บีทีเอส ควักกระเป๋า 600 ล้าน อัปเกรดงานระบบสถานี

posted: 9 months ago
บีทีเอส ควักกระเป๋า 600 ล้าน อัปเกรดงานระบบสถานี

comments

ผู้โดยสารรถไฟฟ้า บีทีเอส ทุกวันนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยในทุก ๆ วัน ซึ่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา มีผู้โดยสารสูงสุดมากถึง 9.3 แสนคนต่อวัน ทำให้บริษัทต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนใหม่เพื่อเป็นการรับรองผู้โดยสารให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น



บีทีเอส ทุ่มงบรองรับผู้โดยสาร 600 ล้านบาท

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ บีทีเอส เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนลงทุนในอนาคตเพื่อรองรับผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เพราะเมื่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย รถไฟฟ้าสายชมพูและสายสีเหลืองเปิดให้บริการ คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการเกือบ 2 ล้านคนต่อวัน จากผลสำรวจล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่ผ่าน มียอดผู้โดยสารสูงสุดถึง 9.3 แสนคนต่อวัน

บีทีเอส

ทั้งนี้ บีทีเอสมีแผนจัดซื้อรถไฟฟ้าเพื่อเข้ามาวิ่งในเส้นทางดังกล่าวทั้งหมด 3.6 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย การจัดซื้อเพื่อรองรับรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง 2.5 หมื่นล้านบาท รวม 72 ขบวน 288 ตู้ และการจัดซื้อเพื่อรองรับรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายอีก 1.1 หมื่นล้านบาท รวม 46 ขบวน 148 ตู้ ทยอยส่งมอบในปี 2561 รวม 22 ขบวน ก่อนส่งมอบในปี 2562 อีก 24 ขบวน

บีทีเอส

นอกจากนี้ บีทีเอสยังมีแผนลงทุนงานระบบและสถานี เพื่อรองรับการเติบโตของผู้โดยสารอีก 600 ล้านบาท ทั้งการจัดซื้อตู้ที่รับธนบัตรเพิ่มอีก 52 ตู้ การติดตั้งระบบจอสัมผัสหรือทัชสกรีน การลงทุนติดตั้งที่กั้นชานชาลาในบางสถานี รวมถึงการพัฒนาระบบสมาร์ทการ์ดและยกเลิกตั๋วแถบแม่เหล็กทั้งหมด

บีทีเอส

สำหรับแผนการเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้น คาดว่าจะสามารถเปิดเดินรถสายสีเขียวใต้ช่วงแบริ่งสมุทรปราการภายในเดือนธันวาคม 2561 เป็นอย่างช้าและหลังจากนั้น อีก 1 ปีจะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือช่วง หมอชิต-ห้าแยกลาดพร้าว เพื่อลดความหนาแน่นของผู้โดยสารที่สถานีหมอชิต อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถขึ้นรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น เพื่อลดปัญหาการจราจรบริเวณห้าแยกลาดพร้าวอีกด้วย



ในส่วนด้านกรณีการโอนหนี้สินและทรัพย์สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียววงเงินราว 6 หมื่นล้านบาท ที่ กทม.ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้นั้น บีทีเอสยืนยันว่า ยินดีสนับสนุน กทม.ในการรับภาระโอนหนี้สินสายสีเขียว แต่ปัจจุบัน กทม.ยังไม่ขอเข้ามา แต่ยืนยันว่าถ้ามีการเสนอเข้ามาก็พร้อมพิจารณา เนื่องจากตนมองว่าการบริหารรถไฟฟ้าสายสีเขียวควรจะมีสัญญาเพียงรายเดียวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง อาทิเช่น หากรถไฟฟ้าที่อยู่ภายใต้สัญญาเจ้าของรายที่หนึ่งสามารถไปซ่อมบำรุงที่ศูนย์ซ่อม (เดปโป้) ของเจ้าสัญญารายที่สองได้หรือไม่

บีทีเอส

ส่วนกรณีที่รถไฟฟ้าบีทีเอสเกิดปัญหา รถเสียบ่อยนั้น เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน ที่ปล่อยรถออกมาให้บริการเต็มทั้งหมด 52 ขบวน ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาและได้รับผลกระทบสูงกว่าช่วงเวลาปกติ แต่จากสถิติวัดตามมาตรฐานสากลในการประเมินความตรงต่อเวลาในการเดินทาง พบว่าผู้โดยสารเดินทางได้ตรงเวลามากกว่า 99.5% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงเมื่อเทียบกับฮ่องกงก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน


บีทีเอส

ทั้งนี้ในรอบ 5 ปี ตั้งแต่ 2555 – 2560 พบว่าปี 2556 มีรถเสียเฉลี่ย 41 ครั้ง เนื่องจากมีการติดตั้งประตูกั้นชานชาลา (Platform Screen Door) และเริ่มมีการเปิดทดลองใช้ ส่วนปี 2560 มีสถิติรถเสียเฉลี่ย 24 ครั้ง ถือว่าเป็นไปตามปกติ


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon