‘ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง’ ที่คนไทยนำไปประยุกต์ใช้ได้

posted: 2 years ago
2,644 views
‘ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง’ ที่คนไทยนำไปประยุกต์ใช้ได้

comments

เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) เป็นคำที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนหันมาให้ความสำคัญและส่งเสริมอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและความเจริญเติบโตทางด้านวัตถุ ทำให้คนไทยหลายๆ คนเบื่อหน่ายกับการแข่งขันเพื่อเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงหันมายึดเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางพระราชดำริเพื่อค้นหาความสมดุลและความสุขที่แท้จริงในการดำรงชีวิต มีคนไทยหลายคนที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขในความพอเพียงของตนเอง ซึ่งนับว่าเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

เศรษฐกิจพอเพียง

Rabbit Daily มอบสาระดีๆ ให้แก่ผู้อ่านอีกเช่นเคย โดยจะพาไปทำความรู้จักกับความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงต้นแบบแห่งความพอเพียง และตัวอย่างคนไทยที่นำแนวทางนี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน


‘เศรษฐกิจพอเพียง’

1380597903-o

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานพระราชดำริชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 40 ปี โดยทรงมีพระราชดำรัสครั้งแรกในปี พ.ศ.2517 ต่อมาช่วงที่ประเทศไทยประสบวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี พ.ศ. 2540 เศรษฐกิจพอเพียงถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงแนะแนวทางว่า ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ นั้นสามารถทำให้ประชาชนทุกระดับชั้นดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในกระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ  นอกจากนี้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยังปรากฎในพันธกิจของการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550-2554) และล่าสุดรัฐบาลยังน้อมนำและประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ซึ่งเป็นฉบับปัจจุบันอีกด้วย (ศึกษาเพิ่มเติม ‘คลิกที่นี่’)

ทั้งนี้ คนไทยจำนวนมากยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง หลายๆคนยังเข้าใจผิดว่า ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ คือการออกมาทำไร่นา ซึ่งความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงที่ถูกต้องนั้นคือ  ความพอเพียง ความพอประมาณ และมีเหตุผล ต้องรู้จักหาความสมดุลในการดำรงชีวิตเพื่อรองรับต่อความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยต้องมี 2 เงื่อนไขควบคู่ไปด้วยคือ ต้องมีความรู้และต้องมีคุณธรรม

แผนภาพแสดงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข
แผนภาพแสดงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง  3 ห่วง 2 เงื่อนไข

เศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย 3 คุณสมบัติ ดังนี้ (ขอบคุณข้อมูลจาก : มูลนิธิชัยพัฒนา)
1. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
2. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ
3. ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต


‘พระราชา’ ต้นแบบความพอเพียงผู้ยิ่งใหญ่

เศรษฐกิจพอเพียง

“การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นอันพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด”  

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2517

นับว่าเป็นความโชคดีของประชาชนชาวไทยที่อยู่ใต้ร่มบารมีของพระมหากษัตริย์ผู้มีสายพระเนตรยาวไกล และยังทรงเป็นแบบอย่างที่ดีให้พสกนิกรเห็นความพอเพียงของพระองค์ เราคงเคยได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับความประหยัดและสมถะของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ความสมถะของในหลวง ร.9 ผ่านพระจริยวัตร 


‘บ้านไร่ไออรุณ’ ยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้

เศรษฐกิจพอเพียง
Credit : เฟสบุ๊ก บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun

ลาออกจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน…กลับบ้านเกิด

‘พื้นที่แห่งรักที่มากกว่าบ้าน’ เป็นคำนิยามฟาร์มสเตย์เล็กๆ แสนอบอุ่นแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า ‘บ้านไร่ไออรุณ’ ตั้งอยู่ใน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง สร้างขึ้นโดย ‘เบสท์ – วิโรจน์ ฉิมมี’ สถาปนิกหนุ่มที่ลาออกจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน กลับมาใช้ชีวิตเกษตรกรที่บ้านเกิด โดยการเริ่มใช้เงินเดือนที่เหลืออยู่ 20,000 บาทนำไปลงทุนซื้อเฟอร์นิเจอร์และสีทาบ้านมารีโนเวทบ้านหลังเดิมของพ่อแม่ แปลงโฉมให้กลายเป็นฟาร์มสเตย์ ก่อนจะต่อเติมและสร้างบ้านพักเพิ่มเติม ใช้วิชาความรู้ด้านการออกแบบที่เคยร่ำเรียนมาประยุกต์ใช้ในการสร้างฟาร์มสเตย์ของตัวเอง

Credit : สารคดี.คอม
Credit : สารคดี.คอม

สร้างความเชื่อมั่นด้วยการลงมือทำ

ในช่วงแรกๆ ที่คุณเบสท์ตัดสินใจกลับบ้าน ต้องพิสูจน์ตัวเองกับพ่อแม่และคนในครอบครัว เนื่องจากพ่อและแม่อยากให้ลูกชายกลับไปทำงานในกรุงเทพฯ และไม่เห็นด้วยกับคำตอบที่ว่า ‘เบสท์จะกลับมาทำไร่อยู่บ้าน’ เพราะรู้สึกสงสารลูก ไม่อยากให้มาตากแดดแตกฝน ซึ่งคุณเบสท์ใช้เวลากว่า 7 เดือนในการสร้างฟาร์มสเตย์และตัดสินใจส่งบ้านที่ออกแบบไปประกวดในนิตยสาร My Home ได้รับรางวัลชนะเลิศ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พ่อและแม่เริ่มยอมรับและเห็นด้วยกับแนวทางของลูกชาย อีกทั้งมีผู้ติดตามผลงานของคุณเบสท์ผ่านทางเฟสบุ๊กส่วนตัวด้วยอีกจำนวนหนึ่ง พ่อกับแม่จึงร่วมกันสร้างฟาร์มสเตย์กับลูกชาย การลงมือทำอย่างจริงจังของคุณเบสท์เป็นสิ่งพิสูจน์แล้วว่า การที่เราจะสร้างความเชื่อมั่นให้คนรอบข้างได้ต้องเริ่มจากการ ‘ลงมือทำ’

พ่อและแม่ของคุณเบสท์ Credit : เฟสบุ๊ก บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun
พ่อและแม่ของคุณเบสท์  Credit : เฟสบุ๊ก บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun

เศรษฐกิจพอเพียง…เรามีของดีอยู่ใกล้ตัว

คุณแม่ของคุณเบสท์ได้เปิดเผยความรู้สึกผ่านรายการ Perspective (ชมรายการ ‘คลิกที่นี่’) ว่าภูมิใจในตัวลูกมาก สิ่งสำคัญที่สุดในการทำฟาร์มสเตย์บ้านไร่ไออรุณก็คือ ‘เน้นคุณภาพ บริการประทับใจ ซื้อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น’ โดยยึดหลักแนวทางพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนำมาประยุกต์ใช้ อยู่อย่างพอมีพอกิน แล้วจะพบว่าความสุขง่ายๆ หาได้จากสิ่งใกล้ตัว

13178907_572928059533371_8525087918027192340_n
Credit : เฟสบุ๊ก บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun

บ้านไร่ไออรุณ…พื้นที่แห่งรักที่มากกว่าบ้าน

ทั้งนี้ภายในฟาร์มสเตย์บ้านไร่ไออรุณแบ่งออกเป็น 2 โซนด้วยกันคือ โซนร้านขายสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นการเติมความฝันของคุณแม่และน้องสาวที่อยากมีร้านขายสินค้าเกษตรและร้านขายไอศกรีมเป็นของตัวเอง ในโซนนี้จะมีสวนอาหาร แปลงพืชผักสวนครัวให้ผู้มาเยือนได้แวะซื้อสินค้าเกษตรปลอดสารพิษกลับไปรับประทาน ทั้งวันจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยม ทำให้คุณแม่มีเพื่อนพูดคุยมากมาย

13782100_608703155955861_6342035428206557132_n
Credit : เฟสบุ๊ก บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun
13077051_568982546594589_490545829356959079_n
Credit : เฟสบุ๊ก บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun
14523047_653427538150089_3303170509803323932_n
Credit : เฟสบุ๊ก บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun

ส่วนอีกโซนก็จะเป็นโซนที่พัก ซึ่งจะสงวนความเป็นส่วนให้เฉพาะแขกผู้มาพักเท่านั้น บ้านแต่ละหลังสร้างด้วยไม้มีห้องน้ำในตัว ตกแต่งแบบธรรมชาติ อากาศถ่ายเท ให้บรรยากาศอบอุ่นและเย็นสบาย ที่นี่ไม่มี Wi-Fi ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีพนักงานต้อนรับหน้าเคาท์เตอร์ มีเพียง ‘พ่อและแม่’ ที่ทำหน้าที่รับแขกอย่างเป็นกันเองดุจญาติมิตร นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเก็บผัก เก็บผลไม้มาทำอาหารรับประทานร่วมกัน และกิจกรรมปั่นจักรยานชมแมกไม้อีกด้วย

12417770_561441697348674_4139902661963216520_n
Credit : เฟสบุ๊ก บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun
13873135_608727549286755_6660611976110485786_n
Credit : เฟสบุ๊ก บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun
13886253_608703075955869_5328726221137826214_n
Credit : เฟสบุ๊ก บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun

สำหรับใครที่สนใจอยากมาสัมผัสความอบอุ่นแบบพอเพียงและมีความสุขเช่นนี้ สามารถติดตามได้ที่เฟสบุ๊ก บ้านไร่ ไออรุณ baan rai i arun โทร. 096-938-2981


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon