ทุบ ไม่ทุบ ? กับโรงภาพยนตร์ สกาลา – ลิโด ที่กำลังจะหมดสัญญากลางปี 2561

posted: 8 months ago
ทุบ ไม่ทุบ ? กับโรงภาพยนตร์ สกาลา – ลิโด ที่กำลังจะหมดสัญญากลางปี 2561

comments

เรียกได้ว่ากลับมาเป็นกระแสกันแทบทุกครั้งก็ว่าได้ กับโรงภาพยนตร์สกาลา -ลิโด ที่ได้กระแสออกมาว่าจะหมดสัญญาในกลางปี 2561 ที่กำลังจะถึงนี้

แน่นอนว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดกระแสคำถาม เพราะในปี 2559 ก็เคยมีกระแสเรียกร้องไม่ให้ทุบโรงภาพยนต์สกาลา ก่อนที่กระแสจะเงียบหายไป เมื่อทางจุฬาออกมายืนยันในครั้งนั้นในการให้สกาลาต่อสัญญา

แล้วครั้งนี้ละ จะทุบหรือไม่? วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนไปดูอดีตอันหอมหวาน กว่าสกาลาจะเป็นดั่งเช่นทุกวันนี้ โรงภาพยนต์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันแสนคลาสสิคมีชีวิตความเป็นมาเป็นอย่างไรบ้าง ไปลองทำความรู้จักกับโรงหนังหลังนี้ พร้อมหาข้อเท็จจริงกันเถอะ


โรงภาพยตร์สกาลา-ลิโด กลิ่นอายแห่งยุคอดีต

หากให้ย้อนกลับไปในอดีต โรงภาพยนตร์สกาลา เขียนแบบโดย พันเอกจิระ ศิลป์กนก ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อ 21 ธันวาคม 2512

ตั้งอยู่ภายในสยามสแควร์ แต่มีระยะห่างจากถนนพระรามที่ 1 เพียงไม่กี่เมตร และได้รับการกล่าวขวัญว่า มีสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก ที่สวยงามโดดเด่น ผสมผสานระหว่าง รูปแบบตะวันตก และตะวันออก ความจุ 1,000 ที่นั่ง เปิดฉายเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2512 โดยฉายภาพยนตร์เรื่อง สองสิงห์ตะลุยศึก (The Undefeated) เป็นเรื่องแรก

ในอดีต โรงหนังสกาลาเรียกได้ว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ใครที่อยู่ในกรุงเทพฯ ไม่เคยมาดูจะนับว่าเอ้าท์  แต่เนื่องจากผลประกอบการ และทิศทางเศรษฐกิจหลายๆ อย่างที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา ทางโรงหนังสกาลาเริ่มประสบปัญหาขาดทุนเรื่อยมา จนเกิดการแบกรับภาระทุนไม่ไหว และนำไปสู่การเลิกกิจการในที่สุด



โรงภาพยนตร์สกาลานั้น ไม่ได้มีดีเพียงแค่การนำหนังนอกกระแสมาฉาย หรือมีค่าตั๋วที่มีราคาถูก เมื่อเทียบกับในห้างสรรพสินค้า แต่สภาพภายในโรงนั้น ทำให้มันมีความน่าสนใจมากกว่านั้น

โรงหนังสกาลาประดับลวดลายศิลปะ Art Deco เอกลักษณ์คือเสาและฝ้าเพดานสีทอง พร้อมทั้งแขวนแชนเดอเลียขนาดใหญ่ สภาพภายนอกและภายในถือว่าเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ทั้งที่ผ่านวันเวลามาเกือบครึ่งศตวรรษ คุณค่าที่คงเดิมของสถาปัตยกรรมทำให้โรงภาพยนตร์แห่งนี้เคยได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ปี 2555 จากสมาคมสถาปนิกในพระบรมราชูปถัมภ์ อีกด้วย

และไม่ใช่เพียงแค่คำชมในเรื่องความงาม คุณค่าทางสถาปัตยกรรม และคุณค่าทางวัฒนธรรมในบ้านเราเท่านั้น  แต่สกาลาได้รับความสนใจ และถูกกล่าวชมจากชาวต่างชาติ แถมยังยกให้สกาลาเป็นอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยก็ว่าได้




อัพเดทล่าสุด  กับข้อความจากทางจุฬาฯ

หลังจากเกิดกระแสในโซเชี่ยล บางแห่งถึงขนาดตั้งแคมเปญรณรงค์ไม่ปิด รหือทุบสกาลา ทำให้ในที่สุด ทางจุฬาฯก็ได้ออกมาชี้ข้อเท็งจริง ผ่านทางเพจ CU Property ว่า

ทางจุฬาฯยืนยัน ว่ายังไม่มีแผนการรื้อทุบใดๆ และยืนยันว่าไม่ประสงค์จะขอคืนพื้นที่โรงภายนตร์สกาลาแต่อย่างใด และให้สิทธิ์ผู้เช่าในการประกอบกิจการต่อไป แต่ทางผู้เช่าได้แจ้งว่าจะเลิกประกอบการสกาลาไปพร้อมๆ กับลิโด เนื่องจากแบกรับการขาดทุนไม่ไหว

ซึ่งทางจุฬาฯ ก็ได้เจรจาขอให้สกาลาอยู่ และถ้าขอคืน จะขอคืนเพียงแค่ลิโด เนื่องจากปัจจุบันสภาพพื้นที่โดยรอบมีสภาพทรุกโทรม และต้องการขอกลับมาพัฒนาพื้นที่เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง



แต่ทั้งนี้ ผู้เช่ายังยืนยันคำเดิมในการเลิกกิจการ แต่จะขอฉายภาพยนตร์แบบฟิล์มที่รวบรวมจากนานาประเทศ (International Film Festival ) ในเดือนเมษายน 2561 และ ภาพยนตร์เงียบ (Silent film festival in Thailand) ในเดือน พฤษภาคม 2561 ซึ่งผู้เช่าได้รับสิทธิในการเป็นผู้ฉายภาพยนตร์ดังกล่าว

ทางจุฬาฯ เห็นชอบ จึงได้ขยายระยะเวลาเช่าให้สิ้นสุดลงหลังจากมหกรรมการฉายภาพยนตร์ทั้งสองช่วงเสร็จสิ้นลง พร้อมทั้งให้การช่วยเหลือ ผ่อนปรนค่าเช่า ก่อนที่จะสิ้นสุดสัญญาในเดือนพฤษภาคม 2561 และขอขนย้ายให้แล้วเสร็จถึงสิ้นเดือนกรกฏาคม 2561

สรุปคือ ทาง Apex ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์สกาลา-ลิโด เป็นผู้ตัดสินใจเลิกกิจการ เนื่องจากแบกรับภาระขาดทุนต่อไปไม่ได้ และทางจุฬาไม่มีแผนจะทุบโรงภาพยนตร์สกาลาแต่อย่างใด แต่จะมีการปรับปรุงพื้นที่ รีโนเวทในส่วนของลิโด และพื้นที่อื่นๆ ไว้ใช้ประโยชน์ต่อไป




สำหรับในส่วนโรงภาพยนตร์สกาลา จะปิดให้บริการในเดือน พฤษภาคม 2561 ใครที่อยากจะไปเก็บเกี่ยวความทรงจำก่อนที่โรงหนังสกาลาจะปิดตัวลง ก็สามารถแวะเวียนไปดูกันได้ และอย่าลืมไปสนับสนุนกันเยอะๆ เผื่อทางโรงหนังจะเปลี่ยนใจ หรือเปิดกิจการใหม่ เราจะได้มีหนังนอกกระแสดูกันเยอะๆ ยังไงล่ะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon