‘ช่างสักผู้หญิง’ ผู้สร้างสรรค์ศิลปะบนเรือนร่าง อาชีพต้องห้ามในเกาหลีใต้ !

posted: 1 year ago
2,988 views
‘ช่างสักผู้หญิง’ ผู้สร้างสรรค์ศิลปะบนเรือนร่าง อาชีพต้องห้ามในเกาหลีใต้ !

comments

‘รอยสัก’ เป็นหนึ่งในแฟชั่นยอดฮิตเฉพาะกลุ่ม แทรกซึมเป็นวัฒนธรรมย่อย (subculture) ของวัยรุ่น ในอดีตนั้นวัฒนธรรมการสักอาจมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละสังคม เช่น สังคมไทยมองว่ารอยสักเชื่อมโยงเข้ากับ ‘ไสยศาสตร์และคาถาอาคม’ สังคมญี่ปุ่นอาจเชื่อมโยงเข้ากับ ‘กลุ่มยากูซ่าหรือแก๊งอาชญากร’ แม้ว่าทุกวันนี้รอยสักกลายเป็นที่รู้จักในฐานะแฟชั่นด้านศิลปะบนเรือนร่าง หลายประเทศทั่วโลกเปิดรับวัฒนธรรมนี้เข้ามาในสังคมมากขึ้น ทำให้เกิดอาชีพช่างสักและนักออกแบบลายสัก แต่ทว่าในประเทศเกาหลีใต้ อาชีพนี้กลับเป็นอาชีพต้องห้าม พูดง่ายๆ ว่าไม่ได้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมายซะทีเดียว แต่รอยสักกลับเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ! เอ๊ะ…ห้ามมีอาชีพช่างสัก แต่รอยสักกลับเป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมายยังงั้นเหรอ แล้วหากชาวเกาหลีใต้อยากจะสักต้องไปสักที่ไหนล่ะ คำตอบก็คือ ต้องกระทำโดยแพทย์ผู้มีใบอนุญาตเท่านั้น  แต่ก็แน่นอนว่าผู้ที่อยากจะสักก็นิยมไปหาช่างสักที่มากกว่าไปหาแพทย์ Rabbit Daily จะพาคุณไปเจาะลึกและสำรวจความคิดเห็นของเหล่า ‘ช่างสัก (ผู้หญิง) ชาวเกาหลีใต้’ เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ ตามไปชมกันเลย !


มันเป็นเรื่องของสักสี…สำหรับเกาหลีใต้

www.japantimes.co.jp
www.japantimes.co.jp

อาชีพช่างสักเป็นอาชีพต้องห้ามในประเทศเกาหลีใต้ หากใครต้องการใบอนุญาตจะต้องติดต่อดำเนินการซึ่งมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อน แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอาชีพนี้เลย เพราะในสังคมเกาหลีใต้ก็ยังมีช่างสักเปิดร้านจำนวนมาก ลูกค้าก็จะทราบกันเองว่าร้านไหนฝีมือดี และตั้งอยู่แห่งหนตำบลไหน การที่ทางรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ได้เปิดเสรีเรื่องการสักนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขให้เหตุผลว่า การสักเป็นสิ่งที่ไม่ถูกสุขอนามัย ในอดีตนั้นใช้เข็มเพียงเล่มเดียว ซึ่งอาจเป็นปัจจัยให้เกิดการติดเชื้อ ไวรัสตับ รวมถึงเอชไอวี อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของแก๊งอาชญากรอีกด้วย นอกจากนี้กองทัพเกาหลีใต้ยังห้ามบุคคลมีรอยสักขนาดใหญ่เข้ารับราชการทหาร ดังนั้นการควบคุมร้านที่รับสักก็เปรียบเสมือนป้องกันไม่ให้ชายเกาหลีใต้บ่ายเบี่ยงไม่เข้ารับการเกณฑ์ทหารนั่นเอง (โอ้ ! มีเหตุผลด้านความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวด้วยนะเนี่ย จากเรื่องสักสีได้กลายเป็นเรื่องศักดิ์ศรีระดับชาติเลยทีเดียว) ขณะเดียวกันบรรดาช่างสักกลับมองว่า เป็นสิ่งที่รับไม่ได้มากๆ ที่มีการจำกัดอิสระในการถ่ายทอดผลงานศิลปะ !


อัน จุง ฮวาน ฮีโร่  ฮีโร่ของชาวเกาหลีใต้

ส่วนทัศนคติเรื่องการสักสี (สักและลงสีลวดลายต่างๆ) ในเกาหลีใต้เริ่มกลายเป็นที่นิยมและเปลี่ยนแปลงเมื่อ ฮัน จุง ฮวาน ‘ฮีโร่เกาหลีใต้’ นักฟุตบอลอดีตศูนย์หน้าทีมชาติเกาหลีใต้ทำประตูในการแข่งขันนัดกระชับมิตรกับทีมชาติญี่ปุ่นเมื่อประมาณปี 2000 และได้เปิดเสื้อโชว์ให้เห็นรอยสักบริเวณหัวไหล่ที่มีข้อความบอกรักภรรยา หลังจากนั้นเหล่านักกีฬา รวมถึงศิลปินก็เริ่มมีลายสักเล็กๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ทำให้รอยสักเริ่มกลายเป็นกระแสฮิตในสังคม บรรดาร้านรับสักก็เปิดให้บริการมากขึ้น แม้ว่าบางครั้งหากทางการจับได้ร้านเหล่านี้จะถูกลงโทษปรับก็ตาม ทั้งนี้วัฒนธรรมข้อห้ามเกี่ยวกับเรื่องรอยสักหรือลายสักในแต่ละประเทศก็จะมีความแตกต่างกัน เช่น เกาหลีใต้ห้ามคนมีรอยสักเกณฑ์ทหาร ญี่ปุ่นห้ามคนมีรอยสักลงแช่ออนเซ็น ไทยห้ามคนมีรอยสักบริจาคเลือด เป็นต้น


เปิดมุมมอง ‘รอยสัก’ จากช่างสักตัวจริง แถมยังเป็นผู้หญิงซะด้วย

ได้เข้าใจกันแล้วเนอะว่าทำไม๊ทำไมอาชีพช่างสัก ถึงเป็นอาชีพที่ไม่ถูกกฎหมายในประเทศเกาหลีใต้ แต่ก็อย่างที่ทราบกันดีว่าชาวเกาหลีใต้ก็นิยมสักกันเยอะแยะ ถือเป็นแฟชั่นบนเรือนร่างที่เผยถึงสีสันและเสน่ห์ที่น่าค้นหาภายใต้เรือนร่างนั้น และที่สำคัญ ‘รอยสัก’ ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อชายหนุ่มเท่านั้น แต่ผู้หญิงชาวเกาหลีใต้เองก็หันมาสักเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าอิสระบนเรือนร่างที่แท้จริง ไม่ว่าเพศไหนก็สามารถเลือกศิลปะประเภทนี้ประทับบนผิวหนังได้ ลองไปอ่านมุมมองของสาวเกาหลีใต้ที่คลั่งไคล้การสักกันดีกว่า ไปดูกันสิว่าพวกเธอมีมุมมองต่อเรื่อง ‘สักสี’ อย่างไรกันบ้าง และที่สำคัญพวกเธอไม่ได้เป็นชมรมคนรักรอยสักธรรมดานะ เพราะพวกเธอน่ะเป็นถึง ‘ช่างสักมืออาชีพ’ เลยล่ะ โอ้ ! สมัยนี้ผู้หญิงสามารถประกอบได้ทุกอาชีพเหมือนผู้ชายเลยล่ะ


#1

ช่างสัก 1


ชื่อ: Lyuhwa
อายุ : 27 ปี
จำนวนรอยสัก : มากกว่า 100
ลายสักแรกในชีวิต : รูปหญ้า สักตรงหน้าท้อง

ถาม : อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้หันมาสนใจเรื่องการสัก ?
ตอบ : สมัยเรียนมัธยมปลาย ฉันมักจะถูกเพื่อนนักเรียนผู้หญิงที่มีรอยสักใหญ่ๆ กลั่นแกล้งอยู่เป็นประจำ ฉันถึงกับไม่ยอมไปโรงเรียนเป็นเวลาถึง 2 ปี พอเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย ฉันเลือกเรียนด้านการออกแบบแฟชั่น แต่ฉันก็อยากจะเติมเต็มความฝันด้านศิลปะของตัวเองด้วย และก็เริ่มสัก โดยมีเป้าหมายว่าอยากจะมีรอยสักเยอะๆ เอาให้เยอะกว่าไอ้เด็กผู้หญิงคนนั้นที่เคยแกล้งฉันสมัยมัธยมปลายซะเลย

ถาม : ผู้คนที่พบเจอมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อเห็นรอยสักของคุณ ?
ตอบ : เมื่อผู้คนพบเห็นฉันบนท้องถนน พวกเขาพยายามหลีกเลี่ยงฉันค่ะ แม้ว่าบางคนจะมองรอยสักของฉันด้วยความสนใจก็ตาม แต่โดยรวมส่วนใหญ่ก็เหมือนจะกลัวๆ ฉันนะคะ

ถาม : ครอบครัวรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการสัก ?
ตอบ : จนถึงทุกวันนี้ บนตัวฉันมีรอยสักจำนวนมากเกินกว่าที่ครอบครัวจะสนใจแล้วล่ะค่ะ แต่ครั้งแรกที่ฉันเปิดเผยรอยสักแรกของฉันให้พวกเขาเห็น พวกเขาคิดว่ามันคงเป็นแค่สติกเกอร์แทททูธรรมดา ภายใน 1 เดือนเดี๋ยวก็หายไป ฮ่าๆ

ถาม : แล้วหลังจากนั้นได้ข่าวคราวอะไรจากผู้หญิงที่เคยกลั่นแกล้งคุณคนนั้นหรือเปล่า ?
ตอบ : อันที่จริงหล่อนก็เคยส่งข้อความมาหาฉันนะคะ ขอให้ฉันสักลวดลายให้เธอหน่อย แต่ขอโทษค่ะ  ฉันไม่ตอบกลับ


#2

ช่างสัก2


ชื่อ: Nini
อายุ : 22 ปี
จำนวนรอยสัก : เยอะมาก
ลายสักแรกในชีวิต : รูปดอกกุหลาบ บริเวณเหนือหน้าอก

ถาม : อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้หันมาสนใจเรื่องการสัก ?
ตอบ : ฉันเป็นคนที่ชอบเก็บสะสมความทรงจำ ฉันสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวของตัวเองกับลูกค้าที่มาสักได้ และทุกรอยสักบนตัวของฉันก็เป็นการบันทึกห้วงเวลาขณะหนึ่งในชีวิตของฉันเช่นเดียวกัน เช่น ฉันสักตัวอักษรย่อชื่อของแฟนลงบนแขน หลังจากที่เขาเสียชีวิตไป…เพื่อบันทึกความทรงจำถึงเขา

ถาม : ครอบครัวรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการสัก ?
ตอบ : ครอบครัวไม่ชอบค่ะ และขอร้องไม่ให้ฉันสักเพิ่มอีก แต่ตอนนี้ถ้าเปรียบเทียบกับครอบครัวอื่นๆ แล้ว นับว่าพ่อแม่ของฉันค่อนข้างที่จะเปิดใจนะคะ พวกท่านเพียงแค่กังวลว่าคนอื่นจะคิดกับฉันยังไงบ้างแค่นั้นเอง

ถาม : คุณมีทัศนคติเกี่ยวกับ ‘การมีรอยสัก’ ในประเทศเกาหลีใต้อย่างไร?
ตอบ : ฉันต้องการให้ผู้หญิงเกาหลีใต้รู้สึกมีความสนิทสนมและใกล้ชิดกับศิลปะที่เรียกว่า ‘การสัก’ มากยิ่งขึ้น และเราก็ไม่ควรไปแบ่งแยกพวกเขาออกจากสังคม


#3

ช่างสัก 3


ชื่อ: Mighi
อายุ : 30 ปี
จำนวนรอยสัก : มากกว่า 50
ลายสักแรกในชีวิต : รูปดาว ตรงข้อมือ

ถาม : ไหนลองบอกเล่าถึงสไตล์รอยสักของคุณสิ
ตอบ : สไตล์ของฉันคือการฉลองร่างกายมนุษย์ ด้วยการเพิ่มเติมสิ่งที่พบเห็นในทุกๆ วันลงบนเรือนร่างนั้น

ถาม : ครอบครัวรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการสัก ?
ตอบ : ในตอนแรก พ่อแม่ของฉันคิดว่าลวดลายเหล่านี้คือสติกเกอร์แทททู ต่อมาพวกท่านถึงรู้ว่าฉันมีรอยสักตรงแขนและขา แต่พวกท่านไม่รู้นะคะว่าฉันยังมีรอยสักทั่วทั้งตัว มันก็ยากหน่อยนะคะที่ต้องคอยเก็บความลับอยู่ตลอดเวลา

ถาม : อะไรคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่คุณหันมาเป็นช่างสัก ?
ตอบ :  ฉันเคยถูกจับส่งตำรวจตั้ง 3 ครั้งแน่ะ ครั้งแรกเลยคือมีคนแจ้งความว่าฉันเปิดร้านรับสัก แล้วก็มีตำรวจมาหาที่ร้าน ตอนนั้นฉันโกหกพวกตำรวจไปว่า ฉันแค่เป็นศิลปินรับวาดภาพทั่วๆ ไป ไม่ได้เป็นช่างสัก พวกเขาไม่เชื่อ แถมยังจับกุมตัวฉันไปสถานีตำรวจ ฉันต้องนั่งอยู่ที่นั้นราวๆ 4 ชั่วโมง ก่อนจะได้จ่ายค่าปรับและประกันตัวออกมาได้

ถาม : แล้วทำไมยังทำอาชีพนี้อยู่ล่ะ ในเมื่อปัญหาเยอะชนาดนั้น และเกาหลีใต้ก็เคร่งครัดเรื่องการสักด้วย ?
ตอบ : ก่อนหน้านี้ฉันเคยทำงานพาร์ทไทม์มานับไม่ถ้วน แต่ก็ยังไม่ค้นพบว่าตัวเองอยากประกอบอาชีพอะไร ที่จะสามารถทำไปได้ตลอดชีวิต จนฉันได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องการสักและหันมาเป็นช่างสัก ฉันรู้สึกว่ามันเติมเต็มตัวตนของฉัน เป็นอาชีพที่ทำให้ฉันค้นพบตัวเองค่ะ


#4

ช่างสัก 4


ชื่อ: Mirae
อายุ : 25 ปี
จำนวนรอยสัก : 13
ลายสักแรกในชีวิต : รูปดอกไม้ที่แขนและบนหลังเท้า

ถาม : อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้หันมาสนใจเรื่องการสัก ?
ตอบ : ฉันเป็นคนชื่นชอบงานศิลปะแบบ doodle (ศิลปะที่สร้างสรรค์ตามจินตนาการ นึกอะไรออก ก็วาดขึ้นมา) และฉันก็รักด้านการออกแบบด้วย การสักจึงถือเป็นสิ่งที่ผสมผสานระหว่างเซ้นส์ด้านการออกแบบแฟชั่นและสไตล์ความเป็นตัวตนของฉัน สำหรับฉันการมีรอยสักก็เหมือนกับการสวมเสื้อผ้านั่นแหละ

ถาม : ครอบครัวรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการสัก ?
ตอบ : พ่อของฉันยังไม่รู้เรื่องที่ฉันสักนะคะเนี่ย เวลาที่ฉันกลับไปเยี่ยมท่านที่บ้าน ก็จะไปเฉพาะช่วงหน้าหนาว และก็สวมเสื้อผ้าหนาวๆ แขนยาวๆ หรือไม่ก็สวมแจ็คเก็ตทับอีกที  นอกจากนั้นฉันยังสวมเดรสยาวด้วยนะคะ ฮ่าๆ

ถาม : อะไรคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่คุณหันมาเป็นช่างสัก ?
ตอบ : ฉันเคยถูกร้านสักที่เป็นคู่แข่งกันโทรศัพท์เรียกตำรวจมาจับ เพราะเขาต้องการให้ร้านของฉันถูกสั่งปิด เพราะฉะนั้นอยู่ในวงการนี้ต้องสตรอง

ถาม : คุณคิดว่าทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องรอยสักในประเทศเกาหลีใต้ทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปไหม ?
ตอบ : การสักก็เหมือนกับแฟชั่นนั่นแหละ มันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งฉันก็หวังว่ามันจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น


ตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ จากบรรดาสาวๆ ที่ประกอบอาชีพช่างสักตัวจริงเสียงจริงคงพอจะทำให้เราได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมการสักและทัศนคติต่อการสักในประเทศเกาหลีใต้เนอะ แม้การสักจะเป็นแฟชั่นที่ทั่วโลกรู้จัก แต่ข้อแตกต่างทางด้านสังคมและวัฒนธรรมย่อมส่งผลให้ข้อจำกัดในแต่ละประเทศและการยอมรับมีความแตกต่างกัน สำหรับใครที่รักแฟชั่นและสนใจเรื่องราวไลฟ์สไตล์แล้วล่ะก็ สามารถติดตามอ่านได้ที่ Rabbit Daily : ไลฟ์สไตล์ 


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon