ประวัติศาสตร์กินได้ กับ ที่มาของ 10 ฟาสต์ฟู้ด ที่คุณคุ้นเคย

posted: 2 years ago
1,326 views
ประวัติศาสตร์กินได้ กับ ที่มาของ 10 ฟาสต์ฟู้ด ที่คุณคุ้นเคย

comments

หากไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพแล้ว คนยุคใหม่จำนวนมากต่างก็มีอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ชอบด้วยกันทั้งนั้น แต่จะมีสักกี่คน ที่รู้ถึงที่มาของอาหารเหล่านี้ คุณเคยถามตัวเองมั้ยว่า อาหารเหล่านี้มีที่มาจากไหนกัน? ไม่น่าจะมีใครเคยสงสัยเรื่องแบบนี้ เพราะส่วนใหญ่แล้วเราก็จะกินมันจนหมดก่อนจะทันได้สงสัยเสียมากกว่า แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารฟาสต์ฟู้ดที่เรากินกันอย่างสนุกสนานนั้น มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานจนคุณต้องแปลกใจเลยทีเดียว

นอกจากอาหารฟาสต์ฟู้ดแบบเดิมๆ แล้ว ในปัจจุบัน มีเหล่าพ่อครัวแม่ครัวนักทำอาหารทั้งหลายได้พยายามทำให้ฟาสต์ฟู้ดมีความแปลกใหม่ขึ้นมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการทำเมนูเบอร์เกอร์เพื่อสุขภาพ หรือเมนูชุดฟาสต์ฟู้ดซากุระรับฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งในแต่ละประเทศต่างก็พยายามสร้างสรรค์ความแตกต่างให้มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง บางเมนูเห็นแล้วก็ทำเอาคนรักฟาสต์ฟู้ดที่อยู่กันคนละประเทศอิจฉาไปตามๆ กัน

10. เบอร์เกอร์

ผู้คนจำนวนมากคาดการณ์ว่าเบอร์เกอร์นั้นเป็นอาหารที่คิดค้นขึ้นโดยชาวอเมริกัน แต่มันเป็นความคิดที่ผิด ชื่อเรียกเต็มๆ อย่าง “แฮมเบอร์เกอร์” นั้น ผู้อพยพชาวเยอรมันได้ทำอาหารขึ้นมื้อหนึ่งในเมือง แฮมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี ในการทำเสต็กเนื้อ พวกเขาจำเป็นต้องบดเนื้อและสร้างสเต็กขึ้นจากเนื้อเหลือๆ แล้วเรียกมันว่า “แฮมเบิร์กสเต็ก” สเต็กนี้ในที่สุดก็ถูกย่อลงจนเหลือแค่ “แฮมเบอร์เกอร์” สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ นี่เป็นที่มาของตัวแผ่นเนื้อเท่านั้น ไม่มีรู้ว่าความคิดในการประกบแผ่นแฮมเบอร์เกอร์ระหว่างขนมปัง 2 ชิ้นนั้นมาจากไหนกันแน่

ประวัติศาสตร์-ฟาร์สฟู้ด-3
เบอร์เกอร์

9. เฟรนช์ฟราย

ในบรรดาที่มาของอาหารทั้งหมดนี้ เฟรนช์ฟรายดูจะเป็นอาหารที่มีที่มาที่ชัดเจนที่สุดแล้ว จะเสียก็แต่ ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า ผู้ที่คิดค้นมันขึ้นมานั้นเป็นชาวฝรั่งเศส หรือว่าชาวเบลเยี่ยมกันแน่

เรื่องราวจากฝั่งเบลเยี่ยมระบุว่า ชาวบ้านหมู่บ้าน Meuse Valley ของเบลเยี่ยม ในศตวรรษที่ 17 นั้นชื่นชอบการทอดเป็นอย่างมาก พวกเขาแทบจะทอดปลาทุกตัวที่ตกได้ เมื่อถึงฤดูหนาวและแม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง พวกเขาก็หันมาทอดมันฝรั่ง ที่ทุบแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ เหมือนอย่างที่ทำกับปลาแทน

ประวัติศาสตร์-ฟาร์สฟู้ด-1
เฟรนช์ฟราย

ส่วนเรื่องราวจากทางฝรั่งเศสระบุว่า ในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 มีความเชื่อว่ามันฝรั่งนั้นไม่เหมาะที่จะเป็นอาหารของมนุษย์ ควรเป็นอาหารหมูเท่านั้น เมื่อเกิดภาวะอดอยากขึ้นในปี 1785 ความคิดนี้ก็เปลี่ยนไป และชาวฝรั่งเศสก็หันกลับมากินมันฝรั่งอีกครั้ง และเป็นที่นิยมมากจนเมื่อถึงปี 1795 ก็มีมันฝรั่งอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ในช่วงนี้เอง ที่มีคนที่มีความคิดดีๆ ด้วยการทำมันฝรั่งหั่นเป็นชิ้นแล้วนำไปทอดขาย โดยเรียกมันว่า “ฟริทส์”

8. ไส้กรอก

ที่มาที่แท้จริงของไส้กรอกนั้นไม่ชัดเจนนัก แต่มีหลักฐานว่ามันเกิดขึ้นในช่วงราวๆ 50,000 ปีก่อนคริสตกาล แต่ถึงอย่างนั้นก็ฝ่ายก็เห็นตรงกันว่า ไส้กรอกแบบต่างๆ ที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ มีต้นกำเนิดมาจากความพยายามในการถนอมเนื้อสัตว์ให้กินได้นานขึ้น

ประวัติศาสตร์-ฟาร์สฟู้ด-5
ไส้กรอก

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมไส้กรอกจึงต้องอยู่ในปลอกอยู่เสมอ เหตุผลก็คือ ก่อนที่จะมีตู้เย็น เหล่าคนขายเนื้อต้องการจะรักษาสภาพเนื้อในช่วงระหว่างการขนส่ง พวกเขาแยกเนื้อ เครื่องใน และเลือดออกจากสัตว์ที่เชือด โรยเกลือเพื่อถนอมอาหาร จากนั้นก็ห่อด้วยลำไส้หรือกระเพาะสัตว์เพื่อกันไม่ให้เนื้อเสียก่อนที่จะมีคนกินมัน นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมสูตรทำไส้กรอกจึงมีเลือดจำนวนมากเป็นส่วนผสม ซึ่งสาเหตุแต่เดิมนั้นมีไว้เพื่อให้ใช้เลือดที่เหลือให้หมดนั่นเอง

7. พิซซ่า

สภาพแบบ “ดั้งเดิม” ของเมนูนี้ประกอบไปด้วยขนมปัง มะเขือเทศ และชีส และมีต้นกำเนิดมาจากเมืองเนเปิล มันเป็นอาหารที่ทำได้ง่าย และมีค่าช้จ่ายน้อยมาก และมักจะถูกอ้างถึงในฐานะของเมนูคนจน ที่กินเพื่อให้มีชีวิตรอดไปวันๆ เท่านั้น พิซซ่าที่มีชีส มะเขือเทศ และโหระพานั้น เหมือนกับพิซซ่าที่เรากินกันในปัจจุบันมาก แต่วิธีการวางอาหารต่างๆ ลงบนแผ่นขนมปังนั้น มีขึ้นก่อนความคิดของชาวอิตาเลียนมานานมากแล้ว

ประวัติศาสตร์-ฟาร์สฟู้ด-10
พิซซ่า

ในหลายๆ วัฒนธรรม ซึ่งรวมถึงวัฒนธรรมโรมันและอียิปต์ มีการวางอาหารต่างๆ ลงบนแผ่นแป้งขนมปัง แต่ชาวเปอร์เซียนเป็นคนกลุ่มที่มีการบันทึกถึงเป็นกลุ่มแรกสุด เมื่อ King Darius the Great ปกครองอาณาจักรเปอร์เซีย ทหารของเขาอบแผ่นแป้งขนมปังบนโล่ และเติมชีสและอินผลัมลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติ ซึ่งก็เป็นเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถโทรสั่งพิซซ่าจากอาณาเขตของศัตรูได้นั่นเอง

6. ซอสมะเขือเทศ (Tomato Ketchup)

ซอสมะเขือเทศนั้นมีต้นกำเนิดอยู่ในสหรัฐอเมริกา มันปรากฎขึ้นในปี 1801 ที่โรงพิมพ์ “Sugar House Book” สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเครื่องปรุงรสยอดนิยมชนิดนี้ก็คือ ซอสมะเขือเทศนั้นทำขึ้นจากสูตรที่เก่าแก่กว่านั้นมาก ชื่อเดิมของมันคือ “kê-tsiap” ซึ่งมีจุดเริ่มต้นอยู่ในประเทศจีน และแม้ว่ามันจะมีชื่อเรียกที่คล้ายคลึงกับ ketchup สีแดงในขวดที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย สูตรดั้งเดิมนั้นทำมาจากน้ำปลาและเครื่องเทศ ชาวดัชต์และชาวอังกฤษได้นำซอสชนิดนี้ติดมือกลับบ้านมาด้วย เนื่องจากมันสามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลานาน ก่อนจะถูกนำมาทำการผสมใหม่มากมายหลายสูตร ซึ่งรวมถึงการใช้เห็ดเป็นวัตถุดิบหลักด้วย แต่สุดท้ายแล้ว มะเขือเทศก็เป็นตัวเลือกที่ให้ผลลัพท์ที่ดีที่สุดออกมา

ประวัติศาสตร์-ฟาร์สฟู้ด-2
ซอสมะเขือเทศ (Tomato Ketchup)

5. ช็อกโกแลต

ในหลายๆ วัฒนธรรม มีการเปรียบช็อกโกแลตว่าเป็นอาหารของพระเจ้า เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นย้อนไปถึงราวช่วง 1500 ปีก่อนคริสตกาล ในตอนนั้นยังไม่มีสิ่งมที่เรียกว่า “โกโก้” มีแต่ “คาคาว่า” ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อ “โกโก้” นั่นเอง ชาวมายันชื่นชอบโกโก้มาก และกำหนดให้มันเป็นอาหารของเทพเจ้าแห่งสายลมและสายฝน ดื่มมัน ในฐานะสิ่งแทนเลือดในพิธีกรรมต่างๆ และยังใช้เมล็ดโกโก้เป็นค่าเงินอีกด้วย จึงสามารถสรุปได้ว่า ครั้งหนึ่ง คุณสามารถใช้ช็อกโกแลตซื้อสิ่งของต่างๆ ได้ สว่นแท่งช็อกโกแลตในรูปแบบที่ทุกคนรู้จักกันดีนั้นปรากฎขึ้นราวช่วงปี 1850 และแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแสนนานแล้ว เราก็ยังคงมอบช็อกโแลตให้กับคนที่เราให้ความสำคัญมากๆ อยู่นั่นเอง

ประวัติศาสตร์ ฟาร์สฟู้ด (7)
ช็อกโกแลต

4. Worcestershire Sauce

แม้ว่าคนส่วนใหญ่ของโลกจะไม่รู้จัก Worcestershire Sauce แต่เครื่องปรุงชนิดนี้ก็เข้ามาอยู่ในลิสต์ เนื่องจากมันเป็นอาหารที่เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญอย่างแท้จริง Worcestershire Sauce ในตอนแรกนั้นเป็นเครื่องแกงของอินเดีย และสูตรการทำก็เดินทางมาถึงเมือง Worcester ประเทศอังกฤษ และถึงมือของนักเคมี 2 คน คือ John Wheeley Lea และ William Perrins พวกเขาทำเครื่องแกงนี้ออกขาย โดยอ้างว่ามันมีคุณสมบัติในการรักษาสารพัดโรค แต่เมื่อพวกเขาลงมือทำเครื่องแกงนี้จริงๆ กลับพบว่ารสชาติของมันแย่มาก จึงเก็บเครื่องปรุงทั้งหมดไว้ในถังไม้ในห้องใต้ดิน และกลับไปเอามันขึ้นมาอีกครั้งในอีก 2 ปีต่อมา เมื่อทั้งคู่นึกถึงเครื่องแกง หรือซอส นี้ขึ้นมาได้ ก็ตัดสินใจที่จะลองทำมันอีกครั้ง และค้นพบว่าสิ่งที่ควรจะฆ่าพวกเขา (ในถังไม้มีปลาผสมอยู่ด้วย) รสชาติดีมาก ทั้งสองจึงนำมันออกขายในชื่อ Lea and Perrins ซึ่งยังคงติดตลาดมาจนถึงทุกวันนี้

ประวัติศาสตร์-ฟาร์สฟู้ด-6
Worcestershire Sauce (Lea and Perrins)

3. นมปั่น (Milkshake)

มิลค์เชค หรือ นมปั่น เป็นเครื่องดื่มที่คนอายุน้อยต่างชื่นชอบ แต่สูตรดั้งเดิมของมันนั้นไม่เหมาะที่จะให้เด็กดื่มแน่ๆ คำว่า “มิลค์เชค” ปรากฎขึ้นครั้งแรกในปี 1885 บนหน้าหนังสือพิมพ์ของอังกฤษ บทความบนหนังสือพิมพ์นี้ไม่ได้พูดว่าคนชอบรสสตรอวเบอร์รี่หรือรสกล้วยมากกว่า แต่พูดถึงมิลค์เชคว่าเป็น “เครื่องดื่มเนื้อแน่นคล้ายกับเอ้กน็อก (มีนมและครีมเป็นส่วนผสมหลัก รสออกหวานนิดๆ นิยมเติมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมลงไปด้วย) ที่มีส่วนผสมของไข่ไก่ วิสกี้ และอื่นๆ เสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มหรือของว่าง” ใช่แล้ว มิลค์เชครุ่นแรกมีเหล้าผสมอยู่ด้วย

ประวัติศาสตร์-ฟาร์สฟู้ด-11
นมปั่น (Milkshake)

มิลค์เชคที่คุ้นเคยกันในปัจจุบันนั้นเกิดขึ้นในปี 1922 เมื่อชายที่ชื่อว่า Ivan “Pop” Coulson ได้ปฏิวัติมิลค์เชคสูตรเดิมไปโดยสิ้นเชิง ด้วยการใส่ไอศครีมลงไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มิลค์เชคสูตรใส่วิสกี้ก็ค่อยๆ หายไปจากการรับรู้ของคนในสังคม

2. Graham Crackers

ในช่วงปี 1830 บาทหลวง Sylvester Graham ได้ตัดสินใจว่าชาวอเมริกันนั้นเริ่มจะหื่นกันเกินไปแล้ว และเพื่อรับมือกับปัญหานี้ และเพื่อช่วยให้คนในชาติสามารถก้าวข้ามปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นไปได้ เขาได้สร้าง “อาหารสูตร Graham” ขึ้นมา โดยมีส่วนผสมของข้าวสาลี ผักและผลไม้ แต่ไม่มีเนื้อผสมอยู่เลย Graham อ้างว่าเนื้อและอาหารที่มีไขมันทั้งหลายนั้น คือสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความคิดทางเพศขึ้นภายในใจของคน Sylvester Graham จึงได้คิดค้น Graham Cracker ขึ้นเพื่อการณ์นี้

ประวัติศาสตร์-ฟาร์สฟู้ด-9
Graham Crackers

ไม่ได้มีเพียง Graham เท่านั้นที่คิดแบบนี้ John Harvey Kellogg ก็เห็นด้วยกับเขา และผลิตคอร์นเฟลคยี่ห้อ Kellogg ออกมา ซีรีลอาหารเช้าที่หลายคนชื่นชอบนั้น ถูกสร้างขึ้นเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ทางจิตใจของเหล่าอเมริกันชน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ผลนักก็ตามที

1. มาชเมลโล่ (Marshmallows)

การที่จะเข้าใจถึงที่มาของมาชเมลโล่ได้ง่ายขึ้นนั้น ก่อนอื่น คุณต้องเข้าใจก่อนว่า คำว่า marshmallow นั้นเป็นคำที่ผสมมาจากคำว่า ‘marsh’ กับ ‘mallow’ ซึ่งหมายถึงต้นไม้ที่ชื่อว่า เมลโล่ที่เติบโตขึ้นรอบบึงน้ำ พืชชนิดนี้มีขึ้นมาตั้งแต่สมัยอียิปต์ และนอกจากนำมากินเพราะรสหวานของมันแล้ว หมอชาวอียิปต์ยังเชื่อว่ามาร์ชเมลโล่มีฤทธิ์ช่วยรักษาอาการเจ็บคอในเด็กได้ แม้จะฟังดูเหมือนว่า นี่เป็นยาที่เด็กๆ น่าจะชื่นชอบ แต่ก็เชื่อกันว่าในความเป็นจริงนั้น มันถูกใช้เป็นขนมของเด็กในครอบครัวที่ร่ำรวยมากกว่านำมาใช้ในฐานะของยาอย่างแท้จริง สำหรับมาร์ชเมลโล่ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน เกิดขึ้นที่ฝรั่งเศสในช่วงปี 1800 ซึ่งนำมาขายเป็นขนมสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ประวัติศาสตร์-ฟาร์สฟู้ด-4
มาชเมลโล่ (Marshmallows)

ไม่ว่าอาหารฟาร์สฟู้ดเหล่านี้จะมีที่มาอย่างไร ปัจจุบันมันก็ได้รับการพัฒนาทั้งในเรื่องของรสชาติที่ถูกปากยิ่งขึ้น และยังมีหน้าตาที่น่ากินยิ่งขึ้นอีกด้วย เช่น ช็อกโกแลตที่ทำหน้าที่ในการล่อลวงคนเราให้กินมันเข้าไปได้อยู่เสมอ หรือแม้แต่ของหวานที่สวยงามราวกับงานศิลปะเหล่านี้ แต่ถึงอย่างนั้น เวลากินก็ต้องอย่าลืมคำนึงถึงเรื่องของสุขภาพกันด้วย อาหารหลายๆ อย่างนั้น ถึงจะชอบยังไงก็อย่ากินทุกวันไม่ได้หรอกนะ


avatar
by กาแฟเย็นไม่ใส่น้ำแข็ง
สิ่งมีชีวิตเหนือความเข้าใจมนุษย์(?)ที่ชอบขลุกอยู่กับตัวหนังสือ หมาแมว และสัตว์ขนฟูไปวันๆ มากกว่าออกไปเจอคน นิยมวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ แต่รักการนอนมากเกินไป เลยกลายเป็นสล็อตไลฟ์แทน พอมาอยู่กับกระต่ายเลยรักกาแฟดาวมาก เอิ้นหาน้องดาวตลอดเวลา #มันดีจริงนะเธอว์ #สล็อตยังตื่นนอน #ไม่ #ฉันไม่ได้ค่าโฆษณา

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon