บัตรเครดิต…ตัวช่วยชั้นดีหากรู้จักใช้

posted: 2 years ago
บัตรเครดิต…ตัวช่วยชั้นดีหากรู้จักใช้

comments

พอพูดถึงบัตรเครดิตหลายๆ คนอาจจะคิดว่าธุรกิจบัตรเครดิตเป็นธุรกิจที่ไม่ดีเพราะเอาเปรียบผู้ใช้บัตร แต่รู้หรือไม่จริงๆ แล้วธุรกิจบัตรเครดิตเป็นธุรกิจที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจได้ดี ประโยชน์เป็นประโยชน์กับหลายๆ ฝ่าย

1. ประโยชน์กับผู้ใช้บัตรเครดิต
อย่างที่รู้กันช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้อย่างมากทั้งเรื่องสภาพคล่องต่างๆ

2. ประโยชน์กับเจ้าของธุรกิจ (ธุรกิจอื่นๆ ที่ไม่ใช่ธุรกิจบัตรเครดิต)
เนื่องจากบัตรเครดิตช่วยให้ลูกค้ามี “อำนาจซื้อ” เพิ่มเติม ก็จะช่วยทำให้สินค้าขายง่ายมากขึ้น

3. ประโยชน์กับเจ้าของธุรกิจบัตรเครดิต
อันนี้เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าได้ค่าธรรมเนียมจากการรูดบัตร แล้วก็ได้ค่าปรับจากคนที่ชำระคืนล่าช้า

Credit

 

ปัจจุบันบัตรเครดิตถือว่าเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างหนึ่งในชีวิต เวลาไปไหนก็ไม่ต้องพกเงินสดไปไหนมาเยอะๆ เพียงแค่พกบัตรเครดิตไปใบเดียวเราก็มี “อำนาจซื้อ” เพียงพอที่จะใช้ในแต่ละเดือนสบายๆ บัตรเครดิตจริงๆ แล้วเป็น สินค้าการเงินตัวหนึ่งที่ดีมากๆ แต่ก็มีข้อเสียที่ร้ายแรงเช่นเดียวกัน เพราะลองคิดง่ายๆ ว่าจะมีใครที่ไหนที่อยู่ดีๆ มาบอกเราว่า
เอาเงินไปใช้ก่อนเลย ค่อยจ่ายทีหลังก็ได้ไม่เป็นไร จริงมั้ยล่ะ?

ซึ่งบัตรเครดิตเป็นการรูดซื้อของก่อนแล้วค่อยจ่ายคืนทีหลัง ส่วนเรื่องว่าจะต้องชำระคืนภายในกี่วัน อันนี้ก็แล้วแต่ว่าเราสมัครบัตรของที่ไหน แต่ละที่จะกำหนดวันชำระเงินคืนต่างกันไป แต่รู้หรือไม่ว่าถ้าเราจ่ายเงินคืนเค้าไม่ตรงตามกำหนดแล้วละก็ “ค่าปรับ” จะสูงมาก สูงเกินกว่า 20% แทบทั้งนั้น “ดอกเบี้ยทบต้น” สำหรับเรื่องการลงทุนจะทำให้เงินเราเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเป็นเรื่องหนี้ของบัตรเครดิตแล้วล่ะก็ หนี้ก็เติบโตแบบทบต้นด้วย เพราะบัตรเครดิตจะคิดค่าปรับแบบดอกเบี้ยทบต้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้บัตรเครดิตจะมีวิธีการคิดดอกเบี้ยที่ค่อนข้างโหดอยู่ด้วย

Happy woman paying for cafe by credit card

 

ตัวอย่างเช่น เรารูดบัตรเครดิตจ่ายไป 100,000 บาท เมื่อถึงกำหนดชำระแล้วเราชำระคืนไปแค่ 20,000 บาท แสดงว่าตอนนี้เรายังติดเงินเค้าอยู่ 80,000 บาท เค้าจะคิดดอกเบี้ยจากยอดเต็ม 100,000 บาท ไม่ใช่ 80,000 บาท อย่างที่ใครหลายๆคนเข้าใจ นั้นเป็นเหตุผลที่ถ้าเราใช้บัตรเครดิตไม่เป็น ไม่สามารถควบคุมตัวเราเองให้มีระเบียบวินัยในการใช้บัตรได้เราก็ไม่ควรใช้นั้นเอง

งั้นเราลองมาดูข้อดีของบัตรคิตกันกันก่อนดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง? ทำไมถึงบอกว่าบัตรเครดิตเป็นเครื่องมือบริหารเงินที่ดีตัวหนึ่งเช่นกัน

บัตรเครดิตมาพร้อมสิทธิประโยชน์

โปรโมชั่นเพียบนอกจากเราจะสามารถใช้ก่อนจ่ายคืนที่หลังได้แล้วบัตรเครดิตยังมีโปรโมชั่นด้วย เช่น “Cash back” ซื้อของครบ 10,000 บาทได้เงินคืน 300 บาท หรือจะเป็น “คะแนนสะสม” สามารถนำคะแนนในบัตรมาซื้อสินค้าได้ บางครั้งก็แสดงบัตรเพื่อรับส่วนลด โปรโมชั่นร่วมกับร้านอาหารลด 10%

รูดบัตรแทนเงินสด เพื่อนำเงินนั้นไปลงทุนแทน

เราสามารถสร้างกำไรหรือทำให้เกิดผลประโยชน์จากบัตรเครดิตได้ อันนี้เป็นวิธีที่เจ๋งมาก ถ้าเราไม่ขี้เกียจ เริ่มต้นจากที่เราต้องชำระสินค้าบริการเป็นเงินสด เราก็ใช้บัตรเครดิตรูดซะทุกอย่าง แต่อาจจะมีข้อจำกัดว่าถ้าเราใช้บริการร้านที่ไม่มีเครื่องรูดก็อาจจะเป็นข้อยกเว้น จากนั้นนำเงินสดที่เราต้องจ่ายเพื่อซื้อสินค้า ณ ตอนนั้นไปลงทุน เงินเราก็จะได้ ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนที่จะถึงงวดชำระก็ประมาณ 30-45 วัน อันนี้แล้วแต่ธนาคารที่เราเลือกใช้

คำแนะนำก็คือควรลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและไม่เสี่ยง ย้ำ! “สภาพคล่องสูง” และ “ไม่เสี่ยง” เช่น กองทุนรวมตลาดเงิน ผลตอบแทน ณ ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2% ต่อปีก็ประมาณ 0.167% ต่อเดือน แต่ข้อควรระวังคือควรดูค่าธรรมเนียมการซื้อขายด้วยนะ บางกองทุนนี่ทำไปทำมาอาจจะได้ไม่คุ้มค่าธรรมเนียม

 

Tired woman in the office

 

ทีนี้เรารู้ถึงประโยชน์ของบัตรเครดิตกันไปแล้ว เราลองมาดูโทษของบัตรเครดิตกันบ้างดีกว่า
คำถามแรกที่ต้องตอบก่อนใช้บัตรเครดิตก็คือ “เรามีวินัยการใช้เงินมากพอหรือป่าว !?” ตอบแบบไม่หลอกตัวเองถ้าไม่มีแนะนำว่าไม่ควรใช้ เพราะเราจะมีโอกาสใช้เงินเกินตัว รูดซื้อของไปมากกว่าเงินที่เรามีจ่าย ทำให้ต้องชำระเงินขั้นต่ำและโดนดอกเบี้ย ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าดอกเบี้ยนั้นสูงมากของบัตรเครดิตคิดก็ประมาณ 20% ต่อปีแถมทบต้นรายวัน ดังนั้นดอกเบี้ยต่อปีจริงๆ แล้วจะอยู่ที่ประมาณ 22% ต่อปี

มีบัตรเครดิตมันก็เหมือนมี “บัตรเบ่ง” กิเลสหรือความอยากได้สิ่งของต่างๆ เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ไม่ว่าจะของลดราคา โปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 ที่ล่อตาล่อใจตลอดเวลา ประกอบกับยุคสมัยนี้เป็นยุคโซเซียล ไม่ว่าจะ Facebook หรือ IG ค่าใช้จ่ายเพื่อสร้างภาพลักษณ์ก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

บัตรเครดิตก็มีทั้ง “ข้อดี” และ “ข้อเสีย” คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วล่ะว่าเรามี “วินัย” หรือเปล่า ถ้ามีก็ใช้ได้ตามสบายเพิ่มความสะดวกในชีวิตกันไป แต่ถ้าไม่มีแนะนำว่าอย่าเสี่ยงจะดีกว่า เพราะถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาแก้กันเหนื่อยแน่นอน

 


avatar
by JK, CFP®
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
loading icon