มาเลือก ประเภทโยคะ ที่ใช่บ่งบอกสไตล์ที่เป็นคุณ

posted: 2 years ago
8,611 views
มาเลือก ประเภทโยคะ ที่ใช่บ่งบอกสไตล์ที่เป็นคุณ

comments

โยคะ ถือว่าเป็นการฝึกร่างกาย และจิตใจรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน อาจเป็นเพราะรูปแบบการฝึกที่มุ่งเน้นการสอดประสานระหว่างร่างกาย ลมหายใจ จิตใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ก่อให้เกิดความแข็งแรงของร่างกายไปพร้อมๆ กับความสงบนิ่งของจิตใจ มีสมาธิที่แน่วแน่ ส่งผลไปถึงการตัดสินใจในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น เรียกว่าแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ และแน่นอนว่าไม่ได้มีการฝึกแค่แบบสองแบบ โยคะมีมากมายหลากหลายรวมทั้งโยคะสไตล์ใหม่ๆ อีกด้วย วันนี้เราชวนมาเลือก ประเภทโยคะที่ใช่บ่งบอกสไตล์ที่เป็นคุณกันค่ะ

1. โยคะร้อน (Bikram Yoga)

โยคะ เป็นโยคะอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เรียกว่าโยคะร้อนก็เพราะว่าเป็นการฝึกโยคะในห้องที่มีอุณหภูมิสูง ใกล้เคียงกับอุณหภูมิร่างกาย คือประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส มีท่าหลักทั้งหมด 26 ท่า ซึ่งการฝึกโยคะในห้องที่มีอุณหภูมิสูงแบบนี้ ความแตกต่างก็คือ ทำให้กล้ามเนื้อของเราสามารถยืดหยุ่นได้มากกว่าเดิม (น่าจะคล้ายๆ กับเวลาของโดนความร้อนแล้วยืดตัว อะไรประมาณนี้นะคะ) และท่าต่างๆ ของโยคะร้อนยังสามารถช่วยกระชับกล้ามเนื้อทุกส่วนสัดของร่างกายได้มากขึ้น ช่วยกำจัดของเสียให้ออกมาในรูปแบบของเหงื่อ ลดความอ้วน ลดปัญหาการปวดหลัง ปวดคอ แถมยังช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย โยคะร้อนนี้สามารถเล่นได้แทบทุกเพศ ทุกวัย ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานโยคะมาก่อนก็สามารถเล่นได้ ท่าทางที่ใช้เล่นจะเน้นการอดทนต่อการยืดเหยียดร่างกายให้ได้มากที่สุดร่วมกับการทำสมาธิ กำหนดลมหายใจ ซึ่งการยืดเหยียดกล้ามเนื้อนั้นจะช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี พร้อมขจัดไขมันส่วนเกินตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ให้ค่อยๆ มลายหายไป และเผาผลาญพลังงานได้มากถึง 400-600 กิโลแคลอรี ด้วยการเล่นโยคะร้อนเพียงแค่ 90 นาที!!!
ข้อควรระวัง : การเล่นโยคะร้อน เสี่ยงต่อการเป็นลมได้ง่าย เนื่องจากในการฝึก ผู้ฝึกจะมีการเสียเหงื่อมากกว่าการออกกำลังกายแบบอื่นๆ ประกอบกับท่าที่มีการก้มๆ เงยๆ เลือดลมไหลเวียนไม่ทัน เล่นเอาหน้ามืดได้ง่ายๆ นะคะ ดังนั้นควรเตรียมน้ำไว้ให้พร้อม เมื่อเริ่มรู้สึกว่าเสียเหงื่อมากๆ ให้จิบน้ำเล็กน้อย ถ้าไม่ไหวจริงๆ ให้ออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อน ดีขึ้นแล้วค่อยกลับมาเล่นใหม่ก็ได้ค่ะ (สุขภาพน่ารู้)


2. หฐโยคะ (Hatha Yoga)

Из старенького….

A photo posted by Глеб (@mazaev_gv) on

หฐ มากจากคำ 2 คำ หะ หมายถึงพลังเย็น (พลังลบ) ส่วน ฐะ หมายถึงพลังร้อน (พลังบวก) โยคะ หมายถึง การรวมตัวกัน ดังนั้น หฐโยคะ ก็คือ การใช้ศิลปะในการบริหารร่างกาย ภายใต้การควบคุมของจิตใจ เพื่อให้เกิดความสมดุลของพลังด้านบวก และด้านลบ ให้จิตใจและร่างกายทำหน้าที่สัมพันธ์กันอย่างสมบูรณ์ที่สุด โดยการฝึกจะเน้นการหายใจ ความยืดหยุ่นของร่างกาย เพื่อให้เกิดความผ่อนคลายมากกว่ามุ่งสร้างความแข็งแรง สำหรับผู้ที่ไม่เคยฝึกโยคะมาก่อนก็สามารถฝึกได้เช่นกัน (Daily Yoga)


3. วินยาสะ โยคะ (Vinyasa Yoga)

Day 7 #BuildYourFlowFall #flow #yogaflow (sped up times 2) Hosts: @angelakukhahn @mayyoga14 @mmaneevese Sponsor: @aloyoga

A video posted by Fernanda Dayrell Silvestre (@fdsilvestre) on

วินยาสะ เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า ลมหายใจประกอบกับการเคลื่อนไหว ซึ่งการฝึกแบบวินยาสะนั้น จะมีการเคลื่อนไหวช้าๆ อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการกำหนดลมหายใจอย่างเป็นระบบ ทุกการเคลื่อนไหวจากท่าหนึ่ง ไปสู่อีกท่าหนึ่งจะสอดประสานด้วยลมหายใจ ช่วยเสริมสร้างทั้งความแข็งแรง และความนุ่มนวลไปในคราวเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ที่อยากมีรูปร่างกระชับ ร่างกายแข็งแรง ลดน้ำหนัก ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ทั้งยังช่วยลดความเครียด ฝึกจิตใจให้สงบ มั่นคง และแน่วแน่ ช่วยให้เกิดสมาธิ ท่าในการฝึกก็อาจจะเริ่มจากท่ายืน ไปจนถึงท่านอนคว่ำ โดยมีท่าเชื่อมต่อ อย่างท่าสุริยะนมัสการ ก็เป็นหนึ่งในการฝึกแบบวินยาสะด้วยเช่นกัน ผู้ที่ต้องการฝึกแบบวินยาสะนั้น ควรผ่านการฝึกแบบหฐโยคะมาแล้วสักระยะหนึ่ง (Daily Yoga)


4. หยิน โยคะ (Yin Yoga)

การฝึกหยินโยคะนั้น จุดเด่นคือ ความนิ่ง และการค้างท่า จะเน้นการยืดเหยียดในระดับลึกของร่างกายจนถึงเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทั้งผิวหนัง กล้ามเนื้อ ไปที่ข้อต่อ และเส้นเอ็นต่างๆ เพื่อเสริมสร้างให้มีการยืดหยุ่นที่ดีขึ้น ร่วมกับการรักษาสมาธิขณะเล่น เพราะท่าการฝึกแบบหยินนั้น จะมีการค้างท่าเป็นเวลา 3-5 นาที (นานมาก) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ แต่ไม่ได้ต้องการความยืดหยุ่นมากหรือเคลื่อนไหวเร็วจนเกินไป  และเป็นการฝึกที่ใช้สมาธิ สงบ ไม่โลดโผน ซึ่งการฝึกแบบหยินนั้นจะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับอารมณ์ และจิตใจ งานนี้คนใจร้อนเชิญเลยค่ะ เพราะหยินโยคะ จะขุดความสงบภายในจิตใจของคุณออกมา ท่าแต่ละท่าต้องฝึกลมหายใจให้ช้าลง เพื่อเข้าสู่ท่าโยะคะที่ส่วนใหญ่เป็นท่าดัดตน สงบนิ่ง เนิบช้า แต่ไม่เฉื่อยชาขี้เกียจแน่ค่ะ การฝึกแบบหยินนี้อาจจะค่อนข้างหาฝึกยากตามสตูดิโอต่างๆ แต่ก็ยังพอมีบ้างนะคะ (ครูนิติ)


5. อัษฎางค์ โยคะ (Ashtanga Yoga)

อัษฎางค์โยคะ เหมาะสำหรับคนชอบเล่นท่ายากค่ะ เพราะเป็นการฝึกกระบวนท่าที่ใช้ร่างกาย (อาสนะ บันดะ) ลมหายใจ (ปราณายมะ) และดริชตี้ (การกำหนดจุดมองของสายตา) มารวมกันให้เกิดการเชื่อมต่อภายในจนเกิดการเปลี่ยนแปลง และวินยาสะ การเคลื่อนไหวพร้อมควบคุมลมหายใจ ก็เป็นจุดเด่นที่ต้องทำตลอดการฝึกอัษฎางค์โยคะ ซึ่งการฝึกแบบนี้จะมีความลื่นไหลต่อเนื่องของท่วงท่า เปลี่ยนท่าได้โดยไม่ต้องตั้งท่าใหม่ทุกครั้ง โดยรูปแบบการฝึกของอัษฎางค์ โยคะ จะมีรูปแบบที่ชัดเจนอยู่ 4 ซีรีส์ด้วยกัน คือ Primary Asana ,Intermediate Asana, Advanced A Asana, Advanced B Asana โดยผู้ฝึกต้องเริ่มเรียนจากระดับ Primary ก่อนจนครูฝึกเห็นว่ามีความชำนาญแล้ว จึงฝึกซีรีส์ต่อไป (ครูอุ้ม – สุชาวดี เฉลิมวงศาเวช)


เรียกว่าแต่ละประเภทก็มีสไตล์ และจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไปนะคะ ลองเลือกแบบที่ตรงกับตัวคุณมากที่สุด หากยังไม่รู้ว่าแบบไหนเหมาะ ก็ไปลองเลยค่ะ อาจจะเริ่มจากโยคะแบบที่เล่นได้ทุกเพศ ทุกวัย ผู้ฝึกใหม่ก็เล่นได้ ก่อนที่จะไปฝึกแบบที่ต้องมีพื้นฐาน แต่ขอให้มีวินัยกับใจที่มุ่งมั่น ถึงจะเริ่มฝึก สุขภาพดีก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่ะ


avatar
by *muiyoo*
ต้องเป็นเพราะชื่อหมุยยู้ แปลว่าสิ่งที่สวยงามแน่ๆ เลยได้มาเขียนเรื่องเกี่ยวกับความสวยความงาม แฟชั่น สุขภาพ เครื่องสำอาง ทำอาหาร เข้าทางทุกอย่าง ใครชอบสาระดีๆ แทรกคารมขบขันประสาชะนีบ้าๆ บอๆ ก็ขอให้มิตรรักแฟนเพลงติดตามกันไปนานๆ เนอะ^^

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon