รวม ปรากฏการณ์ทางดาราศาตร์ ที่จะเกิดในปี 2561

posted: 5 months ago
รวม ปรากฏการณ์ทางดาราศาตร์ ที่จะเกิดในปี 2561

comments

ในช่วงปลายปีถึงต้นปีที่ผ่านมา หลายๆ คนน่าจะได้เห็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่นานๆ ครั้งจะเกิดขึ้น  แน่นอนว่าหลายๆ คนอาจจะกลับมาให้ความสนใจในเรื่องของดาราศาสตร์อีกครั้ง ว่าแต่ปี 2561 นี้ มีเหตุการณ์อะไรเกี่ยวกับปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าสนใจ และน่าติดตามบ้างนะ

วันนี้ เราจะพาทุกคนไปรู้จัก และเตรียมพร้อมกัน!


ครบรอบ 150 ปี สุริยุปราคาหว้ากอ

เรียกได้ว่า ปี 2561 เป็นปีแห่งการรำลึกถึงความสำคัญของเหตุการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งประวัติศาสตร์ ณ หว้ากอ เพื่อเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

เรื่องนี้ ใครที่ติดตามสายดาราศาสตร์ หรือเชี่ยวชาญวิชาสังคม ความรู้รอบตัว น่าจะจำได้ดีว่า รัชกาลที่ 4 ได้ทรงคำนวณพยากรณ์การเกิดสุริยุปราคาไว้ล่วงหน้ากว่า 2 ปี ว่าจะเกิดในวันที่ 18 สิงหาคม 2411 ที่หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวง ณ บ้านหว้ากอ ในวันเวลาดังกล่าว

เหตุการณ์ได้เกิดขึ้นตามที่พระองค์ทรงพยากรณ์ไว้ทุกอย่าง อย่างถูกต้องแม่นยำ จนสหพันธ์ดาราศาสตร์สากลได้ขนานนามปรากฏการณ์สุริยุปราคาในครั้งนั้นว่า “King of Siam’s Eclipse”


ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้-ไกลโลกที่สุดในรอบปี

ใน ปี 2561 จะเกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้และไกลโลกที่สุดในรอบปี อย่างละ 1 ครั้ง โดย

ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี เกิดขึ้นในวันที่ 2 มกราคม ที่ผ่านมา โดยจะอยู่ห่างที่ประมาณ 356,595 กิโลเมตร ในคืนนั้นจะเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีขนาดใหญ่กว่าปรกติเล็กน้อย เรียกว่า “Super Full Moon” มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทางทิศตะวันออก ตั้งแต่ 6 โมงเย็น เป็นต้นไป

ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี จะเกิดวันที่ 28 กรกฎาคม โดยจะอยู่ห่างจากโลกประมาณ 406,086 กิโลเมตร และจะเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีขนาดเล็กกว่าปกติเล็กน้อย เรียกว่า “Micro Full Moon” มองเห็นด้วยตาเปล่า ทางทิศตะวันออก เวลา 6 โมงเย็น เป็นต้นไปเช่นเดียวกัน


ปรากฏการณ์ทางดาราศาตร์
Cr.- ผู้ถ่าย ศุภฤกษ์ คฤหานนท์

จันทรุปราคาเต็มดวง 2 ครั้งในรอบปี

นับเป็นโชคดีอีกปีเลย เพราะ ปี 2561 ประเทศไทยมองเห็นจันทรุปราคาเต็มดวงได้ถึง 2 ครั้ง ในวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา และ 28 กรกฎาคม แต่ละครั้งมีระยะเวลาเกิดคราสเต็มดวงร่วมชั่วโมง ตามวันเวลาต่อไปนี้

  • วันที่ 31 มกราคม 2561 เวลาที่เห็นจันทรุปราคาเต็มดวง 19.51 – 21.07 น. ( 1.16 ชั่วโมง)
  • วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 เวลาที่เห็นจันทรุปราคาเต็มกวง 02.31 – 04.13 น. (1.42 ชั่วโมง)

ปรากฏการณ์ทางดาราศาตร์


ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามดวงอาทิตย์ ใกล้โลกสุดในรอบ 13 ปี

นับเป็นอีกปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเลยก็ว่าได้ เพราะเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในรอบ 13 ปี และเราจะสามารถสังเกตดาวอังคารได้ ใน ระหว่างวันที่ 27 – 31 ก.ค. นี้

โดยในคืนวันที่ 27 พ.ค.61 ดาวอังคารจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ และหลังจากนั้นก็จะโคจรเข้าใกล้โลกมากที่สุดรอบ 13 ปี ในวันที่ 31 ก.ค. ที่ระยะห่าง 57.6 ล้านกิโลเมตร นับย้อนหลังครั้งล่าสุดก็ปี 2548 ที่แล้ว

ในเหตุการณ์นี้ เราจะมองเห็นดาวอังคารส่องสว่างประกายสีส้มแดงบนท้องฟ้า ซึ่งจะสว่างจนเราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าตั้งแต่หลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้าวันถัดไป ที่สำคัญกว่านั้นคือ ถ้าใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดหน้ากล้องตั้งแต่ 10 นิ้ว จะมองเห็นพื้นผิวดาวอังคารได้ด้วยนะ



ดาวพฤหัสบดี-ดาวเสาร์ใกล้โลก

นับได้ว่าเป็นปีมีตแอนด์กรี๊ดกับดาวเคราะห์จริงๆ เพราะเรายังมีปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ใกล้โลก อย่าง ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ โดยมข้อมูลดังนี้

  • ดาวพฤหัสบดีใกล้โลก จะเกิดขึ้นวันที่ 9 พ.ค.61 ดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ มีตำแหน่งการเรียงคือ ดาวพฤหัสบดี – โลก – ดวงอาทิตย์ อยู่ในเส้นตรงเดียวกัน ทำให้ดาวพฤหัสบดี มีตำแหน่งอยู่ใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี และจะปรากฏบนท้องฟ้านานตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า
  • ดาวเสาร์ใกล้โลก จะเกิดขึ้นวันที่ 27 มิ.ย.61 ดาวเสาร์จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ มีตำแหน่งการเรียงคือ ดาวเสาร์ – โลก – ดวงอาทิตย์ อยู่ในเส้นตรงเดียวกัน ทำให้ดาวเสาร์ มีตำแหน่งอยู่ใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี ซึ่งช่วงนี้ เราจะมองเห็นดาวเสาร์พร้อมวงแหวนที่สว่างมากตลอดทั้งคืน

ปรากฏการณ์ทางดาราศาตร์


ฝนดาวตก แบบจัดหนัก จัดเต็ม ตลอดปี

ใครยังติดใจฝนดาวตกในปีที่ผ่านมา ใน ปี 2561 ก็ยังมีให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่องเกือบทุกเดือน เรียกได้ว่าโชคดีมากๆ เลยล่ะ!

  • ฝนดาวตกควอดรานติดส์ วันที่ 3 – 4 มกราคม ที่ผ่านมา (เฉลี่ย 110 ดวง/ชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกไลริดส์ ในวันที่  22 – 23 เมษายน (เฉลี่ย 18 ดวง/ชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกอีต้า-อควอริดส์ ในวันที่ 5 – 6 พฤษภาคม (เฉลี่ย 50 ดวง/ชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ ในวันที่ 12 – 13 สิงหาคม (เฉลี่ย 110 ดวง/ชั่วโมง) หรือที่เรียกว่า “ฝนดาวตกวันแม่” เป็นฝนดาวตกที่นักดาราศาสตร์ในซีกโลกเหนือให้ความสนใจ เพราะมีความสว่างเป็นอันดับสองรองจากฝนดาวตกลีโอนิดส์ สีสันสวย และอัตราการตกเฉลี่ยสูง
  • ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ ในวันที่ 21 – 22 ตุลาคม (เฉลี่ย 20 ดวง/ชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกลีโอนิดส์ ในวันที่ 17 – 18 พฤศจิกายน (เฉลี่ย 15 ดวง/ชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกเจมินิดส์ ในวันที่ 14 – 15 ธันวาคม (เฉลี่ย 120 ดวง/ชั่วโมง)
  • ฝนดาวตกเออร์ซิดส์ ในวันที่ 22 – 23 ธันวาคม (สูงสุด 10 ดวง/ชั่วโมง)

ปรากฏการณ์ทางดาราศาตร์


รวมมิตรโครงการสำรวจระบบสุริยะ

นอกจากยานอวกาศแคสสินี ในปี 2560 ที่ผ่านมา ปีนี้เราก็มีเรื่องน่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน

เมื่อ นาซา เตรียมส่งยาน  InSight ไปสำรวจโครงสร้างภายในดาวอังคาร (Mars Insight Mission) โดยมีกำหนดส่งขึ้นในเดือน พ.ค. และจะไปลงจอดบนดาวอังคารในวันที่ 26 พ.ย. 2561 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ต่อแผนการเดินทางไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคารในอนาคต

โดยจะเจาะลงไปในพื้นดาวอังคารเพื่อดูสภาพธรณีใต้ผิวว่าเป็นยังไง พร้อมส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ (James Webb Space Telescope) ขึ้นสู่ห้วงอากาศในเดือน ต.ค. เพื่อทำภารกิจสำรวจเอกภพ

ส่วนฝั่งเอเชีย ก็มีโครงการ Asteroid Explorer “Hayabusa2” โดย JAXA ของญี่ปุ่น ส่งยานฮายาบูสะ 2 สำรวจดาวเคราะห์น้อย 162173 ริวกิว คาดว่าจะลงจอดช่วงเดือน มิ.ย.- ก.ค. และกลับมาถึงโลก ในปี 2020

จากนั้นในเดือนสิงหาคม ยานอวกาศโอไซริส-เร็กซ์ ขององค์การนาซาจะเดินทางไปถึงดาวเคราะห์น้อยเบนนู (101955 Bennu) แล้วทำการเก็บตัวอย่างสสารจากดาวเคราะห์น้อยดวงนี้เช่นกัน และจะถึงโลกกลางปี 2023


ปรากฏการณ์ทางดาราศาตร์


การทดลองเบลล์ เฟส 2 (Belle II Experiment) เริ่มเดินเครื่อง

ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จะมีการทดลองด้านฟิสิกส์อนุภาคที่เรียกว่า Belle II Experiment ที่ประเทศญี่ปุ่น การทดลองนี้ดำเนินการโดยองค์กรวิจัยเครื่องเร่งอนุภาคสำหรับฟิสิกส์พลังงานสูง (High Energy Accelerator Research Organization) ที่มุ่งเน้นศึกษาธรรมชาติของอนุภาคเล็กๆ เพื่อเติมเต็มความเข้าใจฟิสิกส์พื้นฐาน

ไม่แน่ว่าในปี 2018 นี้อาจมีการตรวจพบสัญญาณใหม่ๆ ที่นำไปสู่กุญแจความเข้าใจเรื่องลึกลับในฟิสิกส์อย่าง สสารมืด ปฏิสสาร และปรากฏการณ์อื่นๆ ได้มากขึ้น



กล้องโทรทรรศน์อีเวนต์ฮอไรซัน (Event Horizon Telescope) เตรียมเผยภาพหลุมดำ

นับได้ว่าเป็นการสังเกตการณ์ที่ยาวนานถึง 20 ปี เลยก็ว่าได้ เมื่อนักดาราศาสตร์ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์อีเวนต์ฮอไรซันสังเกตการณ์หลุมดำมวลยิ่งยวดที่มีมวล 4 ล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์ โดยหลุมดำดวงนี้อยู่ที่ใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา ซึ่งตามแผนแล้ว ในปี 2018 น่าจะมีข่าวคราวออกมาว่าข้อมูลที่เก็บได้เป็นอย่างไรบ้าง เรามารอติดตามกันเถอะ


การส่งยานปาร์กเกอร์โซลาร์โพรบ (Parker Solar Probe)

ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 19 สิงหาคม เป็นช่วงที่องค์การนาซาจะส่งยานอวกาศชื่อ ปาร์กเกอร์โซลาร์โพรบ ไปสู่ดวงอาทิตย์ เพื่อศึกษาบรรยากาศชั้นโคโรนาและสภาพโดยรอบ

โดยข้อมูลเหล่านี้ จะถูกนำมาซึ่งการพัฒนาดาวเทียม เพิ่มส่วนป้องกันรังสีของเครื่องบินโดยสาร เพิ่มความปลอดภัยให้กับนักบินอวกาศ รวมทั้งปรับปรุงโครงสร้างที่เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น และในอนาคต เราอาจมีระบบป้องกันดาวเทียมจากลมสุริยะก็ได้นะ!


ปรากฏการณ์ทางดาราศาตร์


เห็นปรากฏการณ์เยอะๆ ในปี 2561  เรียกได้ว่าเป็นโชคดีของเหล่าคอดาราศาสตร์ไม่น้อย เพราะมีแพลนกันให้ติดตามยาวกันถึงปลายปี และสำหรับใครที่เฝ้ารอปรากฏการณ์ หรือความรู้ ความเคลื่อนไหวต่างๆ ก็สามารถกางปฏิทินรอชมกันได้เลย!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon