‘ประกันสังคม’ เรื่องดีดี ที่ถูกละเลย

posted: 2 years ago
‘ประกันสังคม’ เรื่องดีดี ที่ถูกละเลย

comments

สำหรับคนที่เป็น “มนุษย์เงินเดือน” รายจ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือน ถ้าเราไปดูในสลิปเงินเดือนเราจะเห็นรายจ่ายหนึ่งที่ชื่อว่า “ประกันสังคม” ที่ต้องจ่าย 5% ของเงินเดือนแต่ไม่เกิน 750 บาท หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า รายจ่ายที่ชื่อประกันสังคมนี้มีประโยชน์อย่างมาก!! แล้วประกันสังคมคืออะไรแล้วมีทำไมมันถึงมีประโยชน์ล่ะ ?



ประกันสังคมคือ มาตรฐานในการดำรงชีพให้กับประชาชนในประเทศอย่างทั่วถึงและเพียงพอโดยหลักๆ ก็จะดูแลหลายเรื่องเลย เช่น เรื่องชราภาพ แน่นอนว่าตามหลักของเรื่องวางแผนการเงินแล้ว เรื่องของชราภาพหรือเกษียณอายุถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญเป้าหมายนึงเลยก็ว่าได้ สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพจากประกันสังคมจะแบ่งออกเป็นหลักๆ 2 กรณีคือ จ่ายเป็นบำเหน็จหรือบำนาญ

กรณีแรกสำหรับคนที่เป็นสมาชิกเกิน 180 เดือน (จ่ายสมทบเกิน 180 เดือน) และอายุ 55 ปีบริบูรณ์ ถ้าเราเข้าเงื่อนไขนี้เราก็จะได้ “บำนาญ” ลักษณะของเงินบำนาญ ก็จะได้เท่าๆ กันทุกเดือน ส่วนวิธีการคำนวณว่าเราจะได้บำนาญเดือนละเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยากเราจะได้ 20% ของ “เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย” แล้วถ้าเราเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้น 12 เดือน เช่น เป็นสมาชิกรวม 192 เดือนเราก็จะได้บำนาญเพิ่มชึ้นอีก 1.5% รวมเป็น 21.5% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย แต่เงินเดือนที่คิดคำนวณจะไม่เกิน 15,000 บาท ถ้ารายได้เราเกิน 15,000 บาทก็จะใช้ 15,000 ในการคำนวณ

ประกันสังคม



เช่น ถ้าเราเป็นสมาชิกมา 180 เดือน แล้วเราเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายเท่ากับ 20,000 บาท เราก็จะได้ 20% ของ 15,000 บาท เท่ากับ 3,000 บาทเท่าเดือน หรือถ้าเราเป็นสมาชิกรวม 240 เดือนเราก็จะได้บำบาญเท่ากับ 27.5% [(20% + (1.5% x (240 -180)/12)] ของ 15,000  บาท เท่ากับ 4,125 บาท

กรณีที่สองสำหรับคนที่จ่ายสมทบไม่ถึง 180 เดือนหรือเกษียณก่อนอายุ 55 ปี โดยเงื่อนไขนี้เราก็จะได้รับ “บำเหน็จ” แทน ส่วนวิธีการคำนวณเราไม่สามารถคำนวณแบบเป๊ะๆ ได้ เพราะขึ้นอยู่กับว่าผลตอบแทนในปีนั้นๆ กองทุนประกันสังคมเอาไปหาผลตอบแทนได้เท่าไหร่ด้วย แต่ถ้าใครอยากรู้ว่าตอนนี้เรามีเงินเก็บไปกับประกันสังคมเท่าไหร่แล้วก็สามารถโหลดแอปพลิเคชันชื่อ “my SSO” ของประกันสังคมตรวจดูได้เลย

ประกันสังคม

นอกจากเรื่องของชราภาพ ประกันสังคมยังมีเรื่องของการรักษาพยาบาล อันนี้ส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างดีใช้ได้เลย แค่เราไปรักษากับโรงพยาบาลที่เราขึ้นทะเบียนไว้ก็ไม่ต้องจ่ายเงินสักบาทเวลาที่เราไปรักษาตัว แต่ข้อเสียก็อาจจะเป็นที่ว่าเวลาไปใช้บริการคนค่อนข้างเยอะอาจจะต้องเผื่อเวลากันบ้างเล็กน้อย

และอีกเรื่องนึงที่ประกันสังคมช่วยดูแลก็คือกรณีเรา “ตกงาน” ก็สามารถไปขอชดเชยกับประกันสังคมได้เหมือนกัน ถ้าโดน “ไล่ออก” สามารถไปขอชดเชยได้ 50% ของรายได้(รายได้คำนวณสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) เป็นระยะเวลา 6 เดือน แต่ถ้าเรา “ลาออก” เองสามารถไปชดเชยได้ 30% ของรายได้ (รายได้คำนวณสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) เป็นระยะเวลา 3 เดือน แบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

ประกันสังคม

เห็นมั้ยว่าดูแลกันมากมายขนาดนี้กับเงินเดือนละไม่ถึง 750 บาท ส่วนตัวเลยคิดว่ายังไงก็น่าจะเข้าร่วมเพราะเป็นสิทธิประโยชน์ของตัวเราเองเลยล่ะ และเหตุผลที่ได้สิทธิประโยชน์เยอะขนาดนี้ก็เพราะพอเราจ่ายเดือนละ 750 บาทไปแล้ว ยังมีคนที่ช่วยเราจ่ายด้วยอีก 2 คนก็คือ นายจ้างเราและรัฐบาล โดยนายจ้างจะจ่ายสมทบเท่ากับ 750 บาท และรัฐบาลช่วยเราจ่ายอีก 412.5 บาท ที่สำคัญรายจ่าย 750 บาททุกเดือนเอาไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย เล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี

แต่จริงๆ แล้วผลประโยชน์ของประกันสังคมจะมีสิทธิประโยชน์อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ลาคลอด สงเคราะห์บุตร เสียชีวิต ฯลฯ ประกันสังคมก็ดูแลเราเช่นกัน นอกจากนี้ประกันสังคมไม่ได้เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะของมนุษย์เงินเดือนเท่านั้น แต่สำหรับคนที่เคยเป็นมนุษย์เงินเดือนแล้วลาออกไปก็สามารถเข้าประกันสังคม “มาตรา 39” ได้ หรือใครที่ไม่เคยทำงานประจำมาเลยแล้วอยากเข้าเป็นสมาชิกของประกันสังคมก็สามารถทำได้เช่นกันแต่ต้องเข้าตาม “มาตรา 40”  ซึ่งเราสามารถเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆสามารถดูได้จาก www.sso.go.th/

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon