แดนมังกรขยายตลาด “นมผงออร์แกนิก” หลังปลดล็อกลูกคนเดียว

posted: 8 months ago
แดนมังกรขยายตลาด “นมผงออร์แกนิก” หลังปลดล็อกลูกคนเดียว

comments

ปัจจุบันเหล่าบรรดาผู้ประกอบการอาหารออร์แกนิกในจีน เริ่มโปรโมทผลิตภัณฑ์นมผงออร์แกนิกออกมาตีตลาดมากยิ่งขึ้น ผลก็คือยอดขายผลิตภัณฑ์นมผงออร์แกนิกพุ่งสูงขึ้นนั่นเอง โดยเฉพาะการนำเข้าผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก อาจจะเป็นสาเหตุมาจากที่รัฐบาลจีน ได้ทำการปลดล็อกลูกคนเดียว ส่งเสริมให้มีลูกคนที่ 2 ทำให้เกิดความต้องการเป็นจำนวนมาก แต่การหาซื้ออาหารออร์แกนิกในจีนกลับเป็นไปได้ยากแม้ว่าจีนจะถูกจัดให้เป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิกที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ตาม



ทั้งนี้ในช่วง 11 เดือน (มกราคม – พฤศจิกายน) ของปีที่ผ่านมา (2560) ไทยมีการส่งออกนมและผลิตภัณฑ์นม มีมูลค่ากว่า 6,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มีตลาดส่งออกหลักเป็นประเทศแถบอาเซียน ได้แก่ อันดับ 1.กัมพูชา (ร้อยละ 21) 2.ฟิลิปปินส์ (ร้อยละ 17 ) 3.สิงคโปร์ (ร้อยละ 16 ) 4.ลาว (ร้อยละ 13) 5.เมียนมา (ร้อยละ 8) โดยจีนนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมจากไทย ในลำดับที่ 8 ในช่วง 11 เดือน มีมูลค่า 253 ล้านบาท

โดยอุตสาหกรรมนมผงออร์แกนิกในตลาดจีน จะยังได้รับความนิยมและขยายตัวอีกมาก เนื่องจากนโยบายลูกคนที่ 2 ของจีน ทำให้ผู้บริโภคจีนยิ่งต้องการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและดีที่สุดให้กับลูก  โดยนางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยจากข่าวสารปนเปื้อนในนมผงเด็กที่ผลิตในประเทศอยู่บ่อยครั้ง จึงเป็นโอกาสดีของนมผงออร์แกนิกที่จะเข้ามาตีตลาด และนมผงนำเข้าจะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อยของตน

สำหรับตลาดนมผงออร์แกนิกของจีนในปัจจุบัน มีแบรนด์นมผงออร์แกนิกมากขึ้น และมีการแข่งขันในด้านคุณภาพระหว่างแบรนด์มากขึ้น โดยเฉพาะนมผงยี่ห้อ GITTIS จากออสเตรเลียที่กำลังได้รับความนิยม เพราะในการผลิตได้เลือกทุ่งหญ้าสำหรับใช้เลี้ยงวัวที่ไม่ปนเปื้อนสารเคมี ปราศจากสารกำจัดศัตรูพืช ปุ๋ยเคมี และสารกำจัดวัชพืชไม่ต่ำกว่า 10 ปี ซึ่งตามมาตรฐานออร์แกนิกสามารถใช้ทุ่งหญ้าที่ไม่มีสารเคมีมาก่อนในระยะเพียง 3 ปี และวัวยังได้รับการเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม โดยวิถีธรรมชาติ ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ปราศจากฮอร์โมน

ขณะเดียวกัน นมผงยี่ห้อดังกล่าวยังได้เน้นการพัฒนาด้านนวัตกรรมและรูปแบบผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยนอกจากความพิถีพิถันในการเลี้ยงวัว ยังมีความเข้มงวดในขบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบจะต้องมาจากระบบเกษตรอินทรีย์หรือผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่เก็บมาจากป่าปลอดสารพิษ และกระบวนการผลิตทั้งหมด ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน เช่น การบรรจุ การเก็บรักษา และการขนส่ง โดยผู้ผลิตจะมีการติดตาม ตรวจสอบอยู่เสมอ รวมถึงบันทึกการจำหน่าย จนกระทั่งผลิตภัณฑ์ผ่านการตรวจสอบและได้รับตรารับรอง

จากรายงานของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว ได้ทำการสำรวจตลาดสินค้า “นมผงออร์แกนิก” ในตลาดจีน ระบุว่า มีแนวโน้มการขยายตัวสูงมาก เพราะตลาดนมผงเด็กซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องให้ความสำคัญ ในด้านความปลอดภัยเป็นอันดับ 1 ทำให้คุณแม่ชาวจีนยุคใหม่ยอมจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อซื้อนมผงเด็กออร์แกนิก มาใช้เลี้ยงทารก ทำให้ตลาดมีการขยายตัวสูงมาก จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิต ผู้ส่งออกนมผงของไทยที่จะศึกษาโอกาสในการขยายตลาดส่งออกเข้าไปยังตลาดจีน

ทั้งนี้ ปัจจุบันการผลิตนมออร์แกนิกในไทยเริ่มมีการผลิตแล้ว แต่ยังไม่มากนัก เนื่องจากการปรับพื้นที่ฟาร์มเดิมให้เปลี่ยนเป็นฟาร์มออร์แกนิก ต้องอาศัยระยะเวลา ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อรายได้ในช่วงเริ่มต้น แต่ในระยะยาว ฟาร์มออร์แกนิกจะช่วยลดต้นทุน และมีโอกาสในการขยายตลาด โดยในส่วนของการขยายตลาดจีน กรมฯ มองว่ามีโอกาสสูงมาก ซึ่งภาครัฐและเอกชนจะต้องช่วยกันยกระดับคุณภาพนมไทย โดยเฉพาะนมออร์แกนิกให้สามารถส่งออกมายังตลาดจีนได้

“สินค้าอินทรีย์หรือสินค้าออร์แกนิกในตลาดจีน กำลังเป็นที่นิยมและมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดนม ที่มีการเติบโตสูงมาก จากการที่คุณแม่ชาวจีนให้ความสำคัญกับนมที่จะนำมาเลี้ยงทารกและเด็กที่ต้องปลอดภัย มีคุณภาพสูง และที่สำคัญ ผลจากการที่จีนได้เลิกนโยบายลูกคนเดียว จากสถิติของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน พบว่า ในช่วง 5 เดือนของปี 2560 มีทารกเกิดใหม่ถึง 7.4 ล้านคน โดยลูกคนที่ 2 ครองสัดส่วนถึง 57.7% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13% ซึ่งล้วนแต่เป็นโอกาสสำหรับการขยายตลาดส่งออกนมผงและผลิตภัณฑ์นมของไทยเข้าสู่ตลาดจีน”

นมผงออร์แกนิค

ด้านกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้เคยกล่าวไว้ว่า การนำเข้าสินค้าออร์แกนิกมาจำหน่ายยังประเทศจีนจะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพของจีนจาก China Organic Food Development Center (OFDC) ซึ่งได้รับการรับรองจากคณะกรรมาธิการถาวรเกษตรอินทรีย์ของสหภาพยุโรป (EU Standing Committee on Organic Farming – SCOF) ว่าเป็นหน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นผู้ตรวจสอบรับรองสินค้าเกษตรอินทรีย์แบบทัดเทียมตามเกณฑ์มาตรฐานของสหภาพยุโรป จึงจะนำมาวางขายภายในประเทศได้ เพราะทางการจีนจะไม่ยอมรับการตรวจคุณภาพมาจากประเทศอื่น

กลยุทธ์การทำตลาดออร์แกนิกในจีน

การพัฒนาตลาดออร์แกนิกในจีน รวมถึงทัศนคติของผู้บริโภคในปัจจุบัน ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกในจีนกล่าวว่าการที่จะดึงดูดตลาดผู้บริโภคชาวจีนนั้น มีสิ่งสำคัญอยู่ 4 สิ่ง คือ

1. สินค้าจะต้องมีคุณค่าทางโภชนาการ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นผลไม้หรือผักหายาก มีความแปลกใหม่ จะได้รับความนิยมแน่นอน
2. มีโลโก้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานสากลหรือจีนก็ตาม
3. มีการขนส่งที่ดีเยี่ยม สินค้ายังคงความสดและสวยงามอยู่
4. หาซื้อง่ายและบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ง่ายต่อการเก็บรักษา

4 ข้อดังกล่าวเป็นเพียงกลยุทธ์พื้นฐาน สำหรับผู้ประกอบการ หากสนใจจะนำสินค้ามาทำตลาดในจีน เมื่อหาตัวแทนนำเข้าในจีนแล้ว ควรจะพาผู้นำเข้าจีนเยี่ยมชมโรงงานแหล่งผลิตสินค้า เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ อธิบายเทคนิคและขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้ผู้นำเข้าเข้าใจกระบวนการผลิตซึ่งนี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่ายในการร่วมธุรกิจและสานสัมพันธ์ในขั้นตอนต่อไป เพราะวัฒนธรรมจีนนั้นความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ การนำเข้าผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกทุกชนิด ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากองค์กรของประเทศจีนก่อน หลังจากได้รับโลโก้การันตีคุณภาพแล้ว ถึงจะนำไปวางจำหน่ายได้ แต่เนื่องจากผู้บริโภคจีนบางรายยังไม่ค่อยเชื่อมั่นในโลโก้มาตรฐานสินค้าออร์แกนิกที่ออกโดยทางการจีน ดังนั้นผู้ส่งออกควรมีโลโก้การตรวจสอบมาตรฐานอาหารออร์แกนิกสากล ติดบนบรรจุภัณฑ์ควบคู่กันไปด้วย หน้าตาของผลิตภัณฑ์ต้องดูสวยงามดึงดูดใจผู้บริโภค รวมถึงเรื่องคุณภาพก็สำคัญ ส่วนรสชาติควรปรับตามความชอบของผู้บริโภคชาวจีน แหล่งกำเนิดสินค้าควรเป็นแหล่งที่ขึ้นชื่อของผลิตภัณฑ์นั้นๆ เช่น ข้าวหอมและผลไม้ฤดูร้อนควรมาจากไทย ส่วนผลิตภัณฑ์จำพวกนมควรมาจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ต้องไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม และมีอายุการเก็บรักษาที่เหมาะสมสำหรับระยะเวลาการขนส่งและการจำหน่ายไปยังเมืองต่างๆ ผู้ส่งออกต้องสามารถส่งสินค้าตามกำหนดได้อย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกต้องตรวจสอบกฎระเบียบการนำเข้าอาหารออร์แกนิกของประเทศจีนอย่างละเอียดเพื่อลดอุปสรรคในการนำเข้าเพราะมีรายละเอียดค่อนข้างมาก เรื่องสำคัญอีกเรื่อง คือราคามีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวจีนอย่างมาก เนื่องจากชาวจีนมีทัศนคติที่ว่า “สินค้ายิ่งแพง ยิ่งมีคุณภาพดี” การตั้งราคาควรจะเป็นราคาที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งท้องถิ่นได้ สำหรับสินค้าพรีเมี่ยมนั้นควรตั้งราคาสูงแต่ต้องสมราคาของผลิตภัณฑ์ และสุดท้ายการกระจายสินค้า ผู้ส่งออกควรจะหาผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่นเพื่อช่วยกระจายสินค้าในพื้นที่และร่วมกับผู้นำเข้าจัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์เป็นภาษาจีนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าชาวจีน หากทำได้ควรตีพิมพ์บทความลงนิตยสารสุขภาพซึ่งเป็นข้อดีทางการตลาดทางหนึ่งและควรให้ลูกค้าได้ทดลองชิมผลิตภัณฑ์ที่ชั้นวางขายเพื่อสร้างความสนใจแก่ลูกค้า



ช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกในจีนแยกเป็น 5 ช่องทาง ได้แก่

1. ร้านจำหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก
2. ซุปเปอร์มาเก็ต
3. ร้านตัวแทนจำหน่าย
4. ร้านจำหน่ายอาหาร
5. ตลาดค้าส่งจากไร่

อย่างไรก็ดี ภายหลังมีการขายรูปแบบใหม่เพิ่มเข้ามา คือ การขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต พร้อมเดลิเวอรี่ถึงบ้าน แต่การซื้อสินค้าออนไลน์ราคาอาจจะถูกก็จริง เพราะไม่มีหน้าร้าน แต่ต้องไม่ลืมว่าสินค้าเหล่านั้นไม่ได้ผ่านการควบคุมโดยองค์กรของรัฐบาลเพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องคุณภาพเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon