พรบ. มีไว้ทำไมแล้วเราได้อะไรจาก พรบ.

posted: 3 years ago
1,254 views
พรบ. มีไว้ทำไมแล้วเราได้อะไรจาก พรบ.

comments

พรบ

“ประกันภัย พรบ.” หรือ “ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ” นั้นเป็นสิ่งที่รถทุกชนิดทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ต้องมี ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ สามล้อเครื่อง รถบรรทุก รถพ่วง ฯลฯ ก็ตาม (ยกเว้นรถราชวงศ์และรถราชการบางประเภท) หากไม่มีจะถือว่าผิดกฎหมาย และถูกปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยเจ้าของรถจะต้องเก็บสำเนาใบเสร็จรับเงินและสำเนากรมธรรม์ไว้กับรถสำหรับอ้างอิงกรณีเกิดอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตามหากไม่ทำกรมธรรม์ พ.ร.บ. ก่อน กรมการขนส่งฯ ก็จะไม่รับจดทะเบียนรถหรือต่อภาษีประจำปีอยู่ พูดง่ายๆก็คือ’รถทุกคันที่ จดทะเบียนได้หรือต่อภาษีประจำปีแล้ว จะมี พ.ร.บ.

Date-Thai-Driving

วัตถุประสงค์ของพรบ.

  • เป็นการคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถ เพื่อผู้เสียหายจะได้รับการชดเชยค่าเสียหายได้ทันท่วงที เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าปลงศพกรณีเสียชีวิต
  • เป็นหลักประกันให้สถานพยาบาลว่าจะได้รับค่ารักษาพยาบาล หากรับรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยจากรถ

การคุ้มครองความเสียหาย

พรบ. คุ้มครองเฉพาะความเสียหาย ที่เกิดขึ้นกับบุคคลเท่านั้น อาจเป็น ผู้ขับขี่รถ ผู้โดยสาร คนเดินเท้าหรือคนข้ามถนน รวมทั้งทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยซึ่งถึงแก่ความตายด้วย ไม่คุ้มครองความเสียหายอื่นๆ พูดง่ายๆก็คื คุ้มครอง “คน” ไม่คุ้มครอง “รถ” นั่นเอง

เงินประกัน

ความคุ้มครองมีด้วยกัน 2 แบบ

ความคุ้มครองเบื้องต้น

ผู้เสียหายจะได้รับเงินชดเชยทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด บริษัทจะชดใช้ให้ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำร้องมา

  • หากบาดเจ็บ จะได้ค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท
  • หากเสียชีวิต จะได้รับค่าปลงศพ 35,000 บาท (เฉพาะกรมธรรม์คุ้มครองตั้งแต่ 1 เมษายน 2546 เป็นต้นมา)
  • แต่ถ้าเสียชีวิตหลังการรักษาพยาบาล จะได้ 2 อย่างข้างต้นรวมกัน รวมเป็นเงินไม่เกิน 65,000 บาท

4452373616_8aaffb83c1_o

แบบส่วนเกินกว่าค่าเสียหายเบื้องต้น

หลังจากผ่านกระบวนการพิสูจน์ตามกฎหมาย หาก บริษัทที่รับประกันภัยรถยนต์ เป็นฝ่ายผิด บริษัทจะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ประสบภัยหรือทายาท เมื่อรวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นที่ได้รับแล้ว เป็นดังนี้

  • กรณีที่บาดเจ็บ จะได้รับเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นที่เกี่ยวข้องตามความเป็นจริงไม่เกิน 50,000 บาท
  • กรณีที่เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ จะได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายจำนวน 200,000 บาท ไม่ว่าจะมีการรักษาพยาบาลหรือไม่ก็ตาม (เฉพาะกรมธรรม์คุ้มครองตั้งแต่ 1 เมษายน 2546 เป็นต้นมา)
  • กรณีที่เข้ารับการรักษาพยาบาลจะได้รับเงินชดเชยรายได้ 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน และทั้งนี้จำนวนเงินคุ้มครองสูงสุดของทั้งสามกรณี รวมกันต้องไม่เกิน 204,000 บาท ต่อหนึ่งคน และรวมกันไม่เกินห้าล้านบาท สำหรับรถที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 คน หรือรถบรรทุกผู้โดยสารรวมทั้งผู้ขับขี่ไม่เกิน 7 คน และไม่เกินสิบล้านบาท สำหรับรถที่มีที่นั่งเกิน 7 คน หรือรถบรรทุกผู้โดยสารรวมทั้งผู้ขับขี่เกิน 7 คน ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง

การทำพรบ. หรือการทำประกันภัยรถยนต์นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ชวยคุ้มครองความเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุ แต่ความจริงแล้วตัวของเราเองต่างหากที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการจะเกิดหรือไม่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ควรจะมีสติ ไม่ตั้งอยู่บนความประมาท


avatar
by admin

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon