ปวดต้นคอปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม

posted: 1 year ago
ปวดต้นคอปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม

comments

ด้วยสภาพการทำงานที่ต้องรีบเร่ง การอดอาหาร อดหลับอดนอนเพื่อให้งานเสร็จ ทำให้ ร่างกาย ต้องแบกรับความตึงเครียด ปราศจากการพักผ่อน อีกทั้งการใช้ คอมพิวเตอร์วันละหลายๆ ชั่วโมง นั่ง ยืน เดิน ฯลฯ ไม่ถูกท่า หรืออยู่ในท่าซ้ำ เดิมๆ ต่อเนื่องนานเกินไป จนปวดต้นคอ บ่าไหล่ เมื่อยล้าหลัง ขา เท้า ข้อมือ ข้อเข่า หรือปวดศีรษะ และหนักขึ้นๆ กระทั่งเข้าสู่ภาวะออฟฟิศซินโดรม ซึ่งในระยะยาว อาจจะก่อให้เกิดอาการเรื้อรังและโรคอื่นๆ ตามมาได้ หากปล่อยไว้ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

Young businesswoman with neck pain sitting at office desk

ออฟฟิศซินโดรมที่เป็นโรคเกิดจาก พฤติกรรมการทำงานและใช้ชีวิตไม่เหมาะสม เมื่อรักษาแล้วต้องปรับพฤติกรรมชีวิต เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นซ้ำหรือเป็นภาวะปวดเรื้อรัง จำแนกง่ายๆ 3 ระดับดังนี้

Neck pain
ระยะเริ่มต้นจะแสดงอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ จนคนมองข้ามไป เช่น อาการปวดบ่า ปวดต้นคอ ปวดหลัง ปวดหัว ฯลฯ
ระยะต่อมา คือ ปวดจนแทบขยับเขยื้อนร่างกายแทบไม่ได้ ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณเตือนของอาการ กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง เช่น อาการยกแขนไม่ขึ้น เนื่องจากมีพังผืดเกาะที่บริเวณสะบักและหัวไหล่ บางรายอาจมีอาการชาไปที่มือหรือนิ้ว
ระยะหนักหน่วง คือ ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการปรับพฤติกรรมหรือรักษา อาจนำไปสู่โรคร้ายที่อันตรายถึงชีวิต เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลันได้



การวินิจฉัยและเข้ารับการรักษา

แพทย์จะพิจารณาจากสาเหตุของโรคก่อน เพื่อคืนสภาพของกระดูกและข้อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท สู่สภาวะปกติ และเป็นการป้องกันไม่ให้กลับมาเกิดอาการปวดอีก โดยแนวทางในการรักษาแบบไม่ผ่าตัดมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค เช่น การใช้พลาสมาซึ่งมาจากเลือดของคนไข้ ผ่านกระบวนการพิเศษในการแยกพลาสมาจากน้ำเลือดของเรา เพื่อนำมาซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ หรือการฉีดยาระงับการปวดการอักเสบ การใช้คลื่นความถี่พิเศษไปหยุดยั้งความเจ็บปวดของเส้นประสาท ซึ่งเหมาะสำหรับคนไข้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง ในบางกรณีแพทย์อาจต้องให้มีการทำกายภาพบำบัด หรือการรักษาอื่นๆ ร่วมด้วย


สาเหตุหลักของปัญหาอาการปวดต้นคอ บ่า ไหล่ ระยะยาวค่อนข้างระมัดระวังเรื่องการนั่งทำงานหรืออยู่ในอิริยาบถเดิมๆ เป็นเวลานาน เช่น การนั่งก้มหน้า ตัวงอ ห่อไหล่ อยู่กับสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ ที่จะทำให้เกิดการเกร็งกล้ามเนื้อ บริเวณคอและไหล่ โดยจะพักเปลี่ยนอิริยาบถ หรือมีการยืดกล้ามเนื้อผ่อนคลายระหว่างทำงานเป็นระยะๆ



สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายบริเวณต้นคอ ท่าออกกำลังกายเพื่อให้ได้ยืดเส้นยืดสายในออฟฟิศ สองท่า ท่าแรกคือ Squat Mobility ท่าที่สองคือ Push up Shoulder Mobility ทั้งสองท่าจะช่วยในการปรับสรีระ และเรื่องการขยับตัวของกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อต่าง ๆ จากการอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ

ขั้นตอนง่ายๆ ของ ท่าแรก Squat Mobility
หนึ่ง- ยืนขากว้างประมาณหัวไหล่
สอง- ขาตรงก้มลงไปจับปลายเท้า ท่อนแขนอยู่ด้านในของขา
สาม- นั่งยองลงไป
สี่- ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะแล้วยืนขึ้น

ขอบคุณภาพ www.komchadluek.net
ขอบคุณภาพ www.komchadluek.net

ส่วนท่าที่สอง Push up Shoulder Mobility
หนึ่ง-เริ่มท่ามาตรฐานแบบวิดพื้น บนพื้น กำแพง หรือโต๊ะทำงาน
สอง- ย่อแขนและลำตัวลง ให้ข้อศอกกาง
สาม- ดันตัวเองกลับมาแขนตรง กดศีรษะลง
สี่- กลับมาที่ท่าเริ่มต้น


7 ข้อปรับพฤติกรรม

1. เลิกอิริยาบถในการทำงานไม่เหมาะสม ทั้งนั่งหลังค่อม การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ มากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ หรือการยืน เดิน และอยู่ในอิริยาบถอื่นใดนานเกินไป
2. ลดปัญหาความเครียด เพราะความเครียดนำมาซึ่งอาการยึด ตึง ของเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ได้ทุกส่วน

3. ละจากสภาพแวดล้อมที่ไม่อำนวยความสะดวกต่อการทำงาน โต๊ะทำงานที่ไม่เป็นระเบียบ ไม่สะดวกต่อการหยิบสิ่งของ เก้าอี้ไม่เหมาะสม ไม่มีพนักพิงที่รองรับหลังอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการกดแป้นคียบอร์ดที่ไม่มีตัวรองรับ ข้อมือ จะทำให้มีการกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำๆ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการอักเสบบริเวณเส้นเอ็น รวมทั้งเกิดภาวะพังผืดหนา ทำให้เกิดอาการชาบริเวณนิ้ว และข้อมือ
4. ดูแลอาหารการกิน ให้ตรงมื้อ และครบคุณค่าทางโภชนาการ การรับประทานน้อยเกินไป การอด หรือ กินไม่ตรงเวลา ย่อมทำให้เกิดปัญหาโรคอื่นๆ ตามมา รวมถึง การกินที่มากกินไป กินของไม่มีประโยชน์ ก็เช่นกัน
5. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะสารชนิดนี้มีผลกระตุ้น ให้เกิดการหลั่งกรดออกมามาก

6. ส่งเสริม สภาพแวดล้อมอื่นๆ จัดโต๊ะและเก้าอี้ทำงาน และอุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะกับอิริยาบถประจำวัน ทำห้องทุกห้องในบ้านและที่ทำงานให้ปลอดโปร่ง สะดวกต่อการ ยืน เดิน และหยิบฉวยสิ่งของ ทั้งยังสร้างความผ่อนคลาย
7. เพิ่มเติมการออกกำลังกาย หรือ กีฬาเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 วัน วันละ 30 นาที


เพียงเท่านี้อาการปวดต้นคอที่จะทำให้เป็นโรคออฟฟิศซินโดรม ก็จะถอยห่างความสนิทสนมออกไปจนกลายเป็นหนุ่มสาวสุขภาพดีที่ไร้ความกังวลต่อโรคต่างๆ ในอนาคตแล้ว


ขอบคุณข้อมูลจาก ศ.นพ.ธไนนิธย์ โชตนภูติ แพทย์หัวหน้าสถาบัน และแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ และผศ.นพ.จิระเดช ตุงคะเศรณี แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อประจำคลินิกนวัตกรรมระงับปวด สถาบันกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพญาไท 2


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon