‘แมรี่เซเลสเต้’ เรือที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย

posted: 2 years ago
3,598 views
‘แมรี่เซเลสเต้’ เรือที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย

comments
Mary_Celeste_as_Amazon_in_1861
แมรี่เซเลสเต้

การหายไปอย่างไร้ร่องรอยในท้องทะเลนั้น นับเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ถึงจะไม่ได้มีการรายงานอย่างเป็นกิลักษณะในทุกครั้งก็ตาม ซึ่งในแต่ละครั้ง ก็อาจจะเกี่ยวพันกันกับกรณีต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการถูกโจรสลัดดักปล้น การขาดแคลนอาหารในระหว่างที่กำลังเดินเรือ ซึ่งพบได้ค่อนข้างยากถ้าไม่ถึงคราวเคราะห์จริง และกรณีสุดท้ายคือการหายไปอย่างลึกลับดังเช่น ‘เรือแมรี่เซเลสเต้’ เรือสัญชาติอเมริกัน กับเรื่องราวที่ยังเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้

ประวัติของเรือแมรี่เซเลสเต้

maryceleste-2
ภาพเรือแมรี่เซเลสเต้ในจินตนาการ

เรือแมรี่เซเลสเต้ (Mary Celeste) เป็นเรือสัญชาติอเมริกันมีขนาดความใหญ่ถึง 103 ฟุต น้ำหนักรวม 282 ตัน มีกำหนดการสร้างให้แล้วเสร็จในปี 1861 แต่ถูกดำเนินการแก้ไขปรับปรุงในปี 1896 ก่อนจะได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการในภายหลัง

ครอบครัวของกัปตันเรือที่สาบสูญ กัปตันเบนจามิน ซาร่าภรรยา และโซเฟียลูกสาววัยสองขวบ

ในวันที่ 7 พฤศจิกายน เรือแมรี่เซเลสเต้ได้มีกำหนดการเดินทางจากนิวยอร์คเพื่อมุ่งหน้าไปยังกรุงเจนัวประเทศอิตาลี ภายในเรือมีสินค้าที่เตรียมไว้เพื่อการค้าขาย ณ ปลายทางอยู่มากมาย โดยเฉาะเอทิลแอลกอฮอล์ขนาดบรรจุ 1,701 บาร์เรลซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากพอดู โดยเรือลำนี้ได้รับการมอบหมายให้อยู่ภายใต้การดูแลของกัปตันเรือ เบนจามิน สปูนเนอร์ บริก โดยมีลูกเรืออยู่ภายใต้การควบคุมอีก 7 คน และ มีผู้โดยสารไปกับเรือลำนี้อีก 2 คนนั้นคือ ซาร่า ภรรยา และโซเฟีย ลูกวัยสองขวบของกัปตัน 

เรือใช้เวลาเดินทาง 2 สัปดาห์เพื่อไปถึงเมืองอะซอร์ซ (Azores) ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้าย ที่มีอยู่ในบันทึกการเดินเรือซึ่งบรรทึกลงไปในวันที่ 25 เดือนพฤศจิกายน เวลาตี 5

กรณีปริศนาที่เกิดขึ้น

113954-004-DF902131
ภาพจำลองขณะที่ผู้คนบนเรือพบเรือผีแมรี่เซเลสเต้

ในวันที่ 5 ธันวาคม ลูกเรือของเรือสัญชาติอังกฤษที่มีนามว่า Dei Gratia ซึ่งรอยลำอยู่ห่างออกไป 400 ไมล์ได้พบเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างอยู่ในทะเลพวกเขาจึงไปแจ้งให้กัปตัน เดวิด มอร์เฮาส์ ได้ทราบถึงเรื่องนี้

กัปตันเรือได้สั่งให้มีการนำเรือเล็กเข้าไปเทียบเรือแมรี่เซเลสเต้เพื่อสำรวจดูว่ามีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นบนเรือหรือไม่ แต่แล้วทั้งหมดก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าบนเรือลำดังกล่าวนั้นไม่มีใครอยู่เลยราวกับว่าเรือลำนี้เดินทางออกมาโดยปราศจากผู้โดยสารของมัน

Rock_of_Gibraltar_1810

ตามรายงานระบุว่า เรือลำนี้อยู่ในลักษณะที่เปียกทั้งลำ แต่ยังคงอยู่ในสภาพที่สามารถเดินเรือได้ นาฬิกาที่อยู่บนเรือก็ไม่ทำงานรวมถึงเข็มทิศของเรือที่หันไปผิดทิศทางอีกด้วย แต่ที่น่าประหลาดจนทำให้ผู้คนที่ขึ้นมาสำรวจต้องรู้สึกประหลาดใจก็คือข้าวของที่อยู่บนเรือทุกชิ้นยังอยู่ในสภาพที่ราวกับว่าพึ่งผ่านการใช้งานมาไม่นาน บนโต๊ะอาหารยังคงมีขนมปังวางไว้อยู่ ซุปในถ้วยก็ยังร้อน พวกเขาสืบค้นต่อไปจนถึงห้องของกัปตันที่พบดาบเปื้อนเลือดอยู่ใต้เตียงและบันทึกการเดินเรือที่บางหน้าก็หายสาบสูญไป

ข้อสันนิษฐานที่เกิดขึ้น

ป้ายอนุสรณ์เรือแมรี่เซเลสเต้

ในกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นมีผู้ที่ตั้งข้อสันนิษฐานขึ้นมามากมายหลากหลายข้อ แต่ที่ฟังดูแล้วน่าจะเป็นไปได้มากที่สุดนั้นมีดังต่อไปนี้

กรณีที่หนึ่ง: เอทิลแอลกอฮอล์ที่พวกเขาขนมานั้นได้ทำปฏิกริยาบางอย่างจนทำให้สารเคมีชนิดนี้รั่วไหลออกมาและทำให้ผู้ที่อยู่บนเรือเกิดอาการประสาทหลอนและหันมาจับอาวุธเพื่อฆ่ากันเอง แต่ข้อสันนิษฐานนี้ก็ยังมีข้อสังเกตุอยู่ตรงที่ว่าบนเรือลำนี้ไม่ได้ปรากฏร่องรอยการต่อสู้อยู่บนเรือแถมอาหารก็ยังอยู่ในลักษณะที่อุ่นอยู่ด้วย

กรณีที่สอง: พวกเขาถูกอสูรร้ายจากใต้ท้องทะเลจู่โจม มีบางส่วนนั้นเชื่อว่าเรือของพวกเขาถูกโจมตีโดยสัตว์ร้ายจากใต้ท้องทะเลจนทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่บนเรือต้องถึงแก่ชีวิต แต่ข้อสันนิษฐานนี้ก็ถูกโต้แย้งด้วยเหตุที่ว่าตัวเรือนั้นไม่ได้มีความเสียหายที่เกิดจากร่องรอยของสัตว์ร้ายข้อสันนิษฐานนี้จึงเป็นไปได้น้อย

กรณีสุดท้าย: พวกเขาถูกโจรสลัดลักพาตัวเพื่อไปเรียกค่าไถ่จากทางการ โดยหลักฐานที่เห็นได้อย่างเด่นชัดที่สุดก็คือร่องรอยของเลือดที่ปรากฏบนดาบ

อย่างไรก็ตามปริศนาดังกล่าวนั้นก็ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้และยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาที่ดำมืดมาจนถึงทุกวันนี้


avatar
by A.J.Style
A.J.Style นักเขียนหนุ่มอารมณ์ดี อายุ 23 ปี อดีตนักกีฬา MMA (ที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและซุปเปอร์ฮีโร่เป็นพิเศษ) ปัจจุบันนี้รับหน้าที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับ ภาพยนตร์,เคล็ดลับน่ารู้ และ ดวง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon