โดน ผีอำ เป็นเรื่องหลอนๆ หรือเพราะนอนไม่พอ?

posted: 1 year ago
โดน ผีอำ เป็นเรื่องหลอนๆ หรือเพราะนอนไม่พอ?

comments

ขณะที่หลับใหลอยู่ในห้วงนิทรายามค่ำคืน การหายใจที่ติดขัด รู้สึกอึดอัดหน้าอกเหมือนถูกกดทับบนร่างกาย ก็คงทำให้นอนฝันหวานนั้นพังทลายลง พอจะลืมตาขึ้นมาเพื่อสำรวจตัวเอง กลับพบว่า “ร่างกายขยับไม่ได้” รวมไปถึงพูดไม่ได้ แถมยังหายใจลึกๆ ไม่ได้อีกด้วย และมีความรู้สึกราวกับว่าเป็นอัมพาตทั้งตัว หากโชคร้ายหน่อยก็จะพบกับภาพหลอนนานาชนิด ได้ยินเสียงหลอนแว่วมาตามสายลม อาการเหล่านี้ถูกเรียกต่อขานกันมาตั้งแต่สมัยโบราณว่า “ผีอำ”


ทำไมผีถึงอำ

เมื่อขึ้นชื่อว่าผีอำก็ยากนักที่จะเป็นฝีมือของคน แน่นอนว่าต้องเป็นการกระทำของสิ่งที่เรามองไม่เห็น หรือสิ่งที่อยากให้เรามองเห็น (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม) โดยความเชื่อหรือข้อห้ามที่ความขลังยังไม่จางหายคือ “ห้ามนอนขวางทาง”

หมายถึงว่าที่ตรงไหนเป็นทางสัญจรไปมาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ไม่ควรไปนอนขวางทางเป็นเด็ดขาด เพราะเป็นทางผ่านของผี ถ้าไปนอนขวางทาง ณ ที่ตรงนั้นก็จะโดนผีเล่นงาน อย่างเช่นนอนขวางทางเข้าบ้าน ยิ่งใครก็ตามที่มีความเหนื่อยล้าสะสมในแต่ละวัน บทจะหลับผลอยไปเลยง่ายๆ ก็มี


(ภาพจาก https://meresparaxenes.com/)
(ภาพจาก https://meresparaxenes.com/)

ซึ่งวิธีเล่นงานของผีเหล่านั้นไม่ใช่การเข้าสิง แต่เป็นการเหยียบทับบนร่างกาย ทำให้เรารู้สึกแปลกๆ อึดอัดระหว่างที่นอนหลับ เมื่อรู้สึกตัวก็ไม่สามารถขยับร่างกายได้ ลืมตาไม่ขึ้น แถมยังเห็นภาพหลอนแตกต่างกันไป เมื่อผีเหล่านั้นพอใจที่ได้เล่นงานอย่างทรมาน หรือรู้สึกสาแก่ใจเมื่อไหร่ ร่างกายก็จะกลับคืนมาเป็นปกติ


Young adult camping at night


ยิ่งเข้าป่าดงพงไพรจำเป็นที่จะต้องขอเจ้าที่เจ้าทาง หรือควรมีคาถาติดตัวไว้ยามเข้าป่าเพราะก่อนหน้านี้ไม่รู้กี่สิบปี ทางผ่านตรงที่กำลังจะล้มตัวลงนอนในป่าลึกอย่างน้อยที่สุดก็เป็นเส้นทางสัญจรผ่านไปมาของคนยุคก่อน ไม่ว่าจะเข้าไปนอนในป่า หรือนอนผิดที่ผิดทางที่ไม่คุ้นเคย ควรขออนุญาติหรือไหว้เจ้าที่เจ้าทาง และสวดมนต์ก่อนนอน ท่องบทไหนได้ก็ท่องบทนั้นไปเลย เพราะอย่างน้อยก็เป็นการบอกให้สิ่งลึกลับรู้ว่ามาดีและมาแล้ว


วิธีแก้เมื่อถูกผีอำ

Monks praying at Wat Pho, Bangkok


หากคิดจะต่อกรกับสิ่งลี้ลับลับก็ควรใช้สิ่งที่เราศรัทธา หรือสิ่งที่มีบุญมากกว่า เหนือกว่าสิ่งเหล่านั้น ซึ่งก็คือ

  • รัตนตรัยสามประการ

ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม และสังฆคุณ หรือบทสวดมนต์ที่สามารถท่องได้ในตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นบทสวดใดก็ท่องไปเลย สวดไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าร่างกายเราผ่อนคลาย และขยับตัวได้ ที่บอกว่าคิดบทไหนได้ก็สวดไป เพราะว่าบทสวดทุกบทมาจากพระพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ ความศักดิ์สิทธิ์ย่อมมีมากอยู่แล้ว

  • อุทิศส่วนกุศล

การที่เราถูกทับร่างกาย อีกความหมายหนึ่งคือต้องการขอส่วนบุญ ผีเหล่านั้นรับรู้หรือสัมผัสได้ว่าบุญกุศลตรงนั้นแผ่ซ่าน การอุทิศผลบุญส่วนกุศลจะเป็นอีกวิธีที่ทำให้ร่างกายเป็นอิสระจากพันธนาการเหล่านั้น

  • สติ

เมื่อทำทั้งสองวิธีข้างบนแล้ว สิ่งสุดท้ายคืออย่าฝืนและมีสติกับเหตุการณ์ตรงหน้า มีสติอยู่ตลอดเวลาว่าเรากำลังโดนกระทำอะไร ไม่ต้องต่อสู้ ไม่ต้องฝืน  แต่ให้สวดมนต์และแผ่บุญกุศลที่มีให้มากที่สุด แล้วสิ่งลึกลับเหล่านั้นก็จะจากไป


ผีอำเกิดขึ้นได้อย่างไร

(ภาพจาก https://www.esenciaymisterio.com/)
(ภาพจาก https://www.esenciaymisterio.com/)

ในปีระกา พ.ศ. 2560 ยุคที่วิทยาศาสตร์เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตมนุษย์มากโข การอธิบายเรื่องผีอำในเชิงวิทยาศาสตร์จึงเกิดขึ้นมากมาย โดยให้คำนิยามของผีอำว่าเป็นอาการหนึ่งที่เกิดขึ้นในเวลาที่นอนหลับ อาจจะเกิดขึ้นบ้าง หรือเกิดขึ้นบ่อยๆ และทุกคนสามารถเป็นได้

โดยเกิดจากกล้ามเนื้อของร่างกายเข้าสู่ภาวะของการหลับ (เรียกว่า REM หรือ Rapid Eye Movement) ร่างกายหลับใหลแต่สมองและจิตใต้สำนึกยังรู้สึกถึงสิ่งเร้าข้างกายอยู่ ผีอำที่ว่าเกิดขึ้นกับร่างกายกับสมองที่หลับไม่พร้อมกันหรือตื่นไม่พร้อมกัน ทำให้ร่างกายตอบโต้ออกมาโดยไม่สามารถขยับได้

(ภาพจาก http://theconversation.com/)
(ภาพจาก http://theconversation.com/)

แต่ผีอำนั้นจะเลเวลอัพมากขึ้นกว่าเดิมถ้าในเวลานอนเราฝันถึงเรื่องต่างๆ ที่ติดอยู่ในหัวก่อนจะนอน ดูหนังสักเรื่องแล้วติดอยู่ในห้วงของความคิดเราจะเกิดอาการ “ฝัน

และเมื่อฝันตอบสนองต่อร่างกายที่กำลังหลับใหลแต่ความรู้สึกตื่นตัว ผีอำจึงเกิดขึ้นมากับร่างกายที่กำลังเมื่อยล้าในแต่ละวัน หรือที่เรียกว่า “อาการเคลิ้มๆ ก่อนจะหลับ”


วิธีหลีกหนีผีอำ

สำหรับวิทยาศาสตร์แล้วนั้นผีอำก็คือหนึ่งในอาการของร่างกายที่ตอบสนองออกมาตามที่กล่าวไปข้างต้น เมื่อวิทยาศาสตร์ระบุว่าผีไม่ได้เป็นคนทำ แต่มนุษย์เป็นคนกระทำ ดังนั้น แก้ก็ต้องแก้ที่ตัวมนุษย์ ซึ่งผีอำเกิดได้บ่อยในทุกเพศทุกวัยในบุคคลที่มีลักษณะนิสัยต่อไปนี้

(ภาพจาก http://lifehacker.com/)
(ภาพจาก http://lifehacker.com/)

  • อดนอน
  • เปลี่ยนเวลานอนบ่อยๆ
  • นั่งหลับ
  • นอนหงายนานๆ ขณะหลับ
  • มีความเครียด
  • ฝันร้าย

(ภาพจาก http://www.huffingtonpost.com/)
(ภาพจาก http://www.huffingtonpost.com/)

และวิธีการง่ายมากของการหลีกหนีผีอำ ถ้ามีความเครียดสะสมก็รู้จักผ่อนคลายเสียบ้าง ก่อนนอนคืนนั้นๆ สัก 1 ชั่วโมง อย่าทำอะไรที่ให้รู้สึกว่ามีเรื่องตื่นเต้นติดอยู่ในห้วงของความคิด อย่างการเล่นเกมสนุกๆ บู๊ๆ เกมซอมบี้ในมือถือ ดูภาพยนต์ที่บู๊ระห่ำหรือสั่นประสาท แถมยังให้เกิดฝันร้ายตามมา  


(ภาพจาก http://supernaturalthings9.blogspot.com/)
(ภาพจาก http://supernaturalthings9.blogspot.com/)

อย่าอดนอนหรือเปลี่ยนเวลานอนบ่อยๆ ให้ทำเป็นกิจวัตรประจำวัน เพราะการนอนไม่พอ ก็ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า ทีนี้แหละก็ส่งผลให้ร่างกายถูกผีอำได้เช่นกัน และเมื่อรู้ตัวว่าง่วงก็ไปนอน ไม่ใช่นั่งหลับคาคอมพิวเตอร์ คาโทรทัศน์ เพราะกล้ามเนื้อก็ไม่ได้ผ่อนคลาย


Baby night light


หรือปรับแสงไฟในห้องนอนให้สลัวๆ สร้างบรรยากาศในการนอน ปิดทุกดวงและเปิดดวงนี้ทิ้งไว้ ให้ม่านตารู้สึกปรับแสงภายในห้อง เมื่อ 15 นาทีผ่านไปค่อยปิดและเข้านอน


ผีอำมีผลข้างเคียงต่อร่างกายหรือไม่

เมื่อเหตุการณ์ผีอำเกิดขึ้นกับร่างกายก็คงจะหนีไม่พ้นกับสภาพร่างกายที่ได้รับผลกระทบ ถ้าพูดถึงเรื่องความเชื่อที่แต่สมัยก่อนเรียกได้ว่าเป็นอาการที่ไม่มีอันตรายอะไร นอกจากโดนผีหลอก เป็นเรื่องความเชื่อที่พบเจอได้

(ภาพจาก http://supernaturalthings9.blogspot.com/)
(ภาพจาก http://supernaturalthings9.blogspot.com/)

แต่ถ้าในวิทยาศาสตร์หากเกิดอาการแบบนี้ขึ้นบ่อยๆ อย่างน้อยที่สุดอาจส่งผลข้างเคียงต่อสภาพจิตใจคือเกิดความกังวล ความกลัว ทำให้นอนไม่หลับ หรือการนอนไม่มีคุณภาพ ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว


ทั้งนี้ ผีอำคืออาการหนึ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ถ้าคนเชื่อในเรื่องสิ่งลึกลับก็จะคิดว่าเป็นการขอส่วนบุญ หรือนอนผิดที่ผิดทาง ก็ควรที่จะทำใจให้สบายก่อนนอน สวดมนต์ไหว้พระสักหน่อย แล้วคิดแต่เรื่องดีๆ และถ้ารู้จักทำควบคู่กันในทางวิทยาศาสตร์อย่างการนอนให้พอ นอนให้เป็นเวลา ผีอำอาจจะมาเยี่ยมเยือนน้อยกว่าเดิม หรือไม่ก็โบกมือลาไปเลย 

 


avatar
by buz

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon