นวัตกรรมทางการแพทย์คลื่นวิทยุรักษาภูมิแพ้ได้

posted: 1 year ago
นวัตกรรมทางการแพทย์คลื่นวิทยุรักษาภูมิแพ้ได้

comments

ทุกวันนี้มลภาวะที่เพิ่มขึ้นในสังคมไทย ทำให้สารที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้เพิ่มสูงขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนในเมืองหรือเมืองอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยสภาพอากาศมักพบผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่าย



อาการของโรคภูมิแพ้เกิดจากอะไร

ผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้เกิดจากการสัมผัสสารที่ก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่นบ้าน ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ฯลฯ ทำให้เกิดอาการทันที จนน่ารำคาญ ส่งผลให้มีอาการอักเสบทางจมูกเรื้อรังส่ และเยื่อบุจมูกจะบวมมากในที่สุด และถ้าเกิดอาการคัดจมูกบ่อย ๆ ถึงขั้นมีอาการที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น ก็ควรรีบเข้ามาพบแพทย์โดยด่วน เพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาภายหลัง

Girl with dandelion


ข้อสังเกตอาการภูมิแพ้

• คันจมูก จามติดต่อกันหลายครั้ง

• เริ่มมีน้ำมูกใสๆ ไหลอยู่ตลอดเวลา

• อาการอื่นๆ เช่น คันตา คันคอ คันหู หรือคันที่เพดานปากด้วย หรือไม่ก็ปวดศีรษะ ไอ เจ็บคอ หรือหูอื้อ เป็นต้น

itchy


โรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่จะเกิดกับใคร

ปัจจุบันผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ส่วนใหญ่จะพบในเด็ก โดยเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ขณะที่วัยผู้ใหญ่จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

Sick Family Lying In Bed


การรักษาภูมิแพ้แบบไม่ต้องผ่าตัด

แนวทางในการรักษา ดังนี้
• หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการแพ้ พยายามลดปริมาณหรือไม่ไปอยู่ในสถานที่ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้

• การใช้ยาเพื่อการรักษา เพื่อบรรเทาอาการต่างๆ ให้ลดลง

• การฉีดวัคซีน ที่บริเวณผิวหนังหรือใต้ผิวหนัง ทำให้โรคจมูกอักเสบลดลง

Allergy word written on medical blue folder with patient files


เทคนิคใหม่รักษาด้วยคลื่นวิทยุ RF

คลื่นวิทยุ Radiofrequency Volumetric Tissue Reduction (RFVTR) of Nose เป็นการรักษาโรคภูมิแพ้เนื่องจากจมูกอักเสบเรื้อรังในรูปแบบใหม่ด้วยการผ่าตัดหลังจากที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาทางยา นี่จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้โรคภูมิแพ้ไม่ลุกลามได้ โดย รศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน สาขาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้ ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้กล่าวไว้ว่าการรักษาจะนำเข็มพิเศษ เข้าไปในเนื้อเยื่อบุจมูก เพื่อส่งคลื่นความถี่สูง (radiofrequency) ที่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนให้แก่เนื้อเยื่อรอบ ๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการสูญเสียสภาพ และการตายของเนื้อเยื่อ (coagulation necrosis) ขึ้นภายใน 1 -2 เดือน หลังจากนั้นจะเกิดเนื้อเยื่อพังผืด เกิดการหด และลดปริมาตร (volume contraction) ของเยื่อบุจมูกที่อุดกั้นโพรงจมูก ทำให้โพรงจมูกโล่งขึ้น หายใจได้สะดวกขึ้น นอกจากนั้นคลื่นความถี่สูงได้ไปทำลายเส้นประสาท และต่อมสร้างน้ำมูก ทำให้อาการคัน, จาม, น้ำมูกไหล และเสมหะลงคอลดลงด้วยปริมาณความร้อนที่เยื่อบุจมูกได้รับจะต่ำกว่าการใช้เลเซอร์ ซึ่งจะทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อรอบๆ น้อยกว่า ดังนั้นทำให้อาการปวดหรือเจ็บแผลหลังผ่าตัด น้อยกว่าการใช้เลเซอร์ผ่าตัดลดขนาดเยื่อบุจมูก และในรายที่มีอาการคัดจมูกเรื้อรัง เนื่องจากผนังกั้นช่องจมูกคดนั้น อาจลองใช้คลื่นความถี่วิทยุในการรักษาอาการคัดจมูกก่อน เพราะอาการปวดหรือเจ็บแผลหลังผ่าตัด น้อยกว่าเช่นกัน ถ้าอาการคัดจมูกไม่ดีขึ้น จึงพิจารณาการผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นช่องจมูกคดต่อไป ได้มีการศึกษาผลของ คลื่นความถี่วิทยุในรายที่มีอาการคัดจมูกเรื้อรัง พบว่าคลื่นความถี่วิทยุสามารถลดอาการคัดจมูกได้ดี และผลนั้นยังคงอยู่นานถึง 1 ปี

รศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน สาขาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้ ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล (ขอบคุณภาพwww.si.mahidol.ac.th)
รศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน สาขาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้ ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล (ขอบคุณภาพwww.si.mahidol.ac.th)

หลังการรักษาด้วยคลื่นวิทยุ RF

• หลังการผ่าตัด 1-2 วันแรก เยื่อบุจมูก อาจบวมมากขึ้นได้ ทำให้มีอาการคัดจมูกมากขึ้นได้อาจต้องหายใจทางปาก ดังนั้นจึงควรนอนศีรษะสูง โดยใช้หมอนหนุน หรือนอนบนที่นอนที่สามารถปรับความเอียงได้ อมและประคบน้ำแข็งบ่อยๆ ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก (ประคบที่หน้าผาก หรือคอ) เพื่อลดอาการเลือดออก บริเวณที่ทำผ่าตัด

• ผู้ป่วยจะได้รับยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด ยาลดบวม ยาลดอาการคัน จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล ผู้ป่วยควรจะรับประทานยาดังกล่าวให้หมด ไม่ว่าอาการจะดีขึ้นหรือไม่ก็ตาม ผู้ป่วยสามารถรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล เมื่อจำเป็นได้

• ควรหลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง ๆ การแคะจมูกหรือการกระทบกระเทือนบริเวณจมูก การออกแรงมาก การเล่นกีฬาที่หักโหม หรือยกของหนัก หลังผ่าตัดภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก เพราะอาจทำให้มีเลือดออกจากแผลที่เยื่อบุจมูกได้ ถ้าจะจามควรให้ลมออกทางปาก ถ้ามีเลือดออกจากจมูก ควรนอนพัก ยกศีรษะสูง หยอดยาหยอดจมูกห้ามเลือดที่แพทย์สั่งไว้ให้ 3-4 หยดในโพรงจมูกแต่ละข้าง นำน้ำแข็งหรือ cold pack มาประคบบริเวณหน้าผากหรือคอ อมน้ำแข็งเพื่อให้เลือดหยุด การประคบหรืออมน้ำแข็ง ควรประคบหรืออมประมาณ 10 นาที แล้วจึงเอาออก ประมาณ 10 นาที แล้วค่อยประคบหรืออมใหม่เป็นเวลา 10 นาที ทำเช่นนี้สลับกันไปเรื่อย ๆ ถ้าเลือดออกไม่หยุดหรือออกมากผิดปกติ ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อปรึกษาแพทย์ทันที

• หลังผ่าตัด 48 ชั่วโมงแรก ควรล้างทำความสะอาดจมูกและแผลผ่าตัดด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ เพื่อป้องกันการเกิดสะเก็ดแผลซึ่งเกิดจากน้ำมูกไปเกาะที่แผลบนเยื่อบุจมูก เพราะจะทำให้แผลหายช้า ควรล้างวันละ 2 ครั้งอย่างน้อย ในวันหยุดควรล้างเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 3-4 ครั้ง ถ้าล้างแล้ววัสดุห้ามเลือดออกมาไม่ต้องตกใจ ให้ล้างต่อได้ ยกเว้นถ้าเลือดออกมาก ควรหยุดล้างและปฏิบัติตามข้อ 5 ถ้าล้างแล้ววัสดุห้ามเลือดไม่ออกมา แพทย์จะเอาออกให้ในวันนัด

• โดยปกติ หลังผ่าตัดประมาณ 1-2 สัปดาห์ แผลที่เยื่อบุจมูกจะหายเป็นปกติ เยื่อบุจมูกจะลดขนาดลง อาการคัดจมูก คัน จาม น้ำมูกไหล เสมหะลงคอจะดีขึ้นหลังการทำผ่าตัด ประมาณ 4-6 สัปดาห์ ถ้าอาการดังกล่าวไม่ดีขึ้น จนเห็นได้ชัดภายในระยะเวลาดังกล่าว อาจต้องรับการรักษาซ้ำอีก จนกว่าอาการดังกล่าวจะดีขึ้น



แม้ว่าโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้จะไม่รุนแรง แต่ค่อนข้างมีผลต่อการใช้ชีวิตอยู่ในสังคม และทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง แถมยังสร้างความรำคาญให้อีกด้วย และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จึงไม่ควรละเลยที่จะเข้ามาทำการรักษาให้หายขาด เพราะการรักษานั้นไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ส่วนใครที่แค่คัดจมูกนิดๆ หน่อยๆ และมีไข้ คุณเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาเท่านั้นค่ะ ดูวิธีดูแลรักษาอาการเบื้องต้นได้ที่นี่


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon