ทำไมประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ถึงถูกพูดถึงกันเยอะ?

posted: 1 year ago
ทำไมประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ถึงถูกพูดถึงกันเยอะ?

comments

ประกันสุขภาพ ถือว่าเป็นสินค้าการเงินที่สำคัญและส่วนตัวก็จะแนะนำให้ทุกคนมีเสมอเลยก็ว่าได้ ถ้ารายจ่ายเรื่องเบี้ยประกันสุขภาพไม่ได้เป็นภาระ (ไม่เกิน 5% ของรายได้ที่ได้รับทั้งปี) โดยธรรมชาติแล้วประกันสุขภาพจะเป็น “อนุสัญญา” หรือสัญญาเพิ่มเติมตัวหนึ่งที่เอาไว้ซื้อแนบกับประกันชีวิตได้ แต่ปัจจุบันบางประกันก็สามารถซื้อเฉพาะประกันสุขภาพแยกเหมือนประกันภัยรถยนต์ได้เลย

แต่ปัญหาของประกันสุขภาพที่เราจะเจอกันก็คือซื้อแล้วไม่สามารถเบิกได้หมดเวลาเราป่วยจริงๆ เพราะประกันสุขภาพจะแบ่งจ่ายเป็นส่วนๆ เช่น ค่าห้อง 4,000 บาทต่อวัน ค่าหมอเยี่ยมไข้ 500 บาทต่อวัน ค่าผ่าตัด 50,000 บาทต่อครั้ง ค่า X-ray บลาๆ ฯลฯ ซึ่งบางครั้งไม่ได้ป่วยอะไรหนักมาก แต่รายจ่ายบางรายการเลยเพดานที่เค้ากำหนด เช่นค่าหมอวันล่ะ 1,000 บาท แต่ประกันสุขภาพจ่ายเพียง 500 บาทเท่านั้น เราต้องจ่ายเองอีก 500 บาท หรือว่าเป็นค่าห้องผ่าตัดบางครั้งเป็นผ่าไม่ใหญ่มากแต่เกินวงเงินที่ประกันให้ เราก็ต้องจ่ายเพิ่มเติมเอง



พอมีปัญหาแบบนี้ทางบริษัทประกันก็เลยออกประกันสุขภาพแบบใหม่ก็คือ “ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย” ที่จะช่วยตอบโจทย์เรื่องค่ารักษาตรงนี้ได้อย่างดี (แน่นอนว่าเบี้ยประกันก็จะสูงกว่าแบบธรรมดาแน่นอนโดยเปรียบเทียบแบบที่ใกล้เคียงกัน) จุดเด่นของแบบประกันแบบนี้ก็คือจะเป็นวงเงินรวมมาให้เช่น 500,000 บาท 1,000,000 บาทต่อปี แต่จะมีอั้นค่าใช้จ่ายบางรายจ่ายเท่าไหร่นั้น เช่น ค่าห้อง x,xxx บาทต่อวัน เป็นต้น ตรงนี้เราก็สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการซื้อค่าชดเชยเพิ่มได้เหมือนกัน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายติดวงเงินจำกัดได้ดีมาก เราลองมาดูตัวอย่างกัน ขออนุญาตยกตัวอย่างของแบบประกันเอไอเอเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพมากขึ้น

ค่ารักษาแบบเดิม

HS_Plan2
Credit : สื่อประกอบการขายจาก AIA

ค่ารักษาแบบเหมาจ่าย

b10446_484c9a3cfff245b589070a783c780814.png_srz_976_587_85_22_0.50_1.20_0.00
Credit : สื่อประกอบการขายจาก AIA

ค่ารักษาแบบเดิมจะเห็นได้ว่ารายการทุกรายการเป็นแบบมีวงเงินจำกัด แต่ถ้าเป็นค่ารักษาแบบเหมาจ่ายจะเห็นได้ว่ารายการ 1.1 – 1.4 (หรือรายการ 3 – 7 ในค่ารักษาแบบเดิม)ที่เป็นรายการที่จ่ายต่อครั้งเช่นพวกค่าห้องผ่าตัดต่างๆ ซึ่งเป็นรายจ่ายที่มีโอกาสจะเกินวงเงินที่ถูกจำกัดได้มากที่สุด ก็ถูกเปลี่ยนเป็นแบบ “เหมาจ่าย” และยังมีรายการแบบพิเศษที่ถูกเพิ่มมาเช่น ค่ารักษาต่อเนื่อง (Follow up) ค่ารักษาอุบัติเหตุ 24 ชม. เป็นต้น

แต่อย่างบางบริษัทก็เป็นหมาจ่ายทั้งหมดก็มีให้เห็นเช่นกัน โดยไม่ได้แยกรายการเป็นค่าห้อง ค่าหมอ ต่างๆ แต่จะเหมาจ่ายอยู่ในวงเงินตลอดทั้งปีเลย แม้ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายของแต่ละบริษัทก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ก่อนซื้อทุกครั้งแนะนำว่าให้ลองเปรียบเทียบดูเพื่อหาแบบประกันความเหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด



ส่วนตัวมองว่า “ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย” เหมาะกับการเป็นตัวเสริมจากแบบเดิมจะดีที่สุด เพราะว่าประกันสุขภาพแบบเดิมจะเป็นเพดานจ่ายแบบต่อครั้ง แต่วงเงินเหมาจ่ายจะเป็นแบบต่อปี ซึ่งถ้าเราเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ตลอดทั้งปี โอกาสที่วงเงินแบบเหมาจ่ายจะหมดก็เป็นไปได้หรือถ้าปีนั้นเราโดนค่ารักษาแบบใหญ่ๆ ไปหนึ่งครั้งแล้ววงเงินหมดเลย ทั้งปีเราก็จะไม่สามารถใช้ประกันสุขภาพได้อีกเลย แต่ถ้าเป็นแบบเดิมเราจะสามารถเบิกใหม่ได้ในเรื่องปัญหาสุขภาพครั้งต่อๆ ไป

doctors at work

แต่ถ้าเราอยากใช้ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายแบบหลักแนะนำว่าหา “ค่าชดเชยรายวัน” เพิ่มเติมด้วยเพราะจุดด้อยของประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายแบบตัวอย่างของเอไอเอก็คือ ค่าห้องจะจำกัดวงเงินที่ค่อนข้างต่ำมาก การที่มีชดเชยเพิ่มก็จะช่วยเหลือค่าห้องเราได้นั่นเอง แต่ถ้าเรามีประกันกลุ่มของที่ทำงานแล้ว หรือประกันแบบอื่นที่มีค่าห้องให้อยู่แล้ว ค่าชดเชยรายวันในกรณีนี้อาจจะไม่จำเป็นก็เป็นไปได้เหมือนกัน ลองตรวจสอบตัวเองดูว่าตอนนี้เราสวัสดิการเท่าไหร่บ้าง เราจะได้รู้ว่าเราขาดอยู่เท่าไหร่แล้วควรปิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตรงไหนบ้าง

สุดท้ายไม่อยากให้มองเบี้ยประกันเป็น “รายจ่ายสิ้นเปลือง” แต่อยากให้มองเป็น “รายจ่ายจำเป็น” ที่ช่วยปกป้องเงินเราทั้งก้อนมากกว่า เราเสียรายได้ปีละ 5% เพื่อปกป้องเงิน 95% ที่เหลือ ดีกว่าเอาเงินทั้ง 100% ไปเสี่ยง อย่าให้เราเป็นดั่งคำว่าที่ว่า “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย”

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon