นักวิจัยทดลอง ฝังชิปในสมอง ช่วยให้มนุษย์ปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้

posted: 7 months ago
นักวิจัยทดลอง ฝังชิปในสมอง ช่วยให้มนุษย์ปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้

comments

เพื่อนๆ อาจเคยดูหนังบางเรื่องที่มีการ ฝังชิปในสมอง มนุษย์เพื่อควมคุมให้คนๆ นั้นทำทุกสิ่งตามคำสั่ง แต่ว่าตอนนี้การฝังชิปควมคุมพฤติกรรมมนุษย์นั้นไม่ได้มีแค่ในหนังแล้ว เพราะนักวิจัยในสหรัฐอเมริกาสามารถพัฒนามันขึ้นมาได้จริงๆ ซึ่งมันคือเครื่องมือที่ถูกสร้างขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์ในสำนักงานวิจัยชั้นสูงของกระทรวงกลาโหม (DARPA) ของทหารสหรัฐอเมริกา โดยพวกเขากำลังพัฒนาการฝังไมโครชิปลงในสมองของมนุษย์เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาด้านการควบคุมอารมณ์



เหล่านักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียและโรงพยาบาล Massachusetts General ผู้ออกแบบเจ้าสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้บอกว่า มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ โดย Edward Chang นักประสาทวิทยา จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า ‘เรากำลังศึกษาว่าขอบเขตการทำงานของมันสามารถทำได้มากถึงขนาดไหน’


ฝังชิปในสมอง


จากการทดสอบกับผู้ป่วยลมชักจำนวน 6 คนพบว่า ชิปดังกล่าวสามารถรับรู้ได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นภายในสมองของพวกเขา และเมื่อติดตามดูผลประมาณ 1-3 สัปดาห์ พบว่า มันสามารถแกะรหัสเพื่อรับรู้ว่าคนคนนั้นอยู่ในอารมณ์ไหนได้ด้วย ซึ่งมันตรงกับที่สีหน้าที่พวกเขาแสดงออกมา


ฝังชิปในสมอง


ต่อมานักวิจัยได้ทำการส่งกระแสไฟฟ้าเข้าไปกระตุ้นสมองผ่านชิปดังกล่าว โดยผลที่ได้คือผู้รับการทดลอง ฝังชิปในสมอง จะตัดสินใจและทำสิ่งต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น มีสมาธิมากขึ้น รวมถึงการแสดงออกทางอารมณ์ก็ดีขึ้นเช่นกัน


ฝังชิปในสมอง



ด้านผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า การ ฝังชิปในสมอง แบบนี้จะสามารถช่วยเหลือผู้มีความผิดปกติทางอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นโรคพาร์กินสัน หรือแม้แต่ผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรัง อีกทั้งยังช่วยให้พวกเขาสามารถมีสมาธิและโฟกัสอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้


ฝังชิปในสมอง


การพัฒนายังคงมีต่อไปเรื่อยๆ โดย Alik Widge ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมจากโรงพยาบาล Massachusetts General บอกว่า ‘สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ไม่สามารถใช้อ่านใจได้ แต่เราต้องการที่จะพัฒนาให้มันอ่านความรู้สึกของคนคนนั้นได้’


ฝังชิปในสมอง


อย่างไรก็ตาม เจ้าสิ่งประดิษฐ์ที่ว่านี้อาจทำให้หลายๆ คนห่วงเรื่องของจรรยาบรรณและหลักศีลธรรมว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่กับการฝังชิปอ่านข้อมูลลงไปในสมอง แต่ทางนักวิจัยทุกคนยืนยันว่าพวกเขาพยายามควบคุมในเรื่องนี้และจะไม่ให้มันผิดไปจากสิ่งที่ควรเป็น ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ในอนาคตมันอาจเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือผู้ป่วยทั้งหลายก็เป็นได้


avatar
by เฟิ้ม
v(^_^)v

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon