกริ่นกันไปแล้วในหัวข้อข้างบน แต่เรื่องเล่ายอดฮิต นั้น เดิมทีตรุษจีนเกิดจาก การที่เหล่าชาวบ้านกักตุนเสบียงเพื่อที่ไม่ต้องออกจากบ้าน เพื่อป้องกันอันตราย และหาวิธีขับไล่สัตว์ร้าย ที่จะออกมาทำร้ายผู้คน

เนื่องจากเจ้าสัตว์ร้าย ที่ชื่อ ‘ เหนียน ’ นี่ ชาวบ้านสังเกตว่า มันตกใจกลัวสีแดง และเสียงดังๆ อย่าง เสียงประทัด ทำให้เมื่อถึงวันที่ เหนียนจะออกมาอาละวาด ทั่วทั้งหมู่บ้านจะตกแต่งบ้านเรือนด้วยกระดาษสีแดง และจุดประทัด เพื่อขับไล่สัตว์ร้าย เมื่อถึงรุ่ง ทันทีที่สัตว์ร้ายจากไป ผู้คนก็จะออกมาอวยพร แสดงความยินดีต่อกัน ที่สามารถรอดพ้นจากเจ้าสัตว์ร้ายนี่ไปได้ จึงถือเป็นตำนาน ที่กำเนิดเป็นวันตรุษจีนขึ้นมา

ด้วยเหตุนี้เอง ประเพณีตรุษจีนทั้งหลาย จึงเป็นไปตามตำนานเสียส่วนมาก อย่างคืนก่อนตรุษจีนเป็นวันซึ่งครอบครัวจีนมารวมญาติเพื่อรับประทานอาหารเย็นเป็นประจำทุกปี ซึ่งเรียกว่า ‘ ฉูซี่ ’ หรือ การผลัดเปลี่ยนยามค่ำคืน เนื่องจากปฏิทินจีนเป็นแบบสุริยจันทรคติ ตรุษจีนจึงมักเรียกว่า ‘ วันขึ้นปีใหม่จันทรคติ ’ ซึ่งการกินเลี้ยงกับครอบครัว จะเต็มไปด้วยอาหารจำพวก หมู, เป็ด, ไก่ และอาหารอย่างดี

Chinese food blank background

สุดท้าย เมื่อทานอาหารค่ำร่วมกันเสร็จ ทั้งครอบครัวจะปิดท้ายค่ำคืนด้วยประทัด และยังมีประเพณีที่ว่า ทุกครอบครัวจะทำความสะอาดบ้าน เพื่อปัดกวาดโชคร้าย เปิดทางให้โชคดีเข้ามา, มีการประดับหน้าต่างและประตูด้วยกระดาษตัดสีแดง ซึ่งนิยมเน้นไปทางความหมายที่ดี อย่าง “โชคดี”, “ความสุข”, “ความมั่งคั่ง” และ “ชีวิตยืนยาว” ซึ่งเข้ากับตำนานที่เราเพิ่งเล่าไปสักครู่เป็นอย่างมาก

และนอกจากนี้ เมื่อถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ทุกๆ คนจะเริ่มทักทายกันในครอบครัว รวมไปถึงการทักทายเพื่อนบ้าน โดยอวยพรให้มีสุขภาพดี และสวัสดีปีใหม่ จากนั้น เด็กๆ และผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงาน ในครอบครัว ก็จะได้รับเงินอั่งเปา (กระเป๋าแดง) จากเหล่าคู่แต่งงานที่มีอยู่ในครอบครัว (เช่น พ่อแม่, ปู่ย่า, ตายาย เป็นต้น)

 


ตารางกิจกรรม ทั้ง 15 วันแห่งการฉลองตรุษจีน

อย่างที่รู้ๆ กันดี ว่าเทศกาลตรุษจีนนั้น ชาวจีนมักจะถือว่าเป็นวันหยุดยาว เป็นวันแห่งการฉลอง ทำให้ทั้ง 15 วัน ในการฉลองตรุษจีน ในแต่ละวันมีกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • วันที่ 1  เป็นการต้อนรับเทวดาแห่งสวรรค์และโลก หลายคนงดทานเนื้อ หรือทานเจ ในวันนี้ ด้วยความเชื่อที่ว่าจะเป็นการต่ออายุ และนำมาซึ่งความสุขในชีวิตให้กับตน
  • วันที่ 2  ชาวจีนจะไหว้บรรพชนและเทวดาทั้งหลาย
  • วันที่ 3 – 4  เป็นวันของเขย สะใภ้ จะต้องทำความเคารพแก่พ่อตาแม่ยายของตน
  • วันที่ 5  เป็นวันที่ทุกคนจะอยู่กับบ้าน เพื่อต้อนรับการมาเยือนของเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย ในวันนี้จะไม่มีใครไปเยี่ยมใคร เพราะจะถือว่าเป็นการนำโชคร้ายมาแก่ทั้งสองฝ่าย
  • วันที่ 6 – 10  ชาวจีนจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ครอบครัว และไปวัดไปวาสวดมนต์เพื่อความร่ำรวยและความสุข

Asian family celebrate Chinese new year at home.

  • วันที่ 7  เป็นวันที่ชาวนานำเอาผลผลิตของตนออกมา ชาวนาเหล่านี้จะทำน้ำที่ทำมาจากผักเจ็ดชนิดเพื่อฉลอง  ในวันนี้อาหารจะเป็น ‘ หมี่ซั่ว ’ กินเพื่อชีวิตที่ยาวนาน และ ‘ ปลาดิบ’ เพื่อความสำเร็จ
  • วันที่ 8  ชาวฟูเจียน จะมีการทานอาหารร่วมกันกับครอบครอบอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนทุกคนจะสวดมนต์ของพรจาก เทียนกง เทพแห่งสวรรค์
  • วันที่ 9  จะสวดมนต์ไหว้และถวายอาหารแก่เง็กเซียนฮ่องเต้
  • วันที่ 10 – 12  เป็นวันของเพื่อนและญาติๆ ซึ่งจะมีการเชื้อเชิญมาทานอาหารเย็น และหลังจากที่ทานอาหารที่อุดมไปด้วยความมัน
  • วันที่ 13  ถือเป็นวันที่เชื่อว่า ควรทาน ‘ข้าวธรรมดากับผักดองกิมกิ’ เพื่อเป็นการชำระล้างร่างกาย
  • วันที่ 14  เป็นวันที่เตรียมงานฉลองโคมไฟที่จะมีขึ้นในวันถัดไป
  • วันที่ 15  คืนแห่งการฉลองโคมไฟวันตรุษจีน

Show of lion or dragon dance at Pagoda, China Town


ความเชื่อโชคลางในวันตรุษจีน

ด้วยความที่วันตรุษจีนนั่น ถือเป็นวันมงคล เป็นวันแห่งการเริ่มต้น จึงมีความเชื่อมากมายที่เกี่ยวข้องกับวันนี้

  • ทุกคนจะไม่พูดคำหยาบ หรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล เช่น ต้องไม่มีการพูดถึงความตาย การใกล้ตาย และเรื่องผีสางเป็นเรื่องที่ต้องห้าม ส่วนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปีเก่าๆ ก็จะไม่เอามาพูดถึง ควรพูดแต่เรื่องอนาคต พูดถึงสิ่งที่ดีๆ และการเริ่มต้นใหม่
  • หากคุณร้องไห้ในวันปีใหม่ คุณจะมีเรื่องเสียใจไปตลอดปี ดังนั้น แม้แต่เด็กดื้อที่ปฏิบัติตัวไม่ดี เหล่าผู้ใหญ่ก็จะทน และไม่ตีสั่งสอน (แต่ก็ไม่ควรถือโอกาสนี้เกเรกับพ่อแม่นะ)
  • ในวันตรุษจีนเราไม่ควรสระผม เพราะจะหมายถึง การชะล้างความโชคดีของเราออกไป ส่วนเสื้อผ้าในเทศกาลนี้ จะเน้นไปที่สีสัน สีสว่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สีแดง ที่เป็นสีสิริมงคลของจีน นอกจากนี้ เชื่อกันว่าอารมณ์และการปฏิบัติตนในวันปีใหม่ จะส่งให้มีผลดี หรือผลร้าย ได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย

Family enjoying meal in traditional Chinese clothing

  • สำหรับคนที่เชื่อโชคลางมากๆ ก่อนออกจากบ้านเพื่อไปเยี่ยมเยียนเพื่อนหรือญาติ อาจมีการเชิญซินแส เพื่อหาฤกษ์ที่เหมาะสมในการออกจากบ้าน และทางที่จะไปเพื่อความเป็นสิริมงคล
  • บุคคลแรกที่พบ และคำพูดที่ได้ยินคำแรกของปี มีความหมายสำคัญมาก ถือว่าจะส่งให้มีผลได้ตลอดทั้งปี รวมถึงกระทั่ง การได้ยินนกร้องเพลง เห็นนกสีแดง หรือเห็นนกนางแอ่น ก็จะถือว่า ปีนั้น เป็นโชคดีเช่นกัน ดังนั้น เมื่อถึงวันแรกของปี จึงนิยมขอพร และอวยพรกันและกันกับคนในครอบครัว
  • การเข้าไปหาใครในห้องนอนในวันตรุษจีน ถือเป็นโชคร้ายมาก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนป่วยหรือปกติ ก็ต้องแต่งตัวออกมานั่งในห้องรับแขก
  • ไม่ควรใช้มีดหรือกรรไกรในวันตรุษจีน เพราะชาวจีนเชื่อว่าจะเป็นการตัดโชคดี


ส่งท้าย เคล็ดไม่ลับ 6 กิจ ที่ไม่น่าพลาด ในวันตรุษจีน

1.ช่วงเช้า จะเป็นการไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ ในบ้านแล้ว ในตอนเที่ยง คนจีนจะไหว้ผีไม่มีญาติ ซึ่งของไหว้จะมีทั้ง ของคาว, ของหวาน, เป็ด และไก่ ส่วนปริมาณของไหว้นั้น จะมากหรือน้อยแล้วแต่ฐานะของผู้ไหว้ สำหรับการไหว้ผีไม่มีญาติ จะมีเครื่องกระป๋อง, ข้าวสาร และเกลือ เพื่อให้ผีไม่มีญาติพกไปด้วย

นอกจากนี้ เมื่อไหว้เสร็จ ให้จุดประทัด จากนั้นจะโปรยข้าวสารผสมเกลือ เพื่อขับไล่สิ่งที่ไม่ดีให้หมดไป และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

2. ความสำคัญอีกประการของตรุษจีน คือ เป็นวันรวมญาติ โดยทุกคนจะเดินทางมาร่วมโต๊ะกินเกี๊ยวในมื้อสุดท้ายก่อนขึ้นปีใหม่ และที่ต้องเป็น “เกี๊ยว” ก็เพราะลักษณะของเกี๊ยวที่เหมือนกับ “เงิน” ของจีน ให้ความหมายว่า ให้มั่งมีเงินทอง

Table set with Chinese New Year food

3. กินเจมื้อเช้า คือมื้อแรกของปี เชื่อกันว่าจะได้บุญ เหมือนกับกินเจตลอดทั้งปี

4. ทำพิธีรับ “ไช่ซิงเอี้ย” (เทพพิทักษ์ทรัพย์ หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ) ส่วนใหญ่จะทำพิธีระหว่างหลังเที่ยงคืนของวันสุดท้ายของปี ก่อนจะถึง เวลา ตี 1

5. ก่อนตรุษจีน จะมีการทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ เมื่อถึงวันปีใหม่จะไม่กวาดบ้านจนถึงวันแรกของการเริ่มต้นทำงาน เพราะถือว่าจะกวาดเอาสิ่งที่เป็นมงคลทิ้งไป แต่ถ้าบ้านใครสกปรกจนทนไม่ไหว ก็ให้กวาดเข้าคือ กวาดจากหน้าบ้านเข้าไปในบ้าน

6. เมื่อต้องไปกราบขอพร หรืออวยพรผู้ใหญ่ อย่าลืม ส้ม 4 ผล ส่วนเจ้าบ้านเอง นอกจากจะเตรียมเมล็ดแตงโมย้อมสีแดงไว้ 1 พาน และลูกสมอจีนไว้รับแขกแล้ว เมื่อมีผู้มาอวยพร จะรับส้มขึ้นมา 2 ผล และนำส้มในบ้านที่เตรียมไว้วางคืนลง 2 ผล กลับให้กับผู้มาอวยพร หรือผู้มาเยี่ยม เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนโชคลาภซึ่งกันและกัน

Woman giving mandarin oranges, red envelop with Good Luck character


สำหรับชาวจีน หรือ คนไทย เชื้อสายจีนนั่น เทศกาลตรุษจีนต่างๆ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทศกาลที่เฉลิมฉลองในวันปีใหม่ แต่ยังเป็นการสืบทอด สืบผ่านวัฒนธรรม คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ และความเป็นมาของพวกเขาให้นานเท่านาน ตราบจนถึงทุกวันนี้

สำหรับตรุษจีน ในปี 2017 นี้ Rabbit Daily และ Rabbit Finance ก็ต้องขอให้ผู้อ่านทั้งหลาย เฮง! เฮง!! เฮง!!! กันอย่างถ้วนหน้าด้วยนะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon