กรมปศุสัตว์ยกระดับอาหารปลอดภัยตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

posted: 9 months ago
กรมปศุสัตว์ยกระดับอาหารปลอดภัยตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

comments

ประเทศไทยยังถือว่าเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง อันดับ 1 ในเอเชีย เป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์นม อันดับ 1 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) และตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ที่กรมปศุสัตว์ให้การรับรองมาตรฐานและออกใบรับรองสุขอนามัยเพื่อการส่งออก มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เจรจากับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ทำให้ไทยมีโอกาสเปิดตลาดส่งออกสินค้าปศุสัตว์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี 2561 การส่งออกสินค้าปศุสัตว์จะเพิ่มเป็น 2.2 แสนล้านบาท



ทั้งนี้ ในปี 2560 ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์สามารถผลักดันทุกกระบวนการให้มีมาตรฐานการปฏิบัติที่ดี ตั้งแต่ต้นน้ำ โดยมีโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงตามมาตรฐาน GMP และ HACCP จำนวน 66 โรงงาน และ 59 โรงงานตามลำดับ มีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP รวม 17,750 ฟาร์ม ครอบคลุม 17 ชนิดสัตว์ ส่วนกลางน้ำมีการพัฒนาและรับรองโรงฆ่าสัตว์เพื่อการบริโภคภายในประเทศที่มีใบอนุญาต ฆจส.2 จำนวน 2,374 แห่ง ด้านโรงฆ่าสัตว์-โรงตัดแต่ง-โรงงานแปรรูป ฯลฯ เพื่อการส่งออกที่กรมปศุสัตว์ให้การรับรอง GMP และ HACCP จำนวน 256 โรงงาน ศูนย์รวบรวมไข่ GMP 28 ศูนย์ และศูนย์รวมน้ำนมดิบ GMP 192 ศูนย์ รวมถึงการพัฒนาปลายน้ำด้วยการรับรองผลิตภัณฑ์อาหารตามมาตรฐาน Q และรับรอง จุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ปศุสัตว์ OK อย่างต่อเนื่อง

ปศุสัตว์
นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์

นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์เร่งเครื่องยกระดับมาตรฐานการผลิตสัตว์และแปรรูปผลิตภัณฑ์ ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะการบูรณาการในการทำงานร่วมกันของกรมปศุสัตว์ และทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัยตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Value Chain) ช่วยสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ จากมาตรฐานการผลิตที่ดีและมีตลาดรองรับผลผลิต ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตรวจรับรอง “มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร : มาตรฐาน Q” แก่ผลิตภัณฑ์สินค้าอาหารที่ควบคุมความเย็นตลอดห่วงโซ่ (Cold Chain) โดยสินค้าปศุสัตว์ที่ได้มาตรฐาน Q รวม 78 แห่ง

ขณะที่กรมปศุสัตว์ก็ประสบความสำเร็จในการผลักดันสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ปลอดภัย “ปศุสัตว์ OK” ทั้งร้านค้าและเขียง ร้านโมเดิร์นเทรด และตู้เย็นชุมชนพอร์คชอป ที่เป็นปลายน้ำของห่วงโซ่ทำหน้าที่ส่งมอบผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภคโดยตรง ปัจจุบัน สามารถพัฒนาสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการแล้วถึง 4,000 ราย เนื้อสัตว์ทั้งหมดมาจากโรงฆ่าสัตว์รวม 65 แห่ง จากต้นทางฟาร์มเลี้ยงสัตว์ GAP รวม 1,600 ฟาร์ม ซึ่งทั้งหมดสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดการผลิต โครงการนี้ทำให้แต่ละวันมีปริมาณเนื้อสัตว์ปลอดภัยกว่า 9 แสนกิโลกรัม เข้าถึงผู้บริโภคมากกว่า 35 ล้านคน พร้อมทั้งรับรองสถานที่จำหน่ายปศุสัตว์ OK ไข่ รวม 24 แห่ง และยังได้รับรางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ประเภทรางวัลการพัฒนาการบริการ ระดับดีเด่น จากสำนักงาน ก.พ.ร.

ปศุสัตว์

“กรมปศุสัตว์ตั้งเป้าหมายการรับรองปศุสัตว์ OK เพิ่มอีก 1,000 แห่ง และจะใช้ความสำเร็จของโครงการนี้เป็นต้นแบบบูรณาการสู่กิจกรรมอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่มีความปลอดภัยตามมาตรฐาน ได้รับอาหารปลอดยาปฏิชีวนะและสารตกค้าง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีสินค้าตรงกับความต้องการของตลาด และมีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ”

ด้าน นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์และโฆษกกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ และผู้ประกอบการ ได้ร่วมกันพัฒนาระบบมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โรงงานอาหารสัตว์ โรงฆ่าสัตว์ และโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ ตลอดจนระบบการป้องกันควบคุมโรค และระบบการตรวจสอบสอบย้อนกลับ (Traceability) ตั้งแต่ฟาร์มจนถึงผู้บริโภค (from farm to fork) จนมีคุณภาพมาตรฐานระดับโลก (World Class Quality) ทำให้สามารถส่งออกสินค้านำเงินตราเข้าประเทศปีละประมาณ 2 แสนล้านบาท



“อุตสาหกรรมไก่เนื้อ เป็นตัวอย่างความสำเร็จในการร่วมกันพัฒนา ทำให้วันนี้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่อันดับ 3 ของโลก จากจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย ปลอดสาร ไม่มีการใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ไม่มียาปฏิชีวนะตกค้าง ทำให้เนื้อไก่ของไทยเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และปลอดภัยสำหรับการบริโภคของผู้บริโภคทั่วโลก และกลายเป็นต้นแบบการพัฒนาของอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์สู่การส่งออกของไทย”


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon