นวัตกรรมใหม่…Gastric Balloon ทางเลือกของคนอยากผอม

posted: 1 year ago
นวัตกรรมใหม่…Gastric Balloon ทางเลือกของคนอยากผอม

comments

ถ้ามีใครมาบอกเราว่า “อ้วน” อาจทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเองไปเลยก็ได้ จนต้องหาวิธีลดน้ำหนัก ซึ่งอาจเริ่มตั้งแต่อดอาหาร ออกกำลังกาย หรือไดเอ็ท แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าน้ำหนักจะลงเอาซะเลย และยิ่งถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ไม่นานต้องมีโรคต่างๆ ตามมาอย่างแน่นอน ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ก้าวไกล การใช้บอลลูนในกระเพาะอาหาร (Gastric Balloon) จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลดน้ำหนักที่ได้ผล



Gastric Balloon คืออะไร

Gastric Balloon คือ การใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก โดยบอลลูนที่ใส่เข้าไปจะช่วยให้ทานอาหารน้อยลงและจากนั้นกระเพาะก็จะเล็กลงตามไปด้วย และก่อนจะใส่บอลลูนประมาณ 1 – 2 สัปดาห์แพทย์จะนัดมาส่องกล้องก่อนเพื่อตรวจเช็คว่ากระเพาะมีการติดเชื้อ มีแผล หรือมีความผิดปกติที่ต้องรักษาก่อนใส่บอลลูนเข้าไปหรือไม่ ซึ่งต้องอยู่ในการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด


ขั้นตอนการใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร

การใส่บอลลูนมีขั้นตอนเหมือนกับการส่องกล้องกระเพาะอาหารทั่วไป โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจะใส่น้ำที่ผสมกับสารสีฟ้าที่เรียกว่า เมธิลีนบลู เข้าไปในบอลลูน ประมาณ 400 – 500 ซีซี แล้วจึงนำกล้องออก ทั้งนี้บอลลูนที่ใส่ในกระเพาะเฉลี่ยอยู่ได้นาน 6 เดือน – 1 ปี อย่างไรก็ดี ถ้าน้ำหนักตัวลดลงได้ตามที่ต้องการก่อนกำหนดระยะเวลาก็สามารถนำบอลลูนออกก่อนได้


น้ำหนักตัวเท่าไหร่ถึงจะใส่บอลลูนได้

การคำนวณ BMI (Body Mass Index) หรือดัชนีมวลกาย คือนำน้ำหนักตัวในหน่วย กิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงหน่วยเป็น เมตร ยกกำลังสอง ดังนั้นการจะใส่บอลลูนลดน้ำหนักได้นั้น ควรมี BMI เกิน 27 กก./ม.2 ในการใส่บอลลูนครั้งแรก



ภาวะแทรกซ้อนจากการใส่บอลลูน

ภาวะแทรกซ้อนสำหรับการใส่บอลลูน โดยรวมพบเพียง 0.27% เมื่อเทียบกับการผ่าตัดรัดกระเพาะอาหารที่มีภาวะแทรกซ้อนถึง 7 – 9% แต่ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยของการใช้บอลลูนลดน้ำหนัก คืออาการคลื่นไส้อาเจียน และแน่นท้องในช่วงสัปดาห์แรกหลังใส่บอลลูน


ข้อห้ามในการใส่บอลลูนลดน้ำหนัก

Row of pregnant women

• ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนจะตั้งครรภ์
• เป็นแผลในกระเพาะ กรดไหลย้อนรุนแรง หรือเคยผ่าตัดกระเพาะอาหารและหลอดอาหาร
• แพ้ยางซิลิโคน
• มีภาวะเลือดออกง่ายหรือรับประทานยาละลายลิ่มเลือด
• ผู้ที่มีความเสี่ยงจะเกิดแผลในกระเพาะอาหารสูงอันเนื่องมาจากต้องรับประทานยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs (เช่น aspirin, ibuprofen, diclofenac เป็นต้น) เป็นประจำ
• คนที่มีโรคประจำตัวรุนแรง เช่น โรคไตวายเรื้อรัง โรคหัวใจขาดเลือด หรือโรคตับ เป็นต้น


ขั้นตอนการรักษาหลังจากใส่บอลลูนแล้ว

Pair of female feet standing on a bathroom scale

หลังจากใส่บอลลูนแล้วแพทย์จะนัดมาพบกับนักโภชนาการเพื่อแนะนำการบริโภคอาหาร และการปรับพฤติกรรมในการบริโภคและสร้างวินัยในการรับประทานอาหาร ในช่วง 1 เดือนแรก จะแนะนำรับประทานอาหารอ่อนๆ และรับประทานยาในกลุ่มลดการระคายเคืองของกระเพาะอาหารควบคู่ไปด้วย แพทย์ผู้ให้การรักษาจะมีการติดตาม เพื่อดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดและคอยให้คำปรึกษาและคำแนะนำทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เพื่อทำให้การรักษาเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งแพทย์จะนัดคนไข้เข้ามาตรวจเป็นระยะๆ


แม้ว่าวิวัฒนาการทางการแพทย์จะก้าวไกลไปแค่ไหน แต่ทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ ผู้ที่จะมาลดความอ้วนด้วยวิธีนี้ก็ต้องทำการศึกษาให้ดีอย่างรอบคอบเสียก่อน เพราะเท่าที่รู้ๆ มาค่าใช้จ่ายก็สูงเอาการทีเดียว


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon