5 เหตุผลที่ทำให้จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ซิตี้ ไม่ดุเหมือนฤดูกาลที่แล้ว

posted: 1 year ago
1,118 views
5 เหตุผลที่ทำให้จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ซิตี้ ไม่ดุเหมือนฤดูกาลที่แล้ว

comments

Logo

เลสเตอร์ ซิตี้ (Leicester City)

 

สนาม คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม, เลสเตอร์ (King Power Stadium, Leicester)

ผู้จัดการทีม คลาวดิโอ้ รานิเอลี่ (Claudio Ranieri)

ก่อตั้ง 1884 (132 ปี)

เว็บไซต์ทางการ : http://www.lcfc.com/

Facebook : https://www.facebook.com/lcfc/

เว็บไซต์ทางการไทย : http://www.lcfcthai.com/

Facebook ไทย : https://th-th.facebook.com/LeicesterTH/

 

อดีตแชมเปี้ยนพรีเมียร์ลีก ที่หลุดออกมาจากหนังดิสนีย์ จากทีมระดับล่างที่ไม่เคยคว้าถ้วยรางวัลมาตลอด 130 ปีที่ กลายมาเป็นสโมสรอันดับหนึ่งในพรีเมียร์ลีก ลีกฟุตบอลที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในวงการ ทำไมเลสเตอร์ซิตี้สามารถทำผลงานได้ดีกว่าทีมอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เชลซี หรือลิเวอร์พูล? และเมื่อทำได้ขนาดนั้น ฤดูกาลนี้พวกเขาทำไมถึงได้ตกต่ำย่ำแย่แตกต่างจากที่ผ่านมาถึงขนาดนี้



5 เรื่องที่ขัดขาการป้องกันแชมป์ของเลสเตอร์ ซิตี้

สิงโตน้ำเงินคำราม จิ้งจอกน้ำเงินไร้ที่ยืน

ย้อนกลับไปดูปีที่จิ้งจอก สยามได้แชมป์ สิ่งหนึ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าแชมเปี้ยนใหม่ของพรีเมียร์ลีก คือเพราะอะไรแชมเปี้ยนเก่าๆถึ งได้ทำผลงานกันย่ำแย่ขนาดนั้น ยอดสี่ทีมบิ้กโฟร์อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล และเชลซี ไม่มีใครตามแต้มอันดับหนึ่งได้เลย ทีมเดียวที่ติดท๊อปโฟร์มีเพียงปืนใหญ่อาร์เซน่อลที่ 71 แต้ม ในขณะที่เลสเตอร์มีถึง 81 แต้ม

Chelsea Leicester
เกมเสมอ 1-1 ระหว่างสิงโตกับจิ้งจอกในครึ่งต้นฤดูกาล ขอบคุณภาพจาก www.skysports.com

ความไม่แน่นอนของสโมสรใหญ่ๆ ส่งผลชัดเจนสุดๆ ฤดูกาลที่ย่ำแย่ที่สุดของเชลซี ความสะเปะสะปะของแมนยู อาร์เซน่อลก็ทำตัวเหมือนฤดูกาลที่ผ่านๆ มา ลิเวอร์พูลเองก็ไม่สามารถดึงตัวเองขึ้นมาได้ แถมแมนซิตี้ที่ควรจะเถลิงถ้วยใบที่สอง กลับเตะเหมือนไม่สนใจโลกเลย นอกจากนั้น ผลการแข่งขันระหว่างเลสเตอร์และสโมสรชั้นนำระดับหัวตารางก็ต่างจากการคาดหมาย เจ้าจิ้งจอกสีน้ำเงินตัวนี้เป็นนักฆ่ายักษ์เลยล่ะ จะรวยจะใหญ่จะมีกี่แชมป์ก็ไม่สำคัญสำหรับพวกเขา

 

สิบอันดันแรกในฤดูกาล 2015/2016 ที่เลสเตอร์ ซิตี้คว้าตำแหน่งแชมเปี้ยนพรีเมียร์ลีก มีชื่อที่เราไม่คุ้นเคยอย่าง เซาท์แฮมตั้น เวสต์แฮม และสโต๊คซิตี้ แถมอันดับที่ 10 อย่างเชลซียังตามเลสเตอร์ถึง 31 แต้ม! แต่ฤดูกาลนี้ เพียง 17 เกมที่ผ่านมา จากอันดับ 10 สิงโตน้ำเงินเชลซีขึ้นมาอยู่อันดับ 1 ถือแต้มกว่า 43 คะแนนเข้าไปแล้ว รวมไปถึงยอดทีมใหญ่อื่นๆ เองก็กลับมาแสดงพลังให้เห็นกันอีกครั้ง


จับม้ามืด มาวางท่ามกลางแสงไฟ

ไม่รู้แล้วว่าจริงๆ จะเป็นจิ้งจอกสีน้ำเงินหรือเป็นม้ามืดสีดำกันแน่ ครึ่งฤดูกาลแรกของเลสเตอร์ ซิตี้ไม่ได้หวือหวามากนัก แต่ก็ทำได้ดีกว่าปรกติ แต่ไม่มีใครคิดหรอกว่าพวกเขาจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก

 

สโมสรจากเมืองเล็กๆในประเทศอังกฤษ อายุกว่า 130 ปี ไม่เคยได้ชูถ้วยรางวัลใหญ่จากไหนมาก่อน ต้นกำเนิดพรีเมียร์ลีกในปี 1992 พวกเขาก็ไม่ได้ติดอยู่ในรายชื่อสโมสรยุคบุกเบิก แม้ว่าจะคว้าถ้วยลีกมาสองครั้ง แต่เมื่อเทียบกับถ้วยพรีเมียร์ลีกแล้วยังนับว่าคนละระดับกัน

Jamie Vardy
หนึ่งในนักเตะที่ถูกจับตามอง เจมี่ วาร์ดี้ ขอบคุณภาพจาก youngsaintnews.wordpress.com

เมื่อพูดถึง เจมี่ วาร์ดี้ หรือ ริยาร์ด มาเดซ เมื่อปีสองปีก่อน คงไม่มีใครรู้จักชื่อนี้อย่างแน่นอน ซึ่งนี่นับเป็นนักเตะที่ดังที่สุดในสโมสรเลสเตอร์ซิตี้เลยก็ว่าได้ ตั้งแต่ฤดูกาล 2011-2012 ที่เจ้าสัววิชัยจะเข้ามาอัดเม็ดเงินให้สโมสร แต่รายชื่อที่เข้ามาก็เรียกได้เลยว่าเป็นเพียงรายชื่อนักเตะเกรด B จริงๆ

 

แต่นี่แหละเหตุผลที่ทำให้พวกเขาไม่ถูกจับตามอง แม้จะขึ้นมาเป็นที่หนึ่งของตาราง แต่ทุกคนก็คิดว่าเดี๋ยวก็คงตกลงมา อยู่ได้ไม่นานก็คงไปเหมือนกับสโมสรใหญ่อื่นๆ กลับกลายมาว่าท้ายฤดูกาลได้กลายเป็นผู้ชนะในที่สุด ซึ่งในฤดูกาลนี้จะแตกต่างออกไป การโค่นเลสเตอร์ ซิตี้กลายมาเป็นหนึ่งในความท้าทายใหม่ของลีกผู้ดี นักเตะตัวจริงจะมีการเตรียมตัวพร้อมเพื่อลงแข่งขัน จะทำให้เลสเตอร์ขยับตัวได้ยากกว่าเดิมแน่นอน


คลาวดิโอ้ กุนซือผู้กอบกู้ที่หวังแค่ 40 แต้ม

เมื่อคุณพูดถึงผู้จัดการทีมชั้นนำ เราก็คงคิดถึงเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน อาร์เซนเวนเกอร์หรือโจเซ่ มูรินโญ่ ที่เคยปั้นดินให้เป็นดาวมาแล้วนักต่อนัก แต่เมื่อเราพูดถึงคลาวดิโอ้ รานิเอรี่ เรานึกถึงอะไร? ใช่ที่เคยพาทีมชาติกรีซไปแพ้หมู่เกาะฟาโรห์หรือเปล่า?

champ
เถลิงแชมป์ในฤดูกาลที่ผ่านมา ขอบคุณภาพจาก www.gemanalyst.com

เส้นทางของคลาวดิโอ้ไม่ได้ย่ำแย่ขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นแต่อย่างใด ขึ้นชื่อในเรื่องการพาทีมจากดิวิชั่นต่ำขึ้นที่สูงได้ แต่ไม่เคยมีประวัติในการคว้าถ้วยรางวัลใหญ่ๆ เลย หลายๆ ทีมที่เขาเคยคุมอย่าง กายารี่ นาโปลีและฟิออเรนติน่าจากอิตาลี หรือ วาเลนเซียและแอตแลนติโก้ มาดริดไม่ได้ชูถ้วยจริงๆ จังๆ แม้แต่ครั้งเดียว ยอดสโมสรอังกฤษสิงโตน้ำเงินครามเองก็เคยใช้งานคลาวดิโอ้ในฐานะหัวหน้าโค้ชด้วย แม้จะไม่ได้ชูถ้วย แต่ก็เป็นหนึ่งในคนที่พาเชลซีขึ้นติดท๊อปโฟร์ได้

 

การเข้ามาคุมเลสเตอร์ ซิตี้ปี 2015 ของเค้าตามความตั้งใจของบอร์ดบริหารก็ไม่ใช่เพื่อแชมป์แต่อย่างใด แค่หวังให้คลาวดิโอ้มาพาทีมหนีตกชั้นมากกว่า และเป้าหมายของเค้าคือเพียง 40 แต้มจนจบฤดูกาลเท่านั้น (ฤดูกาลที่เลสเตอร์ซิตี้ได้แชมป์ 40 แต้มคืออันดับที่ 17 ก่อนจะตกชั้น)

Claudio
คลาวดิโอ้ กุนซือสูงวัยใฝ่ไม่สูง ขอบคุณภาพจาก www.sdna.gr

ซึ่งเจ้าตัวเองก็เหมือนจะไม่หลงระเริงกับถ้วยที่ได้มา และยังคงยืนยันว่าฤดูกาลนี้จะเล็งไว้ที่ 40 แต้ม ไม่ได้ลุ้นป้องกันแชมป์ออกหน้าออกตาเท่าไหร่ คิดว่าเราคงได้เห็นฝีมือของคลาวดิโอ้ตามปรกติ? หรือเปล่า?


ที่ผ่านมาไม่เคยต้องลุ้น ปีนี้มาทีเดียวหลายถ้วย

แม้จะได้อันดับหนึ่งในตารางพรีเมียร์ลีก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำผลงานในซีรี่ย์อื่นๆได้ดี พูดกันตรงๆเ ลยก็คือพวกเขาไม่จำเป็นต้องเตะถ้วยอื่นเลยดีกว่า ทั้งเอฟเอคัพและลีกคัพไม่ใช่ประเด็นของเลสเตอร์ ซิตี้ (เพราะพวกเขาตกรอบไปก่อนแล้ว) รวมถึงถ้วยยุโรปเองก็เช่นกัน พวกเขาไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะเข้าไปเตะอยู่แล้ว

leicester city
เปิดฤดูกาลได้ไม่ดีเลยสำหรับปีนี้ ขอบคุณภาพจาก europe.newsweek.com

แม้จะดูเป็นสิ่งที่ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น แต่สำหรับแฟนบอลน่าจะเข้าใจกันเป็นอย่างดี สโมสรชั้นนำของอังกฤษจากลอนดอน แมนเชสเตอร์ หรือแม้แต่เมอซีย์ไซด์ ต้องเบนความสนใจลงในทุกทุกเกมที่ต้องเตะ และเมื่อในหนึ่งสัปดาห์อาจจะต้องเตะถึง 2-3 เกม ความล้า ความเจ็บของนักเตะย่อมส่งผลเสมอ

 

เมื่อเลสเตอร์ ซิตี้ไม่จำเป็นต้องสนใจกับถ้วยรางวัลอื่นๆ สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องสนใจก็คือ EPL เท่านั้น (English Premier League) ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพวกเขาทำได้ดีขนาดไหน อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลนี้ (2016-2017) จะต่างจากเดิมมาก การรักษาแชมป์ของเลสเตอร์จำเป็นต้องไปสนใจถ้วยอื่นๆ รวมถึงยุโรปด้วย ซึ่งผลกระทบก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าผลงานในครึ่งฤดูกาลแรกเป็นอย่างไร


มุกเดิมๆ เล่นซ้ำหลายๆ ครั้งมันคงไม่ขำ

ฤดูกาลที่แล้วเราคงได้ฟังข่าวกันหนาหูเรื่องวิธีการทำทีมของเลสเตอร์ซิตี้ ตั้งแต่ความหนุ่มแน่นกระหายชัยชนะของนักเตะ ไปจนถึงความกระหายพิซซ่า และการดึงตัวเอาเกจิชื่อดังของไทยไปสวดมนต์ให้พรเสริมดวงเรื่องชัยชนะให้กับสโมสร ซึ่งบอกได้เลยว่าเล่นมุกซ้ำๆ น่ะไม่รอดแน่นอน

MONKS
นิมนต์มาให้พรกันถึงเมืองเลสเตอร์ ขอบคุณภาพจาก www.sportingnews.com

ในฤดูกาลที่ผ่านมาอายุเฉลี่ยของนักเตะสโมสรจิ้งจอกอยู่ที่ 28.4 ปีเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นช่วงอายุที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์และความหนุ่มแน่น ปัจจัยหลักที่ทำให้ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก คงจะอ้างเหตุผลอะไรได้ไม่มาก นอกจากความอยากชนะและจิตวิญญาณของนักเตะหนุ่มทั้งหลาย ซึ่งฤดูกาลนี้จะเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป ความทะเยอทะยานอาจจะสูงขึ้น แต่ความเด็กอาจจะทำให้การรักษาสถานะทำได้ยากกว่าเดิม

 

นอกจากความสดของทีม ก็ยังมีอีกหลากหลายวิธีการ เจ้าของสโมสร เจ้าสัววิชัยจากคิงพาวเวอร์เลือกใช้บทสวดนพเคราะห์ก่อนการแข่งขัน บางคนอาจจะคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเล่นๆ แต่การสวดที่สนามคิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยมในปี 2014 ที่ทำให้เลสเตอร์ชนะผีแดงไป 5-3 และการนิมนต์พระสงฆ์ 8 รูปไปถึงแดนผู้ดี ก็อาจจะมีส่วนให้เลสเตอร์ได้แชมป์ก็ได้

pizza
คลาวดิโอ้เลี้ยงพิซซ่าตามสัญญานะ ขอบคุณภาพจาก www.eurosport.ru

นอกจากความเชื่อแล้ว คลาวดิโอ้ เรนิเอรี่กุนซืออิตาเลี่ยนก็ยังให้คำสัญญาเพิ่มกับนักเตะว่าทุกครั้งที่ชนะจะเลี้ยงพิซซ่าหลังจบเกม เป็นค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้ดูมาก แต่ก็เป็นการรวมใจนักเตะเข้าด้วยกันอีกด้วย ซึ่งบอกได้เลยว่าในฤดูกาลใหม่นี้ กำลังใจและความเชื่ออย่างเดียวไม่พออีกแล้ว



อำนาจการเงินของคิง พาวเวอร์จะช่วยได้หรือไม่?

 

ตั้งแต่ปี 2010 ที่คิงพาวเวอร์คว้าสโมสรเลสเตอร์ซิตี้มาด้วยเงิน 1,750 ล้านบาท ฤดูกาลที่ผ่านมา อาจจะเป็นฤดูกาลแรกเลยก็ได้ที่ทางสโมสรได้คืนกำไรให้กับบริษัทขายของสนามบินนี้ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา (เจ้าสัววิชัย) จะได้รับเงินร่วม 4,500 ล้านบาทแชมป์พรีเมียร์ลีกเพียงอย่างเดียว ยังไม่นับเรื่องการร่วมเตะชิงถ้วยยุโรปและยอดขายอื่นๆ อีกมากมาย (ซึ่งบีบีซีตีมูลค่าไว้ประมาณ 7,500 ล้านบาท) แล้วเงินจะใช่ทางออกในการรักษาตำแหน่งแชมเปี้ยนของจิ้งจอกสยามหรือไม่?

Vichai
เจ้าสัววิชัยจากคิงส์พาวเวอร์ ขอบคุณภาพจาก twitter.com/sbatsports

จริงอยู่ที่ว่ากลุ่มทุนสัญชาติไทยจะสามารถเข้าไปกอบกู้สโมสรด้วยเม็ดเงินได้ แต่เราคงไม่คิดว่านั่นจะเป็นทางออกที่แน่นอน เพราะทีมอื่นๆก็เลือกทำกัน แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จทุกครั้งไป ยิ่งถึงบ็อกซิ่งเดย์แล้วแต่ยังไม่มีข่าวการย้ายนักเตะแต่อย่างใด อันดับในตารางก็เรียกว่าหมดสิทธิ์ลุ้นเลยก็ว่าได้ ได้แต่รอดูว่าจะจบอยู่ตรงส่วนไหนของตาราง

 

ขอบคุณข้อมูลจากไทยรัฐ http://www.thairath.co.th/content/615159  


ปัจจุบัน ณ ตอนเขียนบทความนี้ เลสเตอร์ ซิตี้อยู่ที่อันดับ 15 เท่ากับเบิร์นลี่ เตะไป 17 เกม มีอยู่ 17 แต้ม ซึ่งต่อหากจะให้กลับไปชนะอันดับที่ 1 ด้วย 71 แต้มเหมือนฤดูกาลที่ผ่านมา เท่ากับจิ้งจอกสีน้ำเงินจำเป็นต้องชนะ 18 เกมจาก 21 ที่เหลืออยู่ ไม่ต้องสืบเลยว่าเป็นไปได้หรือไม่ สถานะการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ปีนี้เรียกได้ว่าหลุดลอยออกไปไกลมากแล้ว ยิ่งเมื่อเทียบกับอันดับหนึ่งของตารางอย่างเชลซีที่กำลังมาแรงสุดๆ

FANS
แฟนๆก็เชียร์กันขาดใจเหมือนเดิม ขอบคุณภาพจาก 7500toholte.sbnation.com

เราก็ได้แต่ลุ้นให้จิ้งจอกสยามยังคงอยู่ในระดับกลางตารางหรือต้นตารางตอนจบฤดูกาล ไหนๆ ก็เป็นทีมที่มีสายพันธุ์ไทยในเลือดข้นอยู่พอสมควร คนไทยด้วยกันอย่างเราๆ ก็ช่วยๆ กันเชียร์ สวดมนต์ขอพรให้สโมสรเหมือนที่เจ้าคุณธงชัยเคยทำ


แม้แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์จะริบหรี่เสียเหลือเกิน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้ บอลลูกกลมๆ อยู่บนสนาม อาจจะเกิดปฏิหาริย์เกิดขึ้นสำหรับเจ้าจิ้งจอกเลสเตอร์อีกก็ได้ แม้ว่าเหตุผลที่ยกมาจะมากมาย ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็น 0% สักหน่อย เพราะอย่างไรก็ตาม การที่พวกเขาได้อันดับหนึ่งในตารางมาไม่ได้มาจากโชคเพียงอย่างเดียว หรือต่อให้ใช่ การใช้โชคให้คุ้มค่าขนาดได้อันดับหนึ่งของพรีเมียร์ลีก ก็ต้องใช้ฝีมือบ้างล่ะ


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon