เปิดโครงการ”บ้านคนไทยประชารัฐ” เฟส 2 รองรับผู้มีรายได้น้อย

posted: 10 months ago
เปิดโครงการ”บ้านคนไทยประชารัฐ” เฟส 2 รองรับผู้มีรายได้น้อย

comments

ปัจจุบันประชากรไทยจำนวนมากที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตนเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย ซึ่งการจะมีบ้านสักหลังดูจะห่างไกลซะเหลือเกิน และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว รัฐบาลจึงได้ระดมสมองเพื่อออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยกับ “โครงการบ้านคนไทยประชารัฐ” ซึ่งถือว่าเป็นระยะที่ 2 ของโครงการดังกล่าว หลังจากที่ได้เปิดระยะแรกไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา



ล่าสุดนางสาว อมรรัตน์ กล่ำพลบ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ ด้านที่ราชพัสดุ เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการบ้านคนไทยประชารัฐว่า ภายในไตรมาส 1 ปีนี้ จะสามารถเปิดให้ประชาชนเปิดจองโครงการบ้านคนไทยประชารัฐตามกำหนด ดังนี้

1. ประชาชนที่ลงทะเบียนในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ
2. ประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 35,000 บาทต่อเดือน
3. ประชาชนทั่วไป สามารถจองสิทธิได้ แต่จะพิจารณาให้สิทธิกับในข้อ 1 ก่อน เมื่อความต้องการเหลือจึงจะพิจารณาให้สิทธิ์กับกลุ่มถัดมาตามลำดับ

สำหรับรูปแบบในการก่อสร้างโครงการบ้านคนไทยประชารัฐนั้น จะมีทั้งบ้านเรือนแถวชั้นเดียว พื้นที่ 16 ตารางวา, บ้านแฝด พื้นที่ 18 ตารางวา และอาคารชุด พื้นที่ 24 ตารางเมตร โดยมีเป้าหมายก่อสร้างทั้งสิ้น 2 พันยูนิต ใน 8 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ อุดรธานี เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น ลำปาง ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี และนครพนม โดยราคาที่อยู่อาศัยเฉลี่ยไม่เกิน 700,000 บาท ระยะเวลาการเช่า 30 ปี ผ่อนชำระไม่เกิน 2,000 บาทต่อเดือน โดยพื้นที่ก่อสร้างแต่ละแห่งจะมีการแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยร้อยละ 70 ของพื้นที่ทั้งหมดจะก่อสร้างเป็นที่พักอาศัย และอีกร้อยละ 30 ของพื้นที่จะใช้ในเชิงพาณิชย์ และจะมีการคิดค่าธรรมเนียมในเชิงพาณิชย์ด้วยเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายส่วนกลาง โดยได้หาข้อสรุปเกี่ยวกับการกำหนดเงื่อนไขการประมูลโครงการ (TOR) เรียบร้อยแล้ว และเตรียมจะส่งให้อัยการพิจารณา โดยคาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 30 วัน หลังจากนั้นจะเร่งเปิดประมูลโครงการ และจะดำเนินการก่อสร้างได้ภายในสิ้นปี 2561 นี้

บ้านคนไทยประชารัฐ
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

ขณะที่นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงแผนงานปี 2561 ว่า ธอส.กำหนดเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ 189,000 ล้านบาท โต 6% จากเป้าสินเชื่อปี 2560 ที่กำหนดไว้ 178,224 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าตามพันธกิจทำให้คนไทยมีบ้าน จับมือพันธมิตรสร้างโอกาสให้คนไทยโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองตามนโยบายรัฐบาล ควบคู่กับการยกระดับการให้บริการสู่ Digital Services อย่างเต็มรูปแบบ นำเทคโนโลยีมาปฏิรูปทุกกระบวนการทำงานภายในองค์กร บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ผลประโยชน์กลับคืนสู่ประชาชนในรูปแบบของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำ เพื่อให้ลูกค้าประชาชนได้ใช้บริการที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ได้อย่างเท่าเทียมทุกระดับตอบโจทย์ยุค 4.0

สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อซึ่งธนาคารจะใช้จากฐานข้อมูล Big Data เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงสถาบันการเงินและมีบ้านเป็นของตนเองได้ นอกจากนี้ยังได้จัดทำโครงการสินเชื่อบ้านสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มผู้ที่ได้รับสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มบุคลากรภาครัฐ ภายใต้กรอบวงเงิน 60,000 ล้านบาท อาทิโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อสนับสนุนประชาชนผู้มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือน ครอบคลุมถึงกลุ่มผู้ที่ได้รับสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งที่ประกอบอาชีพประจำ และอาชีพอิสระ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2.75% ต่อปี นาน 4 ปีแรก โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐบุคลากรภาครัฐ สำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ราชการ อาทิ ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย และพนักงานรัฐวิสาหกิจ อัตราดอกเบี้ย MRR-3.75% ต่อปี หรือปัจจุบันเท่ากับ 3.00% ต่อปีนาน 4 ปีแรก เริ่ม 15 มกราคมนี้ รวมถึงการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล “โครงการบ้านคนไทยประชารัฐ”เฟส 2 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบเมื่อเร็วๆ นี้ โดย ธอส.พร้อมให้การสนับสนุนวงเงินสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำทั้งในรูปแบบเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและสำหรับลูกค้ารายย่อย



สำหรับผลการดำเนินงานปี 2560 เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2559 ว่า ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ทั้งสิ้น 196,817 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.06% คิดเป็น 160,305 บัญชี สูงกว่าเป้าหมายซึ่งกำหนดไว้ที่ 178,224 ล้านบาท จำนวน 18,593 ล้านบาท ส่งผลให้ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้ างรวมทั้งสิ้น 1,023,446 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.24% สินทรัพย์รวม 1,062,540 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.65% เงินฝากรวม 858,074 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.90% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 43,104 ล้านบาท คิดเป็น 4.21% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลง 0.85% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการ คุณภาพสินทรัพย์ผ่านมาตรการช่ วยเหลือลูกค้าในรูปแบบต่างๆ เพื่อรักษาบ้านให้คนไทย กำไรสุทธิ 11,775 ล้านบาท เพื่อให้ผ่าน KPI ตามนโยบายกระทรวงการคลัง ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ยังอยู่ที่ระดับแข็งแกร่งที่ 14.88% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 8.50% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon