ตามส่องปีใหม่ ทั่วโลกเขามีวันปีใหม่ประจำชาติแบบเราไหมนะ ?

posted: 1 year ago
ตามส่องปีใหม่ ทั่วโลกเขามีวันปีใหม่ประจำชาติแบบเราไหมนะ ?

comments

ใกล้วันสงกรานต์เข้าไปทุกทีแล้ว หลายๆ คนคงจะมีแผนการสำหรับวันหยุดยาวกันอย่างแน่นอน  และวันสงกรานต์นั้น ไม่เพียงแต่เป็นวันหยุดยาวของไทยเรา แต่ยังถูกนับว่าเป็นวันปีใหม่ของไทยอีกด้วย

ว่าแต่ เคยสงสัยกันบ้างรึเปล่าว่า นอกเหนือจากปีใหม่ของไทยเรานี้ ทั่วโลกเขาจะมีวันปีใหม่แยกเฉพาะเจาะจง แตกต่างจากวันที่ 1 มกราคม ที่เราคุ้นเคยบ้างรึเปล่านะ ?


ย้อนเวลา ก่อนจะมาเป็นวันปีใหม่สากล

พวกเราคุ้นเคยกับวันที่ 1 มกราคม ที่เป็นวันปีใหม่สากลของโลกเป็นอย่างดี แต่ในอดีตนั้น วันปีใหม่ที่เรารู้จักกันนี้ กลับไม่ใช่วันที่ 1 มกราคาคม ตั้งแต่แรก และกว่าจะมาเป็นวันขึ้นปีใหม่ในปัจจุบันนั้น  ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งเลยทีเดียว

โดยวันขึ้นปีใหม่นั้น เริ่มต้นมาจากชาวบาบิโลน ซึ่งเป็นชนชาติแรกที่เริ่มเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อกว่า 2000 ปีก่อนคริสตกาล ฉะนั้น วันปีใหม่นับได้ว่าเป็นวันหยุดที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

ครั้งแรกนั้น ปีใหม่ จะเป็นวันที่ 21 มีนาคม หรือ ‘วสันตวิษุวัต (Spring Equinox)’ เพราะชาวบาบิโลนถือว่าเป็นวันที่เปลี่ยนจากฤดูหนาวไปสู่ฤดูใบไม้ผลิของซีกโลกเหนือ และชาวบาบิโลนจะเรียกวันนี้ว่า ‘วันใบไม้ผลิ’ หรือ ‘Akitu’ ซึ่งชาวบาบิโลนถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่


Colosseum in Rome and morning sun, Italy


หลังจากนั้น เวลาผ่านไปหลายพันปี ต่อมาทางรัฐสภากรุงโรม ก็ได้ประกาศให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ครั้งแรกในปี 153 ก่อนคริสตกาล เพราะชาวโรมันนั้นนับถือเทพเจ้าเจนุส (Janus)  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงและการเริ่มต้นใหม่ และนั่นก็เป็นที่มาของเดือน มกราคม (January) และทำให้กรุงโรมนับว่า วันที่ 1 มกราคม นี่ คือวันเริ่มต้นปีใหม่

แต่เรื่องราวก็ดูจะไม่จบแค่นี้ เพราะต่อมา หลังจากที่อาณาจักรโรมันได้เสื่อมอำนาจลง หลายๆ วัฒนธรรมก็ได้เริ่มถือวันอื่นๆ เป็นวันปีใหม่ตามหลักความเชื่อของตนเองกันบ้าง และแต่งตั้งวันต่างๆ ขึ้นมาเป็นวันปีใหม่ของตน

จนกระทั่งในปี ค.ศ.1582 ประเทศแถบยุโรปที่เป็นคาทอลิก (Catholic) ก็ได้กลับมาถือว่า วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหมอีกครั้ง ตามปฏิทินเกรโกเรียน และได้ปฏิบัติต่อๆ กันมา จนปัจจุบันให้การยอมรับ และนับว่าวันดังกล่าว เป็นวันปีใหม่สากลไปในที่สุด



แล้วปีใหม่ไทย เป็นมายังไงบ้างนะ

แน่นอนว่า สำหรับประเทศไทยของเรานั้น ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงวันปีใหม่หลายครั้ง เช่น ในช่วงสมัยอยุธยา ก็ได้ถือเอาวันแรม 1 ค่ำ หรือบางช่วงก็เป็นวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย หรือที่เราเข้าใจกันก็คือ เดือนธันวาคม เป็นช่วงวันปีใหม่ เนื่องจากคนไทยอย่างเรานั้นได้ยึดตามหลักปฏิทินจันทรคติและความเหมาะสมของฤดูกาลของสยามในยุคนั้นมาเป็นที่ตั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับคติแห่งพระพุทธศาสนา ที่ถือช่วงเหมันต์หรือหน้าหนาวเป็นการเริ่มต้นปี

ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงไปตามคติพราหมณ์ คือถือเอาวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 เป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งตรงกับวันสงกรานต์ ดังนั้นในสมัยโบราณเราจึงถือเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย

แต่การนับวันปีใหม่หรือวันสงกรานต์ตามวันทางจันทรคติ เมื่อเทียบกับวันทางสุริยคติ ย่อมคลาดเคลื่อนกันไปในแต่ละปี ดังนั้นในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ปี พ.ศ. 2432 (ร.ศ. 108) ซึ่งตรงกับวันที่ 1 เมษายน จึงให้ถือเอาวันที่ 1 เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย เพื่อวันปีใหม่จะได้ตรงกันทุกปี  ทว่าประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะตามชนบท ก็ยังคงยึดถือเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่อยู่

และในที่สุด ไทยก็ได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้ง เป็นวันที่ 1 มกรคม ปี พ.ศ. 2483  ในสมัยคณะรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม  จนมาถึงปัจจุบัน


songkran festival


ส่องปีใหม่ ที่ไม่ใช่ วันที่ 1 มกราคม จากทั่วทุกมุมโลก

อย่างที่เราได้เล่าไปแล้วว่า ก่อนที่จะนับวันที่ 1 มกราคม เป็นวันปีใหม่สากล ทั่วทั้งโลกเอง ก็ต่างมีวันปีใหม่ประจำชาติของตัวเองกันทั้งนั้น และเราจะพาทุกคน ตามไปส่องกันดูสิว่า ปีใหม่ของแต่ละที่นั้น มีอะไร แตกต่างจากสงกรานต์บ้านเราหรือเปล่านะ ?


  • สำหรับ ชาวโรมัน ไอยคุปค์ เฟนิเชียนและอิหร่าน เคยจัดงานปีใหม่ วันที่ 21 กันยายน ก่อนที่ต่อมา จะเปลี่ยนมาใช้ปฏิทินแบบยูเลียน จึงเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่มาเป็นวันที่ 1 มกราคม
  • สำหรับชาวยิวนั้น จะขึ้นปีใหม่ประมาณ วันที่ 6 กันยายน
  • ชาวคริสเตียนในยุคกลางเอง ก็ต่างเริ่มปีใหม่ใน วันที่ 25 มีนาคม แต่เมื่อมีการใช้ปฏิทินแบบกรีกอเรียน ชาวคริสเตียนนิกายโรมันคาทอลิกก็กลับมาขึ้นปีใหม่วันที่ 1 มกราคม

Family Together Christmas Celebration Concept


  • ส่วนชาวอังกฤษ เชื้อสายแองโกลซักซอน ได้เริ่มปีใหม่ วันที่ 25 ธันวาคม ภายหลังเมื่อพระเจ้าวิลเลี่ยม ได้เป็นราชาธิราชแห่งเกาะอังกฤษ จึงเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่มาเป็นวันที่ 1 มกราคม แทน
  • สำหรับชาวจีน คงหนีไม่พ้น วันตรุษจีน ที่เราคุ้นเคยกันดี เป็นแน่ ซึ่งส่วนมากตรุษจีน หรือวันปีใหม่ของจีน จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย ตามปฏิทินจันทรคติของจีน และถือว่าคืนวันที่ 30 เดือน 12 เป็นวันส่งท้ายปีเก่า ส่วนวันที่ 1 เดือน 1 คือ วันชิวอิก หมายถึงวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจะอยู่ราวๆ กลางเดือนมกราคม – กลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งกินระยะเวลา 10-15 วัน

Red lanterns over people in courtyard of Chinese style Buddhist temple


  • แน่นอนว่า ทางเกาหลีเอง ก็มีวันปีใหม่เกาหลีเช่นกัน โดยวันดั่งกล่าวจะเรียกว่า วันซอลลัล (설날) หรือ Lunar New Year นั้น คือวันปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติ ทุกคนจะกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว ห้างสรรพสินค้า และบริษัทต่างๆ ก็จะปิด เพื่อให้พนักงานได้กลับบ้านเกิดไปอยู่กับครอบครัว ทำพิธีเคารพบรรพบุรุษ มีงานเลี้ยงและมีกิจกรรมทำร่วมกัน ซึ่งกิจกรรมหนึ่งที่นิยมเล่นกันเพื่อความสนุกสนานก็คือ  เล่นหมากเก็บ หรือที่นั่นเรียกว่า คงกี (공기) และหยุดยาวถึง 4 วัน ติดต่อกัน เลยทีเดียว


จะเห็นได้ว่า แต่ละประเทศ แต่ละชนชาติเอง ก็ล้วนแล้วแต่มีวัฒนธรรม มีความเชื่อที่แตกต่างกันไป ก่อนจะกลับมาตกลงใช้วันที่ 1 มกราคม แทนที่ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันแทน

แน่นอนว่าไทยเอง ก่อนที่จะมีวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยนั้น ก็มีการปรับเปลี่ยนต่างๆ นานา ก่อนจะได้ข้อสรุปให้กลายเป็นดั่งปัจจุบัน


ก็จบไปกันแล้ว สำหรับปีใหม่จากทั่วทุกมุมโลก แน่นอนว่าวันปีใหม่นั้น ส่วนมากเกิดขึ้นจากความเชื่อ โดยมีทิศทางเดียวกันคือ บอกลาปีเก่า และเริ่มต้นกันใหม่ ก็เอาเป็นว่าใครที่ยังไม่ได้เริ่มอะไรใหม่ๆ ก็ยังมีโอกาส กับปีใหม่ไทยนี่

และสำหรับใครที่จะไปเที่ยว หรือกลับบ้านในสงกรานต์นี้ ก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพกันโดยถ้วนหน้าด้วยนะ!


avatar
by คะน้าใบเขียว
มนุษย์ผู้มีชีวิตชีวายามค่ำคืน ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมักเกิ้ลในยุคปัจจุบันอยู่ แต่ทุกวันนี้ นางก็ยังไม่ชินเสียทีจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon