พระอารมณ์ขันของในหลวง ร. 9 กับ 9 เรื่องเล่าสุดแสนประทับใจ

posted: 1 year ago
4,125 views
พระอารมณ์ขันของในหลวง ร. 9 กับ 9 เรื่องเล่าสุดแสนประทับใจ

comments

เรื่องราวสุดประทับใจใน พระอารมณ์ขันของในหลวง ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ของปวงชาวไทย ที่เรานำมาฝากกันนี้ อ้างอิงข้อมูลจาก ‘หนังสือพระราชอารมณ์ขัน’ โดย วิลาศ มณีวัต ที่เล่าเรื่องด้วยการร้อยเรียงเรื่องราวจากความทรงจำที่คุณวิลาศ รวมไปถึงเรื่องเล่าในบางมุม บางตอนที่เล่าต่อกันมา และเรื่องราวที่ถูกบันทึกไว้จากสื่อต่างๆ เพื่อให้คนไทยได้เรียนรู้เรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านพระราชอารมณ์ขันของพระองค์ วันนี้ Rabbit Daily ได้รวบรวมมาให้อ่านกัน 9 เรื่อง เลยทีเดียว


1. ลิเกเก่า

พระอารมณ์ขันของในหลวง
cr.http://tumbnation.com/

ครั้งหนึ่งที่ภาคอีสาน เมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายต่างแปลกใจในการกราบบังคมทูลที่คล่องแคล่ว และใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน เมื่อในหลวง ร. 9 มีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้ จึงมีคำกราบทูลว่า “ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่า บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวน พระพุทธเจ้าข้า” มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า “มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว”

 

2. หมอลำ

พระอารมณ์ขันของในหลวง
cr.https://www.pinterest.com/pin/540854236482232963/

ครั้งหนึ่งได้มีการถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางนิติศาสตร์ให้กับพระองค์ พระองค์ทรงมีรับสั่งกับมหาดเล็กที่ใกล้ชิดว่า

“เราได้เป็นหมอความแล้ว”

ต่อมาได้มีการถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางการแพทย์ พระองค์ก็รับสั่งว่า

“คราวนี้เราได้เป็นหมอยา”

ต่อมาอีกไม่นานก็ได้มีการถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางการดนตรี จึงทรงรับสั่งกับมหาดเล็กที่ใกล้ชิดว่า

“คราวนี้เป็นหมอลำล่ะ”

3. ปริญญาบัตรกี่กิโล?

พระอารมณ์ขันของในหลวง
cr.https://www.pinterest.com/pin/525443481499007780/

พระอารมณ์ขันของในหลวง ร.9 เรื่องนี้ ม.ล.ปิ่น มาลากุล เคยเล่าให้ฟังว่า หลังจากที่ทรงพระราชทานปริญญาบัตร ที่วิทยาลัยประสานมิตรปีหนึ่ง พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสแก่ ม.ล.ปิ่น ว่า

“วันนี้เราได้ให้ปริญญาบัตรไปกี่กิโล”

ม.ล.ปิ่น มาลากุล อึกอัก จนด้วยเกล้า เพราะมิได้ให้ทางปลัดกระทรวงหรืออธิบดีชั่งน้ำหนักของปริญญาบัตรเอาไว้ เพื่อกราบบังคมทูล แต่ปีต่อมาในโอกาสเดียวกัน อธิการบดีของมหาวิทยาลัยได้เตรียมพร้อม ชั่งน้ำหนักใบปริญญาบัตรไว้เรียบร้อย ม.ล.ปิ่น มาลากุล จึงกราบบังคมทูลอย่างเสียงดังฟังชัดว่า “วันนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานปริญญาบัตรไป จำนวนทั้งหมด 230 กิโลกรัม” ทันใดนั้นพระองค์จึงทรงตรัสกับ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ว่า

“เราจะต้องได้อาหารสักกี่แคลอรี่จึงจะพอชดเชยกับพลังงานที่ได้เสียไป”

4. ให้เป็นช่าง

พระอารมณ์ขันของในหลวง
cr.https://www.pinterest.com/pin/490188740663921935/

ครั้งหนึ่งเมื่อช่างเข้าไปทำเพดานในวัง คนหนึ่งกำลังยืนบนบันไดส่วนหัวอยู่ใต้ฝ้า อีกคนคอยจับบันไดอยู่ด้านล่าง พอดีกับช่วงนั้นที่ในหลวงเสด็จมา คนที่อยู่ข้างล่างเห็นในหลวง จึงปล่อยมือจากบันไดแล้วก้มลงกราบ คนที่อยู่ด้านบนมองไม่เห็นเลยบอกว่า “จับดีๆ หน่อย อย่าให้แกว่ง” ในหลวง ร. 9 ยื่นพระหัตถ์ไปทรงจับบันไดให้ นายช่างคนนั้นบอกว่า “เออ ดีๆ เสร็จงานนี้จะให้เป็นช่างจริง” พอซ่อมเสร็จช่างก็ก้าวลงมา เมื่อเห็นว่าในหลวงทรงจับบันไดให้ ก็ถึงกับเข่าอ่อนแทบตกบันได และรีบลงมาก้มกราบ ในหลวงทรงตรัสกับช่างว่า

“แหม ดีนะที่ชมว่าใช้ได้ แถมจะปรับตำแหน่งให้เป็นช่างอีกด้วย”

5. มิกกี้เมาส์

พระอารมณ์ขันของในหลวง
cr.https://www.pinterest.com/pin/230528074651854642/

เมื่อครั้งในหลวง ร.9 ทรงพระชนมายุ 72 พรรษา ได้มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาตนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ มาประดับที่หน้าปัดนาฬิกา เพื่อทำเป็นรุ่นพิเศษ เมื่อพระองค์ทรงทราบเรื่องแล้ว จึงตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า

“ไปบอกเขานะ เราไม่ใช่มิกกี้เมาส์”

6. พระหมดแล้ว

พระอารมณ์ขันของในหลวง
cr.https://www.pinterest.com/pin/570479477773496236/

มีเรื่องเล่าว่าการเสด็จไปเยี่ยมเยียนราษฎรในถิ่นทุรกันดารของในหลวง ร. 9 มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมด ราษฎรคนหนึ่งจึงกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า “ขอเดชะ ขอพระหนึ่งองค์” ในหลวงจึงทรงตรัสตอบว่า

“ขอเดชะ พระหมดแล้ว ”   

7. อันนี้ให้มึง

พระอารมณ์ขันของในหลวง
cr.https://www.pinterest.com/pin/296252481721451504/

ครั้งหนึ่งในหลวง ร. 9 ทรงเสด็จไปทรงงานในที่แสนไกล ผู้ใหญ่บ้านได้เกณฑ์ชาวกะเหรี่ยงมูเซอที่เพาะปลูกพืชไร่ ให้นำผลผลิตมาถวายในหลวง จากนั้นก็ทำการซักซ้อมคำราชาศัพท์กันยกใหญ่ ดูเหมือนว่ากะเหรี่ยงจะจำคำราชาศัพท์ได้แล้วจึงบอกว่า “ได้แน่นอน ในหลวงต้องไม่เสียพระทัยแน่นอน” เมื่อถึงวันที่ในหลวงทรงเสด็จมาตรวจงาน กะเหรี่ยงก็ได้ถวายของให้กับในหลวง ร. 9 แต่ด้วยความตื่นเต้นทำให้นึกคำพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรดี จึงพูดออกไปว่า “อ่ะ อันนี้ให้มึง อันนี้ให้เมียมึง ส่วนอันนี้ให้ลูกๆ มึง” ในหลวงทรงพระสรวลแล้วตรัสตอบว่า

“ขอบใจนะ”

เหตุการณ์นี้ทำเอาชาวบ้านรวมถึงผู้ใหญ่บ้าน ถึงกับหน้าซีดกันเป็นแถบๆ

 

8. ลอดซุ้ม

พระอารมณ์ขันของในหลวง
cr.https://www.pinterest.com/pin/303430093619223515/

ระยะแรกราวปี พ.ศ. 2498 เป็นต้นมา คราใดที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระราชวังไกลกังวลนั้น จะทรงขับรถยนต์พระที่นั่งไปยังท้องที่ห่างไกลทุรกันดารย่านหัวหิน หนองพลับ แก่งกระจาน ด้วยพระองค์เอง ทำนองเสด็จประพาสต้นของรัชกาล 5 โดยที่ราษฎรไม่รู้ตัวล่วงหน้าว่าทรงมาถึงแล้ว

วันหนึ่งทรงขับรถยนต์พระที่นั่งผ่านไปถึงยังบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านหมู่บ้านห้วยมงคล อำเภอหัวหิน ซึ่งราษฎรกำลังช่วยกันตกแต่งประดับซุ้ม เตรียมรับเสด็จกันอย่างสนุกสนานครื้นเครง แล้วมีรถยนต์คันหนึ่งขับมาจะลอดซุ้ม ชาวบ้านเลยบอกคนขับรถคันนั้นว่า “วันนี้ห้ามลอดผ่านซุ้มนี้ เพราะขอให้ในหลวงผ่านก่อนนะ” ในหลวงทรงพระสรวล แล้วทรงขับรถพระที่นั่งเบี่ยงข้างทางไม่ลอดซุ้มดังกล่าว

วันรุ่งขึ้นเมื่อทรงขับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในหมู่บ้านนี้อย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยคณะข้าราชบริพาร ผู้ติดตาม และทรงมีพระดำรัสทักทายกับชายผู้นั้น ที่เฝ้าอยู่หน้าซุ้มเมื่อวันวานว่า

“วันนี้ฉันเป็นในหลวง คงผ่านซุ้มนี้ได้แล้วนะ”

9. เรียกน้าสิถึงจะถูก

พระอารมณ์ขันของในหลวง
cr.https://www.pinterest.com/pin/570479477770602287/

วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวง ร. 9 มากมาย พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราคนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท แล้วก็เอามือของแกมาจับพระหัตถ์ในหลวง จากนั้นก็พูดว่ายายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง ยายอย่างนั้น ยายอย่างนี้อีกมากมาย แต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ มิได้ตรัสตอบว่ากระไร ทางเหล่าข้าราชบริพารต่างก็มองหน้ากันใหญ่ เนื่องจากไม่ทราบว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤทัยหรือไม่ แต่หลังจากได้ยินพระองค์ตรัสตอบหญิงชราคนนั้น ก็ทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์แทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว เพราะพระองค์ทรงตรัสว่า

“เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ ต้องเรียกน้าสิถึงจะถูก”

 

เรื่องเล่าสุดแสนประทับใจเกี่ยวกับ พระอารมณ์ขันของในหลวง รัชกาลที่ 9 นี้ ทำให้เรารับรู้ได้ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่แม้คนรุ่นหลังจะไม่ทันเหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่องเล่าที่กล่าวมา แต่ก็สามารถสัมผัสถึงความอบอุ่นเหล่านั้นได้ด้วยใจ…

 

ขอบคุณข้อมูล : พระราชอารมณ์ขัน.วิลาศ มณีวัต. กรุงเทพฯ : กรีน ปัญญาญาณ, mykingismylifemed.cmu., thematter 


avatar
by ...Love Scenes...
เพราะ 'ความรัก' คือ ฉากหนึ่งของชีวิต...(^3^)

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon