กลต.เตือน! นักลงทุนเทรด “บิทคอยน์ฟิวเจอร์ส” ไม่ห้ามซื้อ-ขาย แต่ต้องระวังความเสี่ยงสูง

posted: 8 months ago
กลต.เตือน! นักลงทุนเทรด “บิทคอยน์ฟิวเจอร์ส” ไม่ห้ามซื้อ-ขาย แต่ต้องระวังความเสี่ยงสูง

comments

ภายหลังจากที่มีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แห่งหนึ่งในประเทศไทย ได้มีการชักชวนนักลงทุนไปซื้อขายบิทคอยน์ฟิวเจอร์ส (Bitcoin Futures) ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในต่างประเทศนั้น หลายหน่วยงานต่างมีความห่วงใยนักลงทุน เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้อนุญาตให้สกุลเงินดิจิทัลต่างๆ เป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย อีกทั้งยังมีความเสี่ยงสูง



ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ให้ความเห็นต่อกรณีมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) มีการชักชวนนักลงทุนไปซื้อขายบิทคอยน์ฟิวเจอร์ส ในต่างประเทศ ว่า ผลิตภัณฑ์ในข่าวเป็นสัญญาฟิวเจอร์สที่ซื้อขายในตลาด The Chicago Mercantile Exchange และ The CBOE Futures Exchange ซึ่งเป็นตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในสหรัฐอเมริกาที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Commodity Futures Trading Commission ของสหรัฐอเมริกา (US CFTC) ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ไทยสามารถบริการลูกค้าที่ประสงค์จะลงทุนผ่านตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในต่างประเทศดังกล่าวได้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นตลาดที่อยู่ใต้กำกับขององค์กรสมาชิก International Organization of Securities Commissions (IOSCO) ซึ่งมีข้อตกลงความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน

เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรกำกับดูแลที่ได้มาตรฐาน ประเด็นที่น่าเป็นห่วงในกรณีนี้จึงมิใช่เรื่องฉ้อโกงหรือฟอกเงิน แต่เป็นเรื่องที่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงมากจากหลายปัจจัย ทั้งความผันผวนของสกุลเงินดิจิทัลที่เป็นสินค้าอ้างอิง รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราทด (leverage) ในตัว ทำให้อัตราของผลกำไรขาดทุนสูงกว่าสินค้าอ้างอิง และการต้องเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการถูกเรียกหลักประกันเพิ่มรายวัน

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้กำชับบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการในลักษณะดังกล่าวต้องประเมินความเหมาะสมในการแนะนำลูกค้า โดยคำนึงถึงความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ ฐานะทางการเงิน และความสามารถในการรับความเสี่ยงของลูกค้าด้วย ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงต้องคำนึงถึงความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนด้วย หากไม่เข้าใจหรือไม่พร้อมก็ควรหลีกเลี่ยง

ด้านนายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศไทย เปิดให้บริการซื้อขายบิตคอยน์ฟิวเจอร์ส ในต่างประเทศว่า กระทรวงการคลังจะเร่งประสานไปยัง ก.ล.ต.เพื่อตรวจสอบบริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าวว่า สามารถเปิดให้บริการในไทยหรือไม่ และมีกฎหมายรองรับแค่ไหน แต่รัฐบาลขอเตือนให้ผู้สนใจลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล เพิ่มความระมัดระวังเพราะมีความเสี่ยงสูงและผันผวนมาก

ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทย ยังไม่อนุญาตให้เงินสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ เป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ขณะเดียวกันมูลค่าของเงินสกุลดิจิทัลยังมีความผันผวนมาก เพราะเกิดจากความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายเป็นหลัก และไม่สอดคล้องกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และบางกรณีมีลักษณะเก็งกำไรสูง ดังนั้น ผู้ที่ถือเงินสกุลดิจิทัลจึงมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูงได้ด้วย

นอกจากนี้ สศค.ยังได้ทำข้อมูลเพื่อออกเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงในการใช้สกุลเงินดิจิทัลผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่าการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลมีความเสี่ยงขาดทุน เพราะมีความผันผวนสูง และมีลักษณะคล้ายการพนันซึ่งเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินต้นทั้งหมด เสี่ยงชำระหนี้ไม่ได้เพราะไม่สามารถนำมาใช้แทนเงินบาทตามกฎหมายได้ เสี่ยงผิดกฎหมายโดยอาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่ผิดกฎหมายอย่างการฟอกเงินโดยไม่รู้ตัว และเสี่ยงแชร์ลูกโซ่ ซึ่งอาจถูกหลอกลวงไปลงทุนในแชร์ลูกโซ่ โดยอ้างอิงเงินสกุลดิจิทัลและจูงใจด้วยผลตอบแทนสูง



ขณะที่นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยถึงกรณีบล.แห่งหนึ่งในประเทศไทยเปิดให้บริการเทรดบิทคอยน์ฟิวเจอร์สเป็นที่แรกในประเทศไทย ว่า ธปท.จะเข้าตรวจสอบเนื่องจากเป็นการนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศตามช่องทางที่ ธปท.ได้เคยอนุญาตไปแล้วหรือไม่ อย่างการลงทุนผ่านสถาบันตัวกลาง คือ บริษัทหลักทรัพย์ในประเทศไทย ที่ทำหน้าที่กลั่นกรองและดูแลให้นักลงทุนได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง ซึ่งจะต้องเป็นนักลงทุนที่สามารถจะรับความเสี่ยงได้ เพราะราคาของสินค้าสินค้าพื้นฐานในตลาดล่วงหน้ามีความผันผวนสูงอยู่มาก

ส่วนสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ระบุว่า ราคาบิทคอยน์ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ลดลงมาที่สุด โดยราคาวานนี้ (8 ม.ค.61) อยู่ที่ 14,820 ดอลลาร์ฯ หรือลดลง 17% เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินในจีนและเกาหลีใต้จะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีมากขึ้น


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon