สร้างมาตรฐานรถเมล์ใหม่สาย “ศาลายา-หมอชิต” ใช้บัตรแรบบิท BTS รูดได้

posted: 9 months ago
1,233 views
สร้างมาตรฐานรถเมล์ใหม่สาย “ศาลายา-หมอชิต” ใช้บัตรแรบบิท BTS รูดได้

comments

บริษัท ชัยวิเศษ แทร์นสปอท จำกัด ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการเดินรถ เส้นทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา – สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต (ทางด่วน) ได้ฤกษ์เปิดให้บริการจริงในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งได้ปฏิรูปการจ่ายค่าโดยสารรูปแบบใหม่ด้วยการชำระ ระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบัตรแรบบิทการ์ดของรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายของผู้โดยสาร เนื่องจากปัจจุบันมีผู้โดยสารที่ใช้บัตรแรบบิทการ์ดเป็นจำนวนมาก ประกอบกับนักเรียน นักศึกษาจำนวนมากที่ใช้เส้นทางดังกล่าวจะนิยมใช้บัตรแรบบิทรถไฟฟ้าบีทีเอสอยู่แล้ว และในอนาคตยังสามารถเชื่อมต่อระบบตั๋วร่วมหรือบัตรแมงมุมของกระทรวงคมนาคมได้ด้วย ขณะเดียวกันได้เปิดช่องทางชำระด้วยเงินสด ที่จะเก็บตอนขึ้นรถ ซึ่งจะเป็นในสองรูปแบบควบคู่กันไป



นางสาววรรณฉัตร ชัยวิเศษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยวิเศษ แทร์นสปอท จำกัด เปิดเผยว่า เบื้องต้นบริษัทใช้งบประมาณในการติดตั้งระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบัตรแรบบิทการ์ดของรถไฟฟ้าบีทีเอสประมาณ 3 ล้านบาท จำนวน 12 คัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยอนาคตจะมีโปรโมชัน เช่น ใช้เป็นตั๋วรถ เดินทางฟรี 1 เที่ยว หรือลุ้นบัตรแรบบิท มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 10 รางวัล อีกทั้งมีระบบการจองตั๋วโดยสารผ่านออนไลน์อีกด้วย ซึ่งในช่วงแรกจะเปิดให้บริการฟรี 5 วันแรก ก่อนให้บริการเดินรถตามรูปแบบจริงต่อไป

สำหรับรถโดยสารปรับอากาศ (ไมโครบัส) เป็นรถนำเข้าจากประเทศจีน ยี่ห้อ Higer จำนวน 21 ที่นั่ง โดยมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณคันละ 2.4 – 2.5 ล้านบาท โดยให้บริการในเส้นทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา) สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (บรมราชชนนี) ถนนราชพฤกษ์ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต ไม่มีที่ยืน อัตราค่าโดยสาร 40 บาทตลอดสาย เดินรถขั้นต่ำวันละ 48 เที่ยว วิ่งระยะทาง 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินรถ 45 นาที – 1 ชั่วโมง ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 04.00 – 24.00 น. ความถี่ในการเดินรถ รถออกทุก 10 – 20 นาที เฉพาะเวลาเร่งด่วนเช้า – เย็น ส่วนช่วงเวลาปกติ รถออกทุก 30 นาที โดยเบื้องต้นจะให้บริการ 12 คันก่อนจากทั้งหมด 18 คัน และจากนั้น 4 – 5 เดือนจะทยอยเดินรถให้ครบทั้ง 18 คัน

โดยเบื้องต้นตั้งเป้าว่าจะให้บริการเดินรถช่วงแรกก่อน 12 คัน คาดว่าน่าจะมีผู้โดยสารประมาณ 5,040 คนต่อวัน หรือเฉลี่ย 16 คนต่อเที่ยววิ่ง ส่วนรายได้ประมาณ 200,000 บาทต่อวัน ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการแล้วบริษัทจะทำการสำรวจประเมินพฤติกรรมการใช้ของผู้โดยสาร ช่วงเวลาใช้บริการ ความต้องการ จำนวนรถ และความพึงพอใจของผู้โดยสาร รวมทั้งปัญหาอุปสรรค เพื่อนำมาปรับปรุงการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้โดยสาร แล้วหลังจากนั้นประมาณ 4 – 5 เดือน จะทยอยเปิดให้บริการจนครบทั้งหมด 18 คัน

นอกจากนี้บริษัทมีความสนใจเส้นทางรถโดยสารที่ผ่านแนวรถไฟฟ้าเป็นหลัก เพราะให้บริการแก่ผู้โดยสารได้อย่าสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยมีแผนที่จะขอยื่นกับทางกรมการขนส่งทางบกในการขอยื่นในเส้นทางปฏิรูปรถเมล์ใหม่เพิ่มด้วย



ด้านนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมากรมฯ ได้เปิดเส้นทางใหม่สายสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ – โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยเริ่มวิ่งจากสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ เคหะบางพลีเมืองใหม่ เมกาบางนา ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ แอร์พอร์ตเรลลิงก์ หัวหมาก พระราม 9 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และโรงพยาบาลรามาธิบดี รวม 61 กิโลเมตร เป็นรถโดยสารปรับอากาศขนาด 31 ที่นั่ง และมีที่ยืนสำหรับผู้โดยสาร อัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 13-25 บาท และในปีนี้ (2561) กรมฯ เตรียมเปิดประมูลเส้นทางรถเมล์ใหม่อีก 50 สายทาง เป็นสายใหม่ เน้นเชื่อมกรุงเทพฯและปริมณฑล เช่น มีนบุรี ลาดกระบัง หรือปทุมธานี


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon