บัตรเครดิต VS บัตรกดเงินสด ควรเคลียร์ค่าใช้จ่ายใบไหนก่อนดี

posted: 9 months ago
บัตรเครดิต VS บัตรกดเงินสด ควรเคลียร์ค่าใช้จ่ายใบไหนก่อนดี

comments

ช่วงสิ้นปีหรือต้นปีแบบนี้หลาย ๆ คนที่ทำงานบริษัทต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยโบนัสก้อนโตที่กำลังจะมาถึง เพราะถือว่าเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานของพนักงานเลยก็ว่าได้ เพราะเชื่อว่าหลายคนต่างก็วางแผนจะทำโน่นทำนี่ หรือบางครั้งอาจจะต้องการนำเงินก้อนนี้ไปปลดหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด แต่ก็ยังเกิดความลังเลว่า เราควรจะปิดบัตรใบไหนก่อนดี และแต่ละบัตรมีการคิดอัตราดอกเบี้ยกันอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบที่จะมาไขข้อข้องใจกันคะ เริ่มกันที่…

บัตรเครดิต

ส่วนใหญ่แล้วจะใช้แค่รูดจ่ายสินค้า และทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตสามารถรูดซื้อได้ทั่วโลก แถม โดยไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมาก และสามารถสะสมแต้มเพื่อเป็นส่วนลดในคราวหน้าได้อีกด้วย โดยอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 ต่อปี ซึ่งกำหนดระยะเวลาในการชำระทั้งหมดหรือขั้นต่ำที่ปลอดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 40 – 45 วัน

ตัวอย่าง เมื่อใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้าในวันที่ 5 ม.ค. เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท สรุปยอดใช้บัตร วันที่ 25 ของทุกเดือน และกำหนดระยะเวลาชำระไม่เกินวันที่ 8 ก.พ. โดยคิดจากดอกเบี้ยบัตรเครดิต = (ยอดใช้จ่าบบัตรเครดิต x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวัน)/365

หากเจ้าของบัตรเครดิตเลือกที่จะชำระขั้นต่ำในวันที่ 8 ก.พ. (10%) = 2,000 บาท ดอกเบี้ยเงินต้นที่เกิดจะคำนวณ 2 ขั้น รวมกัน

ขั้นที่ 1 วันที่ใช้บัตรเครดิต ถึง วันที่ปิดยอดบัตรเครดิต 5 – 25 ม.ค.
20,000 x 20% x 21 วัน / 365 วัน = 230.14 บาท

ขั้นที่ 2 วันถัดจากวันที่ปิดยอด – วันที่ค้างชำระ 26 ม.ค. – 8 ก.พ.
20,000 x 20% x 14 วัน / 365 วัน = 153.42 บาท

อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าของบัตรเครดิตเลือกที่จะชำระขั้นต่ำต่อไปเรื่อย ๆ จะนำเงินต้นที่รูดซื้อสินค้า 20,000 บาทมาหักออก 2,000 บาท เป็น 18,000 บาท และคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 จากวันที่เรียกเก็บชำระย้อนหลัง ถึงวันที่ชำระเงินจริง โดยคำนวณเหมือนในตอนแรก ทำให้อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะไม่ลดลงตามเงินต้น แต่จะทวีคูณวันเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่เราชำระ

บัตรกดเงินสด

การใช้บัตรกดเงินสด สามารถนำบัตรมากดเงินสดทุกตู้เอทีเอ็มในประเทศไทย โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมในการกด แต่สถาบันการเงินจะคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกสูงสุดไม่เกินร้อยละ 28 ต่อปี ซึ่งมาตรฐานเดียวกันหมดทุกสถาบันการเงิน และคิดอัตราดอกเบี้ยจำนวนวันตามที่ใช้จริง เช่น ผู้ถือบัตรกดเงินสดในวันที่ 1 ก.พ. และชำระคืนภายในวันที่ 6 ก.พ. ของเดือนเดียวกัน ก็จะมีการคำนวณดอกเบี้ยแบบรายวันที่ถูกกว่า เนื่องจากคิดเป็นแบบรายวันที่ลูกค้านำมาคืน แต่ถ้าผู้ถือบัตรชำระตามรอบบิลที่เรียกเก็บก็จะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 28

ตัวอย่าง หากผู้ถือบัตรมีการกดเงินสดออกมาจากตู้เอทีเอ็มจำนวน 9,000 บาท ในวันที่ 1 ก.พ. และมียอดสรุปในวันที่ 5 มี.ค. นับรวมได้ 36 วัน การคำนวณดอกเบี้ยรอบปัจจุบันคือ นำจำนวนเงินที่กดเงินสด X อัตราดอกเบี้ยต่อปี X จำนวนวันที่กู้ยืมนับตั้งแต่วันที่กดเงินสดจนถึงวันที่สรุปยอดบัญชีของแต่ละสถาบันการเงิน / 365 วัน

9,000 X 28% X 36/ 365 = 248.55 บาท

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เราก็สามารถพิจารณาได้ว่าควรที่จะเคลียร์ค่าใช้จ่ายบัตรไหนก่อน เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยไม่บานปลายไปมากกว่านี้

แต่ถ้าใครที่กำลังจะหาบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดสักใบไว้ติดกระเป๋าเพื่อไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ซิตี้แบงก์มีให้คุณเลือกทั้งบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดตามไลสไตร์ที่คุณต้องการ โดยบัตรเครดิตคืนเงิน บัตรเครดิตซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม บัตรเครดิตคืนเงินที่ดีที่สุด ให้คุณได้รับเงินคืนทุกครั้งที่มีการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ช่วยคุณประหยัดและคุ้มค่าในทุกการใช้จ่าย สมัครบัตรเครดิตคืนเงินได้แล้ววันนี้ คืนสิ่งดีๆ ทุกวัน ยิ่งใช้ยิ่งได้คืน ล่าสุดจัดโปรโมชั่นสุขภาพดี๊ดี ต้อนรับปีใหม่ อุ่นใจไปกับการรักษา เมื่อแบ่งจ่ายรายเดือนผ่าน Citi PayLite รับเลย ต่อที่ 1 : ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน และต่อที่ 2 : รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 6,000 บาท สมัครวันนี้ – 31 มี.ค. 61

ผู้ที่สนใจบัตรเครดิตสามารถสมัครออนไลน์เข้ามาได้ที่ Rabbit Finance สะดวกรวดเร็วทันใจ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก สมัครตอนนี้เลยนะคะ


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon