เรือใบสีฟ้าแห่งลีกผู้ดี แมนเชสเตอร์ ซิตี้

posted: 1 year ago
เรือใบสีฟ้าแห่งลีกผู้ดี แมนเชสเตอร์ ซิตี้

comments
Logo
ภาพจาก www.manchestercity.vitalfootball.co.uk

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City)

สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม, เมืองแมนเชสเตอร์ (Etihad Stadium, Manchester)

ผู้จัดการทีม เป๊ป กัวดิโอล่า (Pep Guardiola)

ก่อตั้ง 16 เมษายน 1894 (122 ปี)

เว็บไซต์ทางการ : https://www.mancity.com/

Facebook : https://www.facebook.com/mancity/

เว็บไซต์ทางการไทย : http://www.mcfc.co.th/

Facebook ไทย : https://th-th.facebook.com/Official.ManchesterCityThailand/

หนึ่งในสองยอดทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ กระแสลมพัดพาให้เรือใบสีฟ้าขึ้นมาถึงตำแหน่งจ่าฝูงในหลายๆ ฤดูกาลที่ผ่านมา ไม่ว่าจะด้วยเงินหรือดวง แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือแมนเชสเตอร์ ซิตี้เป็นหนึ่งในสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ทั้งในฐานะสโมสรที่ประสบความสำเร็จที่สุด และในฐานะเรือใบที่นอนจมก้นมหาสมุทรมาแล้ว ก่อนจะเริ่มอคติ ลองมาดูกันดีกว่าว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ผ่านอะไรมา มีอะไรในเรื่องราวของพวกเขาบ้าง 



“Blue moon

Now I’m no longer alone

Without a dream in my heart

Without a love of my own”

“พระจันทร์สีน้ำเงิน

ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว

ปราศจากความฝันในหัวใจ

ปราศจากความรักของฉันเอง”

เนื้อเพลงส่วนหนึ่งของเพลง Blue Moon


ตำนานเรือใบต้องออกจากฝั่ง

แมนซิตี้เถลิงชัยชนะครั้งแรกในปี 1899 ขณะยังอยู่ดิวิชั่นสอง และชนะเอฟเอคัพครั้งแรกตอนปี 1904 ด้วยชัยชนะเหนือโบลตั้น วอนเดอเร่อส์ เมื่อได้ขึ้นมาอยู่ในดิวิชั่นหนึ่ง หลังจากนั้นก็เป็นทีมที่ไม่มีผลงานดีเด่นมากกว่าที่อื่นๆ จนกระทั่ง สโมสรโดนลดชั้นไปถึงสองครั้งตอนปี 1983 และ 1987 แต่ก็กลับมาเป็นจ่าฝูงได้ในปี 1989 ใต้การจัดการทีมของ Peter Reid ยังไงก็ตาม ความสำเร็จนั้นเหมือนดอกไม้ไฟ สวยงามได้เพียงชั่วคราวก็ดับลง ทำให้ปีเตอร์ หลีดแยกทางกับสโมสร และสภาพทางการเงินก็ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ

 

ในอดีตซิตี้เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Premier League ในปี 1992 แต่หลังจากที่จบอยู่ที่ 9 ในตารางของฤดูกาลแรก และทนฝืนเรื่อยมาจนถึง 1996 เมื่อทีมโดนลดชั้นอีกครั้ง หลังจาก 2 ฤดูกาลในดิวิชั่นหนึ่ง ซิตี้ก็มาถึงจุดตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร โดยเป็นทีมที่สองที่เคยได้แชมป์ยุโรปที่โดนลดชั้นลงไปอยู่ลีกที่สามของประเทศ

 

หลังจากนั้นก็เหมือนเดิม แมนซิตี้เถลิงชัยกลับมาได้ในปี 2001 แล้วก็โดนลดชั้นกลับไปอีกครั้ง จนทุกอย่างเริ่มมาดีขึ้นในฤดูกาลที่ 2002-2003 ฤดูกาลสุดท้ายที่สนามเหย้า Maine Road ก่อนจะมาใช้ Etihad Stadium ที่รับชัยชนะ 3-1 กับคู่แค้นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดหลังจากไม่เคยชนะในศึกดาร์บี้เลยมา 13 ปี

 

แมนซิตี้ก็เดินทางมาแบบเนือยๆ จนถึงปี 2008 เมื่ออดีตนายกทักษิณ ชินวัตรเข้าเทกโอเวอร์สโมสร ด้วยเม็ดเงินก้อนโต แต่ด้วยเหตุผลทางการเมืองที่เรารู้กันดี ทรัพย์สินจึงได้ถูกหยุด ทำให้กลุ่มธุรกิจ Abu Dhabi United เข้ามาซื้อต่อและหมุนเวียนเงินปริมาณมาก ส่งผลมาถึงการตีตลาดนักเตะราคาสูง

 

การลงทุนนี้ประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัด เมื่อแมนเชสเตอร์ซิตี้กลับมาเป็นทีมใหญ่ที่น่ากลัวอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นท็อปสี่หรือเข้าชิงถ้วยเอฟเอคัพปี 2011 เป็นการเข้าชิงครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี

แมนซิตี้เคยทุบสถิติเข้าชมสนามเหย้าเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ ตอนอยู่สนาม Maine Road ปี 1934 ในเกมเอฟเอคัพกับสโต้คซิตี้

Etihad Stadium
ภาพเอติฮัด สเตเดี้ยม สนามเหย้าปัจจุบัน ขอบคุณ www.stadiumguide.com


การตกชั้นไม่ใช่ปัญหาของยอดเรือใบ

แมนเชสเตอร์ซิตี้อาจจะดูเหมือนทีมที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จในอดีต เพราะเรือใบลำนี้เคยตกชั้นทั้งการลดชั้นตามตำแหน่งในตารางและตามสถานภาพทางเศรษฐกิจรวม 6 ครั้ง ตั้งแต่ฤดูกาล 1938 จนถึงฤดูกาลในปี 2001 แต่ปัจจุบันก็เป็นทีมที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 6 ในบรรดาสโมสรฟุตบอลทั่วโลก (นิตยสาร Forbes 2016)


ไม่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแมนเชสเตอร์

แฟนฟุตบอลเมืองแมนเชสเตอร์ในอดีตมักจะดูฟุตบอลของทั้งสองสโมสรโดยจะเป็นกองเชียร์เพียงทีมเดียวเท่านั้น แต่เมื่อค่าตั๋วมีราคาสูงขึ้น แมนเชสเตอร์ซิตี้ กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลับกลายมาเป็นคู่รักคู่แค้นกันโดยปริยาย ตั้งแต่ปี 2002 เคยมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Manchester Metropolitan มาว่าฐานผู้สนับสนุนจากเมืองแมนเชสเตอร์นั้นเทไปทางเรือใบสีฟ้ามากกว่าในอัตรา 40% กับ 29% ของทีมปีศาจแดง แต่ด้วยความที่เปอร์เซ็นตรงนี้นั้นเกิดจากมวลตั๋วรวม เมื่อนับแยกกันจะพบว่าตั๋วเข้าชมตลอดฤดูกาลของสโมสรปีศาจแดงมีสูงกว่ายอดเรือใบสีฟ้า

อย่างไรก็ตามสถิติจากปี 2001 ปัจจุบันแมนเชสเตอร์ซิตี้พัฒนามาไกลกว่าเดิมมาก และแมนยูเองก็สูญเสียความดั้งเดิมไปมากเช่นกัน จะเลือกเชียร์อะไรก็แล้วแต่ความชอบ แต่ก็อยากให้ทราบไว้ว่าจริงๆ แล้วแมนซิตี้เป็นสโมสรฟุตบอลอังกฤษที่มีผู้สนับสนุนมากกว่าที่คิดนะจ้ะ


city fan
ขอบคุณภาพจาก www.theinsidewordonline.com

เพลงประจำสโมสรของแมนเชสเตอร์ซิตี้คือเพลง Blue Moon ซึ่งหลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกับเวอร์ชั่นที่ Elvis Presley หรือ Liam Gallagher อดีตนักร้องนำวง Oasis ร้องไว้มากที่สุด


ยอดบุคคลสำคัญของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ในอดีต แมนเชสเตอร์ซิตี้ไม่ได้เป็นทีมที่โดดเด่นเหมือนกับสโมสรชื่อดังอื่นๆ ในปัจจุบัน แต่ก็มีหลายบุคคลที่มีส่วนสำคัญที่ช่วยจารึกสโมสรเรือใบสีฟ้าไว้บนหอคอยงาช้างของสโมสรฟุตบอลอังกฤษ โดยรายชื่อต่อไปนี้จะมีทั้งนักเตะและผู้จัดการทีมที่เข้ามาพาสโมสรไปถึงจุดสูงสุดมาแล้ว


historical lineup
ขอบคุณภาพจาก www.mancity.com

 

  • Joe Mercer สุภาพบุรุษโจ กุนซือผู้เริ่มต้นความยิ่งใหญ่

ผู้จัดการทีมคนแรกที่พาสโมสรเรือใบสีฟ้าไปอยู่บนจุดสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ ตั้งแต่การคุมทีมปี 1965 จนถึง 1971 เขาพาทีมที่ไม่มีอะไรไปถึงที่หนึ่งของตารางดิวิชั่นหนึ่ง รวมถึงถ้วยเอฟเอคัพ และถ้วยหลีกสองสมัยอีกด้วย

  • Roberto Mancini บ็อบบี้ มันชินี่ คนยกเครื่องรากฐานสโมสร

ผู้จัดการทีมคนแรกที่ผู้เขียนรู้จักสำหรับสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ เข้ามาทำทีมในปี 2009 จนถึง ปี 2013 หลังจากที่สโมสรมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และเริ่มซื้อนักเตะเกรดเอเข้าสโมสร เก็บแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของสโมสร มาได้ในปี 2012 รวมถึงถ้วยลีกและเอฟเอคัพอีกอย่างละสมัย

  • Manuel Pellegrini วิศวกรชิลี ผู้จัดการทีมดับเบิ้ลแชมป์

คุ้นเคยกันดีที่สุดสำหรับแฟนบอลปัจจุบัน ตั้งแต่ปี 2013 มาจนปี 2016 ก่อนที่เป๊ป กัวดิโอล่าร์จะเข้ามาแทนตำแหน่งผู้จัดการทีม มานูเอล เปเยกรีนี่ เป็นโค้ชคนแรกที่ไม่ใช่สัญชาติยุโรปของสโมสรแต่ก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่สอง และลีกคัพอีกสองสมัย ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าโรแบร์โต้ มันชินี่เลย

  • Shaun Wright-Phillips ลูกหม้อของเรือใบยุคใหม่

แม้จะเป็นตัวเลือกที่แปลกไปสักหน่อย แต่สำหรับนักเขียนแล้วนักเตะอย่าง ชอร์น ไร้ท์ ฟิลลิปที่อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่ 1998 และก่อร่างสร้างสโมสรไปด้วยกัน แม้จะไม่ได้มีผลงานโดดเด่น แต่ใครที่เคยเห็นผลงานของเขาในสนาม คงจะเข้าใจได้อย่างดีว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรือใบสีฟ้าอย่างแท้จริง

  • Tony Book นักเตะ กัปตัน และกุนซือของเรือใบ

อีกหนึ่งนักเตะที่ไม่ได้มีผลงานยอดเยี่ยม เข้ามาเตะกับสโมสรตอนอายุ 31 ปีแล้ว แต่นั่นกลับกลายเป็นว่าเขาเป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวถึงสองครั้งสองคราว และเป็นกัปตันทีมที่กองเชียร์เรือใบรักและชื่นชอบในสมัยของเขา พูดได้เลยว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานของ Joe Mercer ที่หยิบโทนี่ บุ้คเข้ามา

  • David Silva มิดฟิลด์เปลี่ยนมิติสโมสร

แม้จะไม่ได้เป็นตำนานหรือ MVP ในทุกนัดของสโมสร แต่เดวิด ซิลบาก็เข้ามาในสโมสรเรือใบสีฟ้าในยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และนักเตะชื่อดังระดับโลก อดีตผู้เล่นยอดเยี่ยมของค้างคาววาเลนเซียก็ได้ตัดสินใจเข้ามาร่วมลงเรือใบลำนี้ไปด้วยกัน ไม่ว่าจะด้วยเงินหรือศรัทธา แต่การมาของเค้านำพามาซึ่งชัยชนะและการดึงเอาชื่อใหญ่ๆ อย่าง Sergio Aguero และ Yaya Toure เข้ามาในทีม สร้างเป็นทีมแชมป์ลีกมาได้


Mancini lineup
ทีมชุดคว้าแชมป์ของมันชินี่ปี 2011-2012 ขอบคุณภาพจาก www.bistsotoon.com

เกมจดจำสำหรับประวัติศาสตร์แมนซิตี้

13 May 1968 Newcastle 3-4 Man City

เรียกว่าเป็นแมทช์ประวัติศาสตร์เลยก็ได้ ชัยชนะเหนือนิวคาสเซิ่ลในครั้งนั้นนำมาสู่แชมป์ลีกครั้งที่สองของสโมสร ความดราม่าของมันอยู่ตรงที่ว่า ณ ฤดูกาลนั้นปีศาจแดงและเรือใบสีฟ้ามีแต้มเท่ากัน โดยแมนเชสเตอร์ซิตี้มีลูกได้เสียดีกว่า ในขณะที่แมนยูเตะกับซันเดอร์แลนด์ที่อยู่ท้ายตารางในขณะนั้น แมนซิต้องเตะกับที่สิบของตารางอย่างนิวคาสเซิ่ล ทั้งสองทีมต้องเตะในวันเดียวกัน หลังจากที่สลับกันทำแต้มอยู่ในครึ่งแรก ท้ายที่สุดแมนซิตี้ของโจ เมอเซอร์ก็คว้าชัยชนะมาได้สำเร็จ

Joe mercer
ทีมของโจ เมอเซอร์คว้าแชมป์ ขอบคุณภาพจาก talksport.com

23 October 2011 Man United 1-6 Man City

แค่เห็นแต้มก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมถึงเป็นแมทช์ที่ต้องจดจำ ตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปี 2011 แมนซิตี้กำสถิติแพ้แมนยูมาตลอด แม้จะไม่มาก แต่ก็ทำให้เกมดาร์บี้หมดความตื่นเต้นไป จนกระทั่งวันที่ 23 ตุลาคม ฤดูกาล 2011-2012 แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมทช์ช่วงต้นฤดูกาลที่โรงละครแห่งความฝัน โอลด์ทรัฟฟอร์ด หลังจาก 20 นาทีแรกของเกม มาริโอ้ บาโลเตลลี่ก็เปิดสกอร์ให้กับทีมเรือใบ พร้อมถลกเสื้อที่เขียนว่า “Why always me?” หรือภาษาบ้านๆว่า “ทำไมต้องกูทุกที?” หลังจากนั้นฝันร้ายของแมนยูก็เกิดขึ้น แมนซิตี้ดาหน้าถล่มอย่างต่อเนื่องจนผลจบอยู่ที่สกอร์ 6-1 เป็นความพ่ายแพ้ในบ้านครั้งใหญ่ที่สุดของแมนยูในรอบ 50 ปี

Super mario
ภาพเกรียนโอ้ในเกมวันนี้ ขอบคุณภาพจาก gol.pl

13 May 2012 Man City 3-2 QPR

เหตุการณ์นั้นเป็นเหมือนภาพทับซ้อนกับฤดูกาลในปี 1968 เมื่อทั้งสองยอดทีมเมืองแมนเชสเตอร์ต้องมีคะแนนเท่าๆกัน เตะพร้อมกัน โดยแมนซิตี้มีลูกได้เสียมากกว่า อาจจะดราม่ากว่าเล็กน้อย เพราะเมื่อเกมของทางฝั่งปีศาจแดงได้จบลงไปแล้ว เรือใบสีฟ้ายังตามอยู่ 1-2 ประตูกับควีนปาร์คเรนเจอร์ แต่ในนาทีที่ 91 เอดิน เซโก้ และ 93 เซอจิโอ้ อเกวโร่กลับยิงให้ผลกลับมาเป็น 3-2 และคว้าเอาแชมป์พรีเมียร์ลีกตัดขาคู่อริประจำเมืองไปได้สำเร็จ

mancity champ
เถลิงชัยฤดูกาล 2011-2012 ภาพจาก footballpictures.net

สำหรับสาวกเรือใบสีฟ้าสายพันธ์ุแท้

นอกจากคุณหรือเพื่อนๆที่ ชื่นชอบจะเป็นสาวกตัวจริงของแมนเชสเตอร์ซิตี้แล้ว ยังมีแฟนๆ  อีกมากมายทั่วโลกที่ชื่นชอบในสโมสรนี้เป็นชีวิตจิตใจอยู่ รวมถึงเหล่าดาราคนดังของโลกด้วย ยกตัวอย่างเช่น แมทธิว ดีน, ลิเดีย หรือ สองพี่น้องกัลลาเกอร์อดีตวง Oasis เป็นต้น นักเขียนจึงตามหาว่าถ้าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของสโมสรนี้ การอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของสโมสรก็เป็นการแสดงออกถึงความรักและความทุ่มเทได้ดี สำหรับแฟนคนไหนที่คิดแบบนี้ ลองไปที่เว็บไซต์ http://www.mancityfanshop.com/ ที่มีขายมากกว่าเพียงชุดนักฟุตบอลประจำฤดูกาลเหมือนหน้าเว็บหลักของสโมสร

Fans
ขอบคุณภาพจาก www.mcfc.ws

กำลังจะถึงบ็อกซิ่งเดย์เต็มที่แล้ว แมนเชสเตอร์ซิตี้ยืนอยู่ที่อันดับ 4 ของตาราง ตามหลังลิเวอร์พูลอยู่เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ใครรักจะเชียร์ก็เชียร์ ใครชอบเฉยๆ ก็รอดูการคุมทีมของเป๊ป กัวดิโอล่าร์เอาไว้ ว่าการทำทีมของเขาจะน่ากลัวขนาดไหน

ขอบคุณข้อมูลจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Manchester_City_F.C. และ http://www.mcfcwatch.com/


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon