3 ขั้นตอนการเลือกซื้อ “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์”

posted: 1 year ago
3 ขั้นตอนการเลือกซื้อ “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์”

comments

ประกันชีวิตแบบที่ขายที่สุดในประเทศไทย ตอนนี้น่าจะเป็น “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” เพราะอาจจะเป็นแบบประกันชีวิตที่ได้ “เงินคืน” จึงดูคล้ายการลงทุนมากที่สุด ทำให้ขั้นตอนการขายง่ายกว่าประกันแบบอื่นๆ เพราะลองคิดถึงประกันชีวิตแบบ “ตลอดชีพ” ที่เป็นแบบคนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ ซึ่งคนที่จะอินกับแบบประกันแบบนี้ต้องเป็นคนที่มีครอบครัว มีภาระ มีความเป็นห่วงเป็นใยคนข้างหลังพอสมควร ดังนั้นขั้นตอนการขายจะต้องมีการบิ้วอารมณ์มากกว่า



เมื่อเปรียบเทียบความยากในการสื่อสารแล้ว ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เลยเป็นทางเลือกในการขายที่ง่ายนั่นเอง แต่ถึงอย่างไรก็ตามประกันแบบออมทรัพย์ก็ไม่ใช้สินค้าการเงินที่แย่ซะทีเดียว เพราะจุดเด่นที่สุดของประกันทุกชนิดก็การ “การันตี” อะไรสักอย่างหนึ่ง ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ก็เป็นการการันตีว่าถ้าเราเป็นอะไรไปคนข้างหลังจะมีเงินใช้อย่างแน่นอน ส่วนของแบบประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ก็คือการการันตีว่า “ในอนาคตเราจะมีเงินใช้อย่างแน่นอน” นั่นเอง

จุดเด่นอีกประการหนึ่งที่ถือว่าเป็นจุดขายของแบบประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เลยก็คือช่วยสร้าง “วินัยการออมเงิน” เพราะประกันเป็นสินค้าการเงินที่ “บังคับ” ให้เราจ่ายเบี้ยประกันทุกปีไปเรื่อยๆ ตามที่กำหนดให้กรมธรรม์  และเหุตผลที่สำคัญที่ทำให้เราโดนบังคับได้ก็คือ ถ้าเราผิดเงื่อนไขของกรมธรรม์หรือยกเลิกกรมธรรม์ เงินที่จ่ายไปจะถูกปรับทำให้เรา “ขาดทุน” ได้เลย ซึ่งผลตอบแทนจากกรมธรรม์ก็น้อยอยู่แล้วถ้าขาดทุนด้วยก็คงไม่ใช่เรื่องเข้าไปใหญ่

Coin stacks with travel family home car on business man hand on green background , money and business idea concept

 

แล้วในความรู้สึกของคนทั่วๆ ไปมักคิดว่าประกันชีวิตเป็นภาระในระยะยาว ต้องจ่ายเบี้ยทุกๆ ปีแล้วในอีก 10 ปีข่างหน้าก็ไม่รู้ชีวิตจะเป็นอย่างไรจะมีมาจ่ายหรือเปล่า ซึ่งในความเป็นจริงแล้วประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ก็มีแบบสั้นจ่ายเบี้ยประกัน 1 ปี แล้วปลายปีที่ 3 ได้เงินคืนก็มีเหมือนกัน (เมื่อก่อนมีแบบ 1/1 ด้วยคือจ่ายเบี้ย 1 ปีคุ้มครอง 1 ปีซึ่งคล้ายฝากประจำ 1 ปีมากๆ) แปลว่าประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ก็ไม่ได้มีแต่ระยะยาวแบบที่เราเข้าใจ

แต่เหตุผลที่คนคิดว่ายาวอาจจะเป็นเพราะว่ามี “ภาษี” เข้ามาเกี่ยวข้อง แบบประกันชีวิตที่จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีก็คือแบบประกันชีวิตที่มีอายุกรมธรรม์มากกว่า 10 ปีขึ้นไปจึงจะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าวิธีการเลือกกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เราควรเลือกยังไงบ้าง

1. ดูเป้าหมายการเงินของเรา

ก่อนซื้อสินค้าการเงินทุกครั้งไม่ใช่เฉพาะ “ประกันชีวิต” เราควรดูเป้าหมายการเงินของเราเสมอ ว่าเป็นอย่างไร อย่างในกรณีนี้เราก็ต้องดูว่า “ระยะเวลา” ที่เราต้องการใช้เงินนั้นต้องการใช้เมื่อไหร่? เพราะโดยส่วนใหญ่กรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ผลตอบแทนจะไม่ได้สูงอยู่แล้วประมาณ 1.5% – 3% โดนประมาณดังนั้นเราควรดูเรื่องระยะเวลาเป็นหลัก

Target Diagram

2. เลือกระยะเวลากรมธรรม์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายของเรา

จากที่เรารู้แล้วว่าเป้าหมายการเงินของเราต้องการใช้เงินเมื่อไหร่ จากนั้นเราก็เลือกแบบของประกันที่พอดีกับเวลาที่เราต้องการใช้เงิน ถ้าไม่มีแบบตรงเป๊ะๆ แนะนำว่าเลือกแบบที่ครบก่อนที่ใกล้ที่สุดนั่นเอง ไม่ควรเลือกแบบครบอายุที่หลังเพราะจะทำให้ไม่มีเงินออกมาเพียงพอเมื่อเราต้องการใช้เงิน



3. เปรียบเทียบกรมธรรม์ที่มีผลตอบแทนที่เยอะที่สุด

เป็นเรื่องปกติมากเมื่อเราเลือกกรมธรรม์ตาม “ระยะเวลา” ที่เราต้องการได้แล้ว กรณีที่ระยะเวลาเท่ากัน เราก็ควรเลือกกรมธรรม์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่านั่นเอง ซึ่งในส่วนนี้แนะนำว่าถ้าเราอยากได้ผลประโยชน์เรื่อง “ทุนประกัน” ให้ดู ประกันชีวิตแบบอื่นๆ ที่ให้ทุนประกันที่สูงเพิ่มเติมดีกว่า เพราะจะคุ้มกว่าซื้อรวมกันอยู่ในประกันชีวิตเล่มเดียวกัน

แต่ในส่วนตรงนี้ถ้าว่าใครอยากได้เรื่อง “ทุนประกัน” แล้วอยากได้เงินคืนด้วยตามเงื่อนไขกรมธรรม์แบบออมทรัพย์ แนะนำว่าให้ดู “ทุนประกัน” ตามแบบของกรมธรรม์แทน ดังนั้นถ้าในกรณีนี้ “ผลตอบแทน” จากกรมธรรม์จึงเป็นเรื่องรองไปเลย

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon