สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ดีกรีแชมป์พรีเมียร์ปีนี้

posted: 1 year ago
สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ดีกรีแชมป์พรีเมียร์ปีนี้

comments

Logo

เชลซี (Chelsea)

สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์, ลอนดอน (Stamford Bridge, London)

ผู้จัดการทีม อันโตนิโอ คองเต้ (Antonio Conte)

ก่อตั้ง 10 มีนาคม 1905 (111 ปี)

เว็บไซต์ทางการ : https://www.chelseafc.com/

Facebook : https://www.facebook.com/ChelseaFC/

เว็บไซต์ทางการไทย : https://thai.chelseafc.com/

Facebook ไทย : https://th-th.facebook.com/thailandblues/ และ https://th-th.facebook.com/ThaiChelsea/

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้คงไม่มีสโมสรไหนจะมาแรงเท่าสิงโตน้ำเงินครามแห่งลอนดอนอีกแล้ว ด้วยสไตล์การทำทีมของอันโตนิโอ คองเต้รวมเข้ากับนักเตะเกรดเอที่ถ่ายเลือดกันมาตั้งแต่สมัยโจเซ่ มูรินโญ่ทำให้ตอนนี้ เชลซีเป็นทีมที่มีท่าทีจะได้เป็นแชมป์ลีกตั้งแต่ก่อนจะถึงบ็อกซิ่งเดย์ปลายปีเสียอีก วันนี้ผมอยากจะมาพาเพื่อนๆย้อนอดีตกลับไป ดูว่ายอดสโมสรอังกฤษนี้เคยผ่านอะไรมา ถึงได้ผงาดเหมือนอย่างทุกวันนี้



วิถีของแชมเปี้ยน ไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ

Premier League 4 สมัย FA Cup 7 สมัย UEFA Champion 1 สมัย และ UEFA Europa 1 สมัย

 

การเดินทางตั้งแต่ 10 มีนาคม 1905 ของสิงห์บลูจนถึงปัจจุบัน เหมือนการยืนบนขอบผาสูง พลัดตกและปีนกลับขึ้นมาได้ทุกครั้งไป เชลซีใช้เวลา 50 ปีกว่าจะเรียกตัวเองว่าแชมเปี้ยนได้ ด้วยการขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในลีกอังกฤษฤดูกาล 1954-1955 (ยังไม่เป็นพรีเมียร์ลีก) หลังจากนั้นมาก็ขึ้นลงอยู่ในมาตรฐานทีมฟุตบอลทั่วไป จนกระทั่งช่วงปี 70 ถึง 80 เมื่อสโมสรเศรษฐีที่แฟนบอลในปัจจุบันเข้าใจกัน ประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก ถึงระดับที่ในปี 1982 สโมสรต้องขายสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ และจะโดนบังคับตกชั้นไปอยู่ดิวิชั่น 3 (หรือที่ผมเรียกว่าลีกหมู่บ้าน) เพราะปัญหาด้านการเงิน


chelsea history2 chelsea history1

ขอบคุณภาพจาก chelseafc.com/


แต่สิงห์บลูคือราชสีห์ แม้จะประสบปัญหาด้านการเงิน แต่เรื่องเกมฟุตบอลในสนามไม่ได้เกี่ยวกับเงินสักหน่อย แรงใจและความสามารถของนักเตะในยุคนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานอย่างแท้จริง สโมสรได้สแตมฟอร์ดบริดจ์กลับมาในครอบครองอีกครั้งในปี 1992 หลังจากนั้นมา สโมสรเชลซีก็กลับมาอยู่ในแถวหน้าของฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง


ถ่ายเลือดครั้งนี้ มีได้เพราะเสี่ยหมี

 

Ken Bates คือเจ้าของสโมสรที่พาเชลซีจากจุดตกต่ำให้กลับมาเป็นทีมระดับพรีเมียร์ลีก ก่อนจะขายสโมสรให้กับมหาเศรษฐีรัสเซีย ‘เสี่ยหมี’ โรมัน อับราโมวิช (Roman Abramovich) ในปี 2003 ผู้ที่ครอบครองสโมสรแบบเบ็ดเสร็จพร้อมปลดหนี้สินทั้งหมดที่สโมสรมี และผู้ชายคนนี้ยังเป็นเจ้าของสโมสรอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สายตาแฟนบอลหลายๆคนมองว่าเชลซีเป็นสโมสรที่ใช้เม็ดเงินซื้อชัยชนะมา

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะชอบเสี่ยหมีมากน้อยขนาดไหน แต่เรื่องที่เขาเข้ามาซื้อสโมสรและถ่ายเลือดใหม่ด้วยเงินของเขาก็เป็นเรื่องจริง และแนวทางของโรมัน ก็เป็นหนึ่งในเส้นทางของผู้ชนะอย่างแน่นอน ปัจจุบันสโมสรเชลซี อยู่ในอันดับ 5 สโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก


Roman-Abramovich
ขอบคุณภาพจาก http://talksportslauretta.blogspot.com

หลังจากซื้อสโมสรมาได้เพียงสองปี สโมสรเชลซีทำให้เสี่ยหมีขาดทุนร่วม 140 ล้านยูโร และกำไรที่เชลซีเคยทำได้มากที่สุดคือ 18.4 ล้านยูโรในปี 2014 แต่เสี่ยหมีก็ยังยินดีจะโอนหนี้สินทุกหยดของสโมสรให้กับบริษัทลูกที่ตนเองเป็นเจ้าของ แม้ฟุตบอลจะเป็นกีฬาไม่ใช่ธุรกิจ แต่เลือดสีน้ำเงินของเสี่ยหมีก็ข้นมากกว่าสีเขียวของเงินแน่นอน


ตำนานเชลซี เริ่มนับดีดีซักปี 2000

 

แม้ว่าประวัติศาสตร์สโมสรจะยาวนานนับร้อยปี แต่วาระของราชสีห์ตัวนี้เริ่มต้นจริงๆใ นช่วงปี 2000 หรือพูดง่ายๆ ว่าหลังจากการอัดฉีดของเสี่ยหมีในปี 2007 เมื่อเขาจ้างกุนซือ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” โชเซ่ มูรินโญ่ จากสโมสร FC Porto จากลีกโปรตุเกสเข้ามา และการมาของผู้ชายคนนี้ เปลี่ยนเชลซีให้มีวิสัยทัศน์ของผู้ชนะอย่างแท้จริง

 

การมาของเดอะ สเปเชี่ยล วันสำหรับเชลซีเป็นเหมือนของขวัญ เพราะในระยะเวลาเพียง 3 ปีเศษ เขาพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 3 สมัย แม้สุดท้ายจะต้องจากไปด้วยความเห็นไม่ตรงกันกับเสี่ยหมี (เจ้าของสโมสร) แต่สำหรับแฟนบอลเชลซีทุกคน เขายังเป็นคนพิเศษ (สเปเชี่ยล วัน) อยู่เสมอ แม้ปัจจุบันจะไปอยู่กับแมนยูก็ตาม


Jose-Mou
ขอบคุณภาพจาก www.chelsea-news.co

ตำนานตลอดกาลของเชลซีมีมากมาย และสามารถย้อนกลับไปพูดถึงได้เพียงหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น จีอันฟรังโก้ โซล่าร์ (ศูนย์หน้าพ่อมด) หรือ โรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ้ (กองกลาง/ผู้จัดการทีม) แต่หากใครดูย้อนกลับไปถึงสมัยนั้น คงไม่ใช่แฟนเชลซีในทุกวันนี้แล้ว (แหล่ะมั้ง?) เพราะสำหรับแฟนเชลซีในปัจจุบัน ตำนานแต่ละคนคงจะมีชื่อตั้งแต่ในทีมของมูรินโญ่เป็นต้นมา คงต้องเป็นสามคนนี้

 

Chelsea Player
ขอบคุณภาพจาก zimbio.com

ดิดิเยร์ ดร็อกบาร์, แฟรงค์ แลมพาร์ดและ จอห์น เทอรี่ หัวใจของทีมในยุคสมัยของมูรินโญ่ที่คว้าแชมป์ลีก 3 สมัย และเป็นชื่อที่ยังอยู่กับสโมสรจนถึงยุคของคาร์โล อันเชล็อตติ รวมถึงโรแบร์โต้ ดิมิตติโอ ซึ่งคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพครั้งแรกกับสโมสร สำหรับผู้เขียนที่เริ่มชมฟุตบอลในยุคของเดอะ สเปเชี่ยล วัน (แล้วก็ชอบทีมสิงห์บลูตลอดมา) สามชื่อนี้แหล่ะ นักเตะคู่สโมสร

 

นอกจากนี้ ตำนานของนักเตะเชลซียังมีมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นข่าวฉาวจอห์น เทอรี่ที่ไปกิ๊กกับภรรยาเพื่อนนักเตะร่วมชาติ หรือโปรถีบโฮเซ่ โบซิงวาที่โด่งดังอยู่พักหนึ่ง


เดอะบริดจ์ ทุ่งกว้างของพญาราชสีห์

 

ต้นกำเนิดของเชลซีมาจากการครอบครองสนามเดอะบริดจ์ของนาย Gus Mears ที่ตอนแรกตั้งใจจะปล่อยเช่าให้กับสโมสรฟุตบอลฟูลแล่ม แต่สุดท้ายก็โดนปฏิเสธ ทำให้นายกุสเมียร์เลือกก่อตั้งสโมสรขึ้นมา และด้วยระยะกว่า 100 ปี เดอะบริดจ์ยังคงเป็นรังของสิงห์บลูอยู่เรื่อยมา

 

The bridge
ขอบคุณภาพจาก top10travel.online

ตั้งอยู่ในเขต Fulham ลอนดอน ปัจจุบันสแตมฟอร์ดบริดจ์สามารถจุคนได้ร่วมสี่หมื่น (ยอดสูงสุดแปดหมื่น ทำได้ไง) จัดอยู่ที่อันดับ 8 สนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในพรีเมียร์ลีก โดยในอนาคตเสี่ยหมียังมีแผนจะขยายและต่อตามถิ่นกำเนิดอายุร้อยปีนี้ขึ้นเรื่อยๆ

 

แม้ถิ่นอาศัยจะเป็นของเดิมมาร่วมร้อยปี แต่ลอนดอนเป็นเมืองใหญ่ที่รวบรวมเอายอดสโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเอาไว้มากมาย โดยเดอะบริดจ์ตั้งอยู่ช่วงตอนกลางของลอนดอน ซึ่งรายล้อมไปด้วยสโมสรอย่าง Tottenham Hotspur, Arsenal, Fulham, Queens Park Rangers และ West Ham United และยังมีทีมอื่นๆ อีกมากมาย ที่ยังอยู่ในลอนดอน แต่สำหรับดาร์บี้แมชในพรีเมียร์ลีก คงเป็นเหล่า 5 ทีมนี้แน่นอน

 

อย่างไรก็ตาม ในฐานะทีม Top 4 คู่แข่งตัวฉกาจของสิงโตน้ำเงินครามคงไม่พ้น Manchester United, Liverpool และ Arsenal เรียกได้ว่าแข่งกันแย่งแชมป์



ปัจจุบันเชลซีเตะไปแล้ว 17 เกม อยู่อันดับที่ 1 ในตารางพรีเมียร์ลีก ด้วยคะแนน 43 แต้ม ชนะ 14 เสมอ 1 แพ้ 2 ซึ่งพูดได้เลยว่าสิงห์บลูของอดีตโค้ชทีมชาติอิตาลีสามารถโชว์ผลงานได้ดีจนน่าใจหาย เรียกได้ว่าสามารถลุ้นเป็นแชมป์ได้ตั้งแต่ยังไม่ถึงกลางฤดูกาลเลยก็ได้ (นำที่ 2 ลิเวอร์พูลอยู่ถึง 6 แต้ม เตะ 17 เกมเท่ากัน)

 

“We wanted to show our ambition and give the satisfaction to our fans and show last season was very bad.” อันโตนิโอ คองเต้หลัง คว้าชัยชนะ 4-0 กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ชัยชนะของฤดูกาล 2016-2017 แสดงให้เห็นถึงทักษะและความกระหายอันดับหนึ่งของตาราง กลับมาเป็นสโมสรที่แข็งแกร่งที่สุดในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเอด็อง อาซาร์, ดิเอโก้ คอสโก้, เนมันญ่า มาติซ หรือวิกเตอร์ โมเสส ได้โชว์ให้พวกเราเห็นแล้วว่าราชสีห์ที่อยู่บนหน้าอกของพวกเขานั้นเป็นของจริงแท้แน่นอน ด้วยสไตล์การทำทีมของคองเต้ ผมเองหวังว่าเชลซีจะสามารถคว้าที่หนึ่งได้จากหลายๆ รายการ


ล่าสุดสิงห์บลูเชลซี พึ่งมาเตะกับทีมรวมดาราในประเทศไทย เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558 ที่เพิ่งผ่านมา การมาเยือนของทีมชุดมูรินโญ่เรียกว่าทำให้แฟนสิงโตน้ำเงินครามตื่นเต้นกันสุดๆ ผลจบออกมาที่ 1-0 โดยที่เชลซีเป็นผู้คว้าชัยชนะไป

 

ปัจจุบันเชลซีกับไทยมีความสัมพันธ์กันมากกว่าสโมสรอังกฤษอื่นๆ อยู่พอสมควร โดยที่กลุ่มธุรกิจใหญ่ในไทยเข้าไปเป็นสปอนเซอร์หลักของเชลซี บริษัทที่ว่ามานี้คือ สิงห์ คอเปอเรชั่น และ คาราบาวแดง (เครื่องดื่มชูกำลัง บี12) และบอกได้เลยว่าในอนาคต เชลซีต้องกลับมาเตะในประเทศไทยอีกเป็นแน่ โดยผมหวังว่าครั้งหน้า คงจะไม่มีแฟนบอลที่จุดพลุไฟในสนามเหมือนที่เราเห็นๆ กันอยู่ตอนนี้นะ (อายเค้า)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Chelsea_F.C.


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon