ท้องอืด ถึงจะเป็นบ่อยแต่ก็ปล่อยผ่านไม่ได้

posted: 1 year ago
ท้องอืด ถึงจะเป็นบ่อยแต่ก็ปล่อยผ่านไม่ได้

comments

อาการ ท้องอืด อาจจะเป็นอาการที่หลายคนพบเจอบ่อยๆ แต่ปล่อยผ่านไม่ได้นะคะ ถ้าคุณเคยสงสัยว่าสาเหตุมาจากอะไร แล้วจะปรับเปลี่ยนการกินดูแลตัวเองได้อย่างไร วันนี้เรามาไขข้อข้องใจของอาการดังกล่าวกันค่ะ

ท้องอืด คืออะไร

อาการท้องอืดนั้นก็คือการมีแก๊สในท้อง หมายถึง มีแก๊สในกระเพาะอาหารและลำไส้ ซึ่งลำไส้ในที่นี้หมายรวมถึงทั้งลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ด้วย อาการท้องอืดเป็นอาการปกติที่สามารถเกิดได้ตั้งแต่ในเด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งมีมีแก๊สในกระเพาะอาหารก็จะทำให้เกิดอาการแน่น อึดอัด ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ ผายลม ปวดท้อง เป็นต้น เรามาทำความรู้จักอาการนี้ให้มากขึ้นค่ะ


สาเหตุของอาการท้องอืด

1. การกลืนอากาศ

งง ว่าอยู่ดีๆ เราจะกลืนอากาศเข้าไปได้อย่างไรใช่ไหมคะ แต่รู้หรือไม่ว่าการที่เรากิน ดื่ม เคี้ยว ดูดผ่านหลอดดูด พูด เคี้ยวหมากฝรั่ง อมลูกอม สูบบุหรี่ หรือแม้แต่การใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดี ก็ทำให้เกิดการกลืนอากาศได้ทั้งสิ้น ซึ่งการกลืนอากาศนี้จะทำให้เกิดอาการท้องอืด แน่นกระเพาะอาหาร หลอดอาหารและขับออกด้วยการเรอออกมา แต่แก๊สบางส่วนที่ตกค้างอาจถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดหรือเคลื่อนที่สู่ลำไส้ได้

ท้องอืด


2. การสร้างแก๊สของกระเพาะอาหาร ลำไส้

ตามปกติระหว่างกระบวนการย่อยอาหารนั้น จะก่อให้เกิดแก๊สอยู่แล้ว โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่ก่อปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะอาหาร เช่น น้ำอัดลม เป็นต้น ซึ่งร่างกายจะขับออกผ่านการเรอบางส่วน ผ่านสู่กระแสเลือดและสำไส้บางส่วน

ท้องอืด


3. แก๊สที่เกิดในลำไส้ใหญ่

แก๊สที่เกิดในบริเวณนี้ ร่างกายจะขับออกโดยการผายลม ซึ่งแก๊สในลำไส้ใหญ่นี้ เกิดจากกากอาหารที่เหลือจากการย่อยของลำไส้เล็ก เมื่อเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียมากมายในลำไส้ใหญ่ก็จะย่อยสลายกากอาหารเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ยิ่งมีกากอาหารมากก็ยิ่งมีปริมาณแก๊สมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งปริมาณแก๊สและกลิ่นที่จะถูกขับออกมาโดยการผายลมนั้นก็ขึ้นอยู่กับปริมาณและประเภทอาหาร ทั้งนี้แม้จะรับประทานอาหารประเภทเดียวก็กัน การเกิดแก๊สก็อาจจะแตกต่างกัน เพราะแต่ละคนมีแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ที่ไม่เหมือนกัน ต้องสังเกตตัวเองเป็นหลักค่ะท้องอืด


4. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงก่อนมีประจำเดือน

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงก่อนมีประจำเดือนนั้น ก็มีผลให้เกิดอาการท้องอืดได้ด้วยค่ะ สาวๆ ทั้งหลายลองสังเกตตัวเองดูนะคะท้องอืด


5. โรคเกี่ยวกับกระเพาะและลำไส้

อย่างเช่น โรคกรดไหลย้อน หรือโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ เช่น กระเพาะอาหารอักเสบ ลำไส้แปรปรวน และโรคเส้นประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหาร ลำไส้ จึงเกิดการขับแก๊สออกมา

ท้องอืด


6. ปัญหาทางอารมณ์ จิตใจ

เช่น ความเครียด ส่งผลต่อการสร้างกรดในกระเพาะอาหารและการเคลื่อนไหว บีบตัวของลำไส้

ท้องอืด



อาหารก่อแก๊ส

อาหารประเภทหลักๆ ที่สร้างแก๊สคือกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ไม่ว่าจะเป็นแป้งหรือน้ำตาล โดยเฉพาะประเภทมีกากใยสูง อาหารจำพวกไขมัน อาหารที่ย่อยยากเพราะค้างอยู่ในกระเพาะอาหารเป็นเวลานาน

1. น้ำตาล

อาหารประเภทน้ำตาลที่ก่อแก๊สมากนั้น พบมากในถั่วต่างๆ หรือผัก เช่น

  • กะหล่ำ บล็อคโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง ธัญพืชเต็มเมล็ด
  • น้ำตาลในนม (คนเอเชียบางส่วนไม่มีเอนไซม์แลคเตสในการย่อยนมจึงเกิดอาการท้องอืดได้)
  • ผลไม้ หัวหอม ลูกแพร์ ข้าวสาลี พวกผลไม้กระป๋อง
  • หมากฝรั่ง ลูกอม แอปเปิ้ล ลูกพีช ลูกแพร์และลูกพรุน

ท้องอืด


2. แป้ง

แป้งมันฝรั่ง ข้าวโพด ข้าวสาลี (ยกเว้นข้าวที่เรากิน)
ใยอาหารจากพืช ผัก ผลไม้ทุกชนิด มันเทศ ข้าวโอ๊ต กล้วย เบอร์รี่ อัลมอนด์ อะโวคาโด เป็นต้น

ท้องอืด (2)

ทั้งนี้ก็แล้วแต่บุคคล เพราะร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน บางคนรับประทานอาหารประเภทเดียวกัน คนหนึ่งอาจท้องอืด แต่อีกคนอาจจะท้องไม่อืดก็ได้นะคะ


การดูแลตนเอง

  • ปรับพฤติกรรมการกิน ดื่ม เช่น กินอาหารในในปริมาณลดลง ช้าลง เคี้ยวให้ละเอียดมากขึ้น
  • สังเกตประเภทอาหาร เครื่องดื่มที่ทำให้เกิดแก๊ส เพราะแต่ละคนก็สามารถเกิดแก๊สในกระเพาะแตกต่างกัน เช่น อาหารจำพวกไขมันท้องอืด

  • หลังกินอาหารควรมีการเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อช่วยการเคลื่อนไหวลำไส้และกำจัดแก๊สออก
  • ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่น ทำให้อึดอัดจนเกินไป
  • เลิกบุหรี่ หมากฝรั่ง อมลูกอม เพื่อลดการกลืนอากาศ
  • ปรึกษาทันตแพทย์เรื่องฟันปลอม
  • รักษาสุขภาพจิต ไม่ให้เครียดจนเกินไปท้องอืด

  • หากมีอาการในเบื้องต้น ปรึกษาเภสัชกรร้านขายยา ซื้อยาบรรเทาอาการต่างๆ
  • พบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้น หรือเมื่ออาการเลวลงหลังการดูแลตนเองประมาณ 2 สัปดาห์ หรือเมื่อกังวลในอาการ
  •  เมื่อมีไข้ ปวดท้องรอบๆ สะดือ หรือ ตำแหน่งด้านขวาตอนล่าง เพราะอาจเป็นอาการของโรคไส้ติ่งอักเสบ ควรรีบพบแพทย์ฉุกเฉิน หรือภายใน 24 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการท้องอืด

  • เมื่อมีอาการเจ็บร้าวลงไหล่ แขน หรือขึ้นขากรรไกรซ้าย เหนื่อย เหงื่อออกผิดปกติ ใจสั่น จะเป็นลม เพราะอาจเป็นอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • หากมีไข้ และปวดท้องบริเวณด้านขวาตอนบน ระวังเกิดจากถุงน้ำดีอักเสบจากโรคนิ่วในถุงน้ำดี

อาการทั่วไปที่เกิดขึ้นกับใครหลายคนอยู่บ่อยๆ แบบนี้ต้องหมั่นสังเกตตัวเอง และปรับพฤติกรรมการกิน ดื่มเพื่อลดอาการท้องอืดอย่างถูกวิธีด้วยนะคะ


avatar
by *muiyoo*
ต้องเป็นเพราะชื่อหมุยยู้ แปลว่าสิ่งที่สวยงามแน่ๆ เลยได้มาเขียนเรื่องเกี่ยวกับความสวยความงาม แฟชั่น สุขภาพ เครื่องสำอาง ทำอาหาร เข้าทางทุกอย่าง ใครชอบสาระดีๆ แทรกคารมขบขันประสาชะนีบ้าๆ บอๆ ก็ขอให้มิตรรักแฟนเพลงติดตามกันไปนานๆ เนอะ^^

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon