อยากได้ดอกเบี้ยสูงๆ ฝากเงินต่างประเทศเลยดีไหม ที่นี่มีคำตอบ

posted: 2 years ago
อยากได้ดอกเบี้ยสูงๆ ฝากเงินต่างประเทศเลยดีไหม ที่นี่มีคำตอบ

comments

ช่วงนี้ต้องยอมรับเลยว่า talk of the town เรื่องการเงินเลยหนีไม่พ้นเรื่อง “อัตราดอกเบี้ย” ที่ต่ำติดดิน หรือบางที่ตอนนี้ประสบปัญหาดอกเบี้ยติดลบกันอยู่หลักๆ ก็จะมีที่ยุโรป กับ ญี่ปุ่นที่เจอสภาวะดอกเบี้ยติดลบอยู่เต็มๆ แต่ว่าตอนนี้เชื่อว่าหลายๆ คนยังเข้าใจผิดกันอยู่ว่า ถ้าเจอสภาวะดอกเบี้ยติดลบแบบนี้ แล้วใครจะเอาเงินไปฝากละ? เก็บไว้ในตู้เซฟยังดีกว่าหรือเปล่า เพราะเงินเราไม่ได้ลดลง



ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าอัตราดอกเบี้ยที่เราจะได้รับกรณีที่เราไปฝากธนาคารจะถูกเรียกว่า “อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก” ซึ่งอัตราดอกเบี้ยตัวนี้จะติดลบนั้น เป็นไปได้ยากมากๆๆ เพราะเหมือนกับเราให้เงินคนอื่นกู้แล้วต้องแถมเงินให้กับคนกู้ ถ้าเป็นแบบนั้นระบบธนาคารก็คงไม่มีทางเดินต่อได้

ดอกเบี้ยที่ติดลบจริงๆ แล้วเป็น “ดอกเบี้ยนโยบาย” ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์นำไปฝากกับแบงค์ชาติ (ในกรณีที่เงินฝากเหลือก็นำไปฝากกับแบงค์ชาติ) แบบนี้บางคนอาจจะบอกว่าธนาคารก็เลิกรับฝากไม่ดีกว่าหรอถ้าเอาฝากกับแบงค์ชาติแล้วติดลบแบบนี้ คำตอบก็คือทำไม่ได้เพราะว่าจะกระทบกับความเชื่อมั่นเสียฐานลูกค้าและระบบธนาคารพังได้

ฝากเงินต่างประเทศเลย

แต่อย่างไรก็ดีการที่ “ดอกเบี้ยนโยบายติดลบ” ก็จะส่งผลทำให้ ดอกเบี้ยเงินฝาก ถูกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องอาจจะถึง 0% ก็เป็นไปได้แต่อย่างที่กล่าวไปว่า ประชาชนหรือรายย่อยแบบเราๆ คงจะเจอดอกเบี้ยเงินฝากติดลบนั้นเป็นไปได้ยาก

แล้วคำถามต่อมาก็คือแบบนี้น่าเอาเงินไปฝากที่ต่างประเทศดีมั้ย? เพราะถ้าเทียบอัตราดอกเบี้ยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเช่น ที่ลาว หรือพม่า อัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าบ้านเราอยุ่พอสมควร แถมเงินฝากบางครั้งยังไม่ต้องเสียภาษีอีก !!


ถ้าเราสนใจที่จำนำเงินไปฝากต่างประเทศมีอีกปัจจัยหนึ่งที่เราช่วยนำเข้ามาพิจารณาด้วยก็คือเรื่องของ “อัตราแลกเปลี่ยน” ถ้าเราจากนำเงินไปฝากต่างประเทศสมมติว่า เราจะเอาเงินไปฝากที่ “ลาว” เราจำเป็นต้องแลกเงินจากสกุลเงิน “บาท” เพื่อไปแลกเป็น “กีบ” แล้วไปฝากก่อน (บางช่วงก็สามารถฝากเป็นสกุลเงินบาทได้เลย แต่อัตราดอกเบี้ยก็จะไม่ได้สูงเท่าสกุลเงินกีบ)

ฝากเงินต่างประเทศ

แล้วอีกปัจจัยนึงที่จะกระทบกับค่าเงินเต็มๆ ก็คือเรื่องของ “เงินเฟ้อ” ถ้าเราลองมองย้อนไปดูที่ประเทศลาวตอนนี้อัตราเงินเฟ้อก็สูงกว่าบ้านเราเช่นกัน สมมติตอนนี้เราแลก 1 บาทได้ 250 กีบ แล้วเราต้องการนำเงินไปฝากทั้งหมด 100,000 บาท แปลว่าเราสามารถแลกได้ทั้งหมด 25,000,000 บาท แล้วสมมติอัตราเงินฝากของที่ประเทศอยู่ที่ 8% เราจะได้ดอกเบี้ยทั้งหมด 2,000,000 กีบ(8% จาก 25,000,000 กีบ เท่ากับ 2,000,000 กีบ) แปลว่าเมื่อผ่านไป 1 ปีเราจะมีเงินทั้งหมด 27,000,000 กีบ

แต่ที่ทราบกันแล้วว่า “เงินเฟ้อ” ที่ลาวจะสูงมากกว่าประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน จะเกิดผลที่ทำให้เงินกีบอ่อนค่าเมื่อเทียบกับประเทศไทย (กรณีให้ปัจจัยอื่นๆคงที่) สมมติว่าให้อัตราแลกเปลี่ยนปรับตัวไปที่ 1 บาทเท่ากับ 265 กีบ นั้นหมายความว่าเมื่อเราแลกกลับมาเป็นเงินบาทจะได้เงินทั้งหมด 101,887 บาท พอมาดูอัตราผลตอบแทนเท่ากับ 1.8% เท่านั้นเอง ซึ่งพอมาเทียบแล้วถ้าเรานำเงินมาฝากที่ไทยดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1.5-1.8% ก็ยังพอหาได้อยู่เช่นกัน แล้วในกรณีที่ถ้าเงินสกุลเงินกีบเจออ่อนค่าอย่างรุนแรงขึ้นมาพอแลกเงินกลับมาก็อาจจะขาดทุนเลยก็เป็นได้เช่นกัน

ฝากเงินต่างประเทศ

ในทางกลับกันถ้าเงินกีบเจอแข็งค่าขึ้นมาเราก็จะได้กำไรมากขึ้น อาจจะได้กำไรมากกว่าการลงทุนเลยก็เป็นไปได้ แต่อย่าลืมว่าสินค้าการเงินประเภท “เงินฝาก” ควรเป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำและเน้นสภาพที่สูงๆ ซึ่งถ้าเราหวังผลตอบแทนที่สูงแนะนำว่าไม่ควรใช้เงินฝาก

แล้วถ้าเราต้องการฝากเงินที่ต่างประเทศ ยังมีเรื่องเอกสารต่างๆ ที่เราต้องจัดการ แถมบางประเทศคนที่จะฝากเงินก็ต้องเป็นคนในประเทศนั้นเท่านั้นอีก ทำให้ต้องไปฝากคนที่รู้จักฝากก็จะมีความเสี่ยงที่เราจะไม่ได้เงินคืนเข้าไปอีก แล้วถ้ารวมค่าเดินทาง ค่าเสียเวลาไปฝากเงินอีก คิดไปคิดมาแล้วอาจจะไม่คุ้มด้วยซ้ำไป  ส่วนตัวเลยมองว่าการนำเงินไปฝากต่างประเทศดูแล้วจะไม่ใช่ทางเลือกที่น่าสนใจสักเท่าไหร่ ถ้าต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น แล้วเรารับความเสี่ยงได้ อาจจะนำมาจัดพอร์ตการลงทุนที่ผลตอบแทนคาดหวังสามารถคาดหวังได้สูง เราอาจจะมองไปที่ตราสารหนี้เอกชนหรือหุ้นกู้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

 


avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon