อาชีพอิสระมีเฮ! เมื่อรัฐหนุนเสริมสวัสดิการที่ดีขึ้น

posted: 1 year ago
อาชีพอิสระมีเฮ! เมื่อรัฐหนุนเสริมสวัสดิการที่ดีขึ้น

comments

เป็นที่ทราบกันดีว่า อาชีพอิสระ หรือ Freelance หรือแรงงานนอกระบบ เช่น พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่แผงลอย รับจ้างทั่วไป วินมอเตอร์ไซค์ หรือแรงงานที่ทำงานอยู่บ้าน เป็นอาชีพที่ไม่มีนายจ้าง ไม่มีเงินเดือนประจำ แต่เป็นนายตัวเอง ดังนั้นสวัสดิการต่างๆ ก็ย่อมจะไม่ได้มีเหมือนกับพนักงานประจำที่ทางบริษัทมีไว้ให้



ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา เห็นชอบเพิ่มสิทธิผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จำนวน 3 ฉบับ โดยหวังว่าจะทำให้แรงงานอิสระ หรือลูกจ้างที่ไม่มีนายจ้างให้เข้าสู่ระบบมากขึ้น  เชื่อว่าหากมีสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นจะทำให้แรงงานที่เข้ามาจะได้รับสิทธิประโยชน์ใกล้เคียงกับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ซึ่งเป็นแรงงานในระบบ

อย่างไรก็ดี สิทธิของผู้ประกันตนที่จะได้รับตามมาตรา 40 ได้เพิ่มทางเลือก 3 ทางเป็นการเพิ่มเงินทดแทนในกรณีประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร และชราภาพ ได้แก่

ทางเลือกที่ 1 ผู้ประกันตนจ่ายสมทบเดือนละ 70 บาท รัฐจ่ายสมทบ 30 บาท รวมเป็นจ่ายสมทบ 100 บาท รับสิทธิประโยชน์ พื้นฐานคุ้มครอง 3 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ ซึ่งในส่วนของเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย จากเดิมที่เมื่อนอนโรงพยาบาลจะได้รับวันละ 200 บาท ไม่เกิน 30 วัน/ปี เพิ่มเป็น 300 บาท ไม่เกิน 30 วัน/ปี ถ้าไม่นอนโรงพยาบาลแต่แพทย์สั่งให้หยุดงาน 3 วัน ได้รับเงินชดเชย วันละ 200 บาท ไม่เกิน 30 วัน/ปี และกรณีไปพบแพทย์จะได้ครั้งละ 50 บาท ไม่เกิน 3 ครั้ง/ปี

สำหรับเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพยังให้สิทธิคงเดิม คือ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 500-1,000 บาท/เดือน เป็นเวลานาน 15 ปี เงื่อนไขต้องเป็นผู้ทุพพลภาพ หรือทุพพลภาพเพิ่มขึ้นตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการแพทย์ และกรณีเงินค่าทำศพเดิมได้รับ 20,000 บาท สิทธิประโยชน์ใหม่นอกจากได้รับเงินทำศพ 20,000 บาท แล้วยังได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มอีก 3,000 บาท

ทางเลือกที่ 2 ผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 100 บาท รัฐจ่ายสมทบ 50 บาท รวมเป็นเงินสมทบ 150 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 4 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ เงินบำเหน็จชราภาพ (เงินออมกรณีชราภาพ) ซึ่งจะได้รับเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับทางเลือกที่ 1 ส่วนเงินบำเหน็จชราภาพคงได้รับเหมือนเดิม

ทางเลือกที่ 3 ผู้ประกันตนจ่าย 300 บาท รัฐจ่ายสมทบ 150 บาท รวมเป็นเงินสมทบ 450 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 5 กรณี เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ เงินบำเหน็จชราภาพ (เงินออมกรณีชราภาพ) และเงินสงเคราะห์บุตร



โดยสำนักงานประกันสังคมได้เพิ่มสิทธิประโยชน์การบริการทางการแพทย์ เช่น กรณีคลอดบุตร เพิ่มสิทธิจากการเบิกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง เป็นไม่จำกัดจำนวนครั้ง เพิ่มอัตราการผ่าตัดอวัยวะกระจกตา จากเดิม 25,000 บาท เป็น 50,000 บาท และเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดให้ครอบคลุมทั้งกรณีการใช้เนื้อเยื่อตนเอง เนื้อเยื่อของพี่น้อง และเนื้อเยื่อของผู้บริจาค จาก 750,000 บาท เป็น 1,300,000 บาท

ปัจจุบันข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 มีผู้มาขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนแล้วจำนวน 2 ล้านกว่าคน จากจำนวนแรงงานนอกระบบประมาณ 21 ล้านคน ซึ่งหลังการปรับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นครั้งนี้น่าจะจูงใจให้แรงงานนอกระบบสมัครเข้ามาเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 มากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ รัฐบาลต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบให้ได้รับความคุ้มครองทางสังคมเช่นเดียวกับแรงงานในระบบ นอกจากนี้แล้วเงินสมทบในแต่ละปียังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ด้วย โดยขอหนังสือรับรองการชำระเงินสมทบจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อประกอบการยื่นภาษีหรือใช้ใบเสร็จรับเงินที่จ่ายเงินสมทบเป็นหลักฐาน

สำหรับการสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ประชาชนใช้หลักฐานเพียงบัตรประชาชนใบเดียวก็สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ข้อดีคือไม่ต้องตรวจสุขภาพ ไม่ตัดสิทธิบัตรทอง ขาดส่งเงินสมทบก็ยังเป็นสมาชิกต่อได้ และรัฐบาลร่วมออกเงินสมทบให้อีก สวัสดิการดี ๆ แบบนี้ชาว Freelance ไม่ควรพลาดนะคะ


avatar
by Anchalee Sabuysuk
"เมื่อมีโอกาสและมีงานให้ทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใดย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยันซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น" พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2530

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon