พฤติกรรม ‘ไร้เงินเก็บ’ สาวยุคใหม่ผลาญเงินเดือนไปกับอะไรบ้าง ?

posted: 1 year ago
พฤติกรรม ‘ไร้เงินเก็บ’ สาวยุคใหม่ผลาญเงินเดือนไปกับอะไรบ้าง ?

comments

“เงินเดือนออกแล้วไปช้อปปิ้งอะไรกันดี ?”  

“แกๆ ฉันมีร้านทำผมร้านใหม่มาแนะนำ ดีมากเลยนะ”  

“เลิกงานเจอกัน หมูกระทะข้างออฟฟิศนะ”

ยอมรับมาซะดีๆ ว่าสาวๆ คนไหนที่สิ้นเดือนปุ๊บก็ต้องหาทางระบายเงินเดือนออกไปจากบัญชีเพื่อซื้อความสุขให้ตัวเองบ้างจ๊ะ ก็แหม…ทำงานเหนื่อยมาทั้งเดือนนี่เนอะ ก็อยากจะออกไปเปิดหูเปิดตาใช้เงินซื้อความสุขเป็นรางวัลให้ตัวเองบ้างนี่นา เราลองมาดูกันสิว่าในแต่ละเดือนเนี่ยสาวมนุษย์ออฟฟิศเสียเงินไปกับกิจกรรมอะไรบ้าง บางครั้งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสาวๆ หลายคนก็สิ้นเปลืองเงินทองไปกับเรื่องไร้สาระ แล้วก็มาบ่นว่า ‘ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินเก็บ’ หรือไม่ก็ ‘สิ้นเดือนแบบนี้ จะขาดใจแล้วเว้ยยยย !’ เอาล่ะ Rabbit Daily ขออาสาสะกิดต่อมการใช้เงินของสาวๆ ไปดูกันสิว่าพวกคุณสิ้นเปลืองเงินไปกับอะไรบ้าง ? ก่อนอื่นนะ ต้องลองถามใจตัวเองดูว่า ‘เงินเดือนออก’ แล้วสาวๆ นึกถึงอะไรกัน

พฤติกรรมผลาญเงินสุดฮิตของสาวมนุษย์เงินเดือน

1.ช้อปปิ้งกระจาย แพ้ใจให้สินค้า Sale


สินค้าลดราคากับสาวๆ เนี่ยดูเหมือนจะเป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม๊ทำไมเมื่อเห็นป้ายที่ติดตัวอักษรเพียง 4 ตัว สะกดด้วย S-A-L-E สาวๆ ต้องกระโจนเข้าไปเสมือนมีแรงดึงดูดมหาศาล ใช้เวลาอย่างบ้าคลั่งและสุดท้ายก็ได้สินค้าติดไม้ติดมือกลับมา ต่อให้รู้ทั้งรู้ว่าการลดราคาสินค้าเนี่ยเป็นแผนการตลาด แต่ก็ยอมล่ะสิ สินค้าส่วนใหญ่ก็ชอบออกโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมช่วงต้นเดือนที่เงินเดือนออกซะด้วยสิ  หลายๆ คนก็อยากได้ของคุณภาพดีราคาถูกมาไว้ในครอบครองใช่ไหมล่ะ ? เอางี้รอบหน้าต้องพยายามข่มใจนะ ถ้าสินค้าที่ลดราคานั้นไม่ได้จำเป็นอะไรกับคุณมากมาย ก็อย่าไปสบตากับมัน แม้จะลดราคาก็เถอะ ซื้อเฉพาะที่จำเป็นท่องไว้นะ !

ราคาสินค้าลดราคาที่ซื้อแต่ละครั้ง : อย่างน้อย 1,000 – 4,000 บาท

2.ซื้อเสื้อผ้าและสินค้าแบรนด์เนม

mtl-5-2


สิ่งหนึ่งที่สาวๆ มนุษย์ออฟฟิศขาดไม่ได้ก็คือเสื้อผ้าสำหรับแต่งองค์ทรงเครื่องในการมาทำงานในแต่ละวันใช่ไหมล่ะ จะให้แต่งตัวเรียบๆ ทุกวันก็ไม่ใช่เรื่อง ทำให้สาวๆ ต้องแข่งกันซื้อเสื้อผ้าชุดสวยใส่มาทำงาน รวมถึงสินค้าแบรนด์เนมทั้งกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับอีกมากมาย ของแบบนี้จะซื้อได้สะดวกก็ตอนต้นเดือนใช่ไหมล่ะ เพราะเป็นช่วงที่เงินเดือนเพิ่งออก สภาพการเงินคล่องดีนักแล แต่หารู้ไม่ว่าคุณกำลังจะอยู่ในอาการใกล้สิ้นใจในช่วงใกล้สิ้นเดือนน่ะสิ ทางที่ดีควรซื้อแบบมีสตินะจ๊ะ หากราคาสูงมากก็เก็บเงินทีละเล็กทีละน้อย พอได้เงินจำนวนที่ต้องการก็ค่อยมาซื้อก็ยังไม่สายนะ ดีกว่าควักเงินจ่ายมือเติบเป็นเงินก้อนโตจนกระทบกับค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ของคุณ

ราคาเสื้อผ้าและสินค้าแบรนด์เนมที่ซื้อแต่ละครั้ง : ประมาณ 3,000 – 20,000 บาท (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสินค้า และแบรนด์ที่เลือกซื้อ)

3.เข้าร้านเสริมสวย ทำผม ทำเล็บ ทำสปา

mtl-5-3


ขึ้นชื่อว่าผู้หญิง ต้องอย่าหยุดสวย แต่ทราบหรือไม่ว่าบางครั้งไอ้ความคิดแบบนี้ก็กระชากเงินในกระเป๋าสตางค์คุณอยู่บ่อยๆ นะ ยิ่งเมื่อเงินเดือนออกล่ะก็แน่นอนว่าสาวๆ ก็อยากจะไปร้านเสริมความงาม ทำผม ทำเล็บ สปาหน้า สปาผิว ใช่ไหมล่ะ หมดเงินไปแต่ละครั้งก็ไม่ใช่น้อยๆ บางคนก็จ่ายเงินเป็นคอร์สเลยล่ะ แต่เพื่อความสวยงามผู้หญิงก็ยอมจ่ายเนอะ เอางี้ลองปรับการใช้จ่ายใหม่ ถามใจตัวเองว่าสิ่งไหนที่สิ้นเปลืองเกินไป ก็ตัดออกไปบ้างเนอะ

ราคาค่าเข้าร้านเสริมความงามแต่ละครั้ง : 1,000 – 15,000 บาท (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้บริการเป็นครั้ง หรือการซื้อคอร์ส)

 

4.จัดบุฟเฟ่ต์นานาชาติชุดใหญ่

mtl-5-1


นอกจากเรื่องช้อปปิ้ง ความสวยความงาม ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของสาวๆ เลยนั่นก็คือ ‘เรื่องกิน’ ผู้หญิงหลายๆ คนชื่นชอบการแสวงหาร้านอาหารอร่อยชื่อดังเพื่อรับประทานเมนูโปรด ให้หัวใจฟินดี๊ด๊า หากอยากรับประทานแบบคุ้มๆ แน่นอนว่าหนีไม่พ้นอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น เกาหลี หมูกระทะ สุกี้ยากี้ หรือบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ที่มื้อหนึ่งราคาก็ไม่ใช่เบาๆเลยนะ หากนานๆ รับประทานทีก็ไม่เป็นไร แต่หากบ่อยๆ ล่ะก็ลองคิดดูสิว่าเมื่อเอาหลายๆ มื้อมารวมกันก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลย บางครั้งเพียงคุณรับประทานอาหารจานธรรมดาก็ทำให้อิ่มและมีแรงทำงานได้เหมือนกันนะ

ราคาค่ามื้อบุฟเฟ่ต์แต่ละครั้ง : 500 – 2,000 บาท

จะสร้างมูลค่าให้เงินเก็บได้อย่างไร ?

mtl-5-4


เห็นไหมล่ะว่าการใช้จ่ายโดยไม่คิดเนี่ยบางทีก็ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงในกระเป๋าเงินของสาวๆ นะ แม้ว่าการได้ใช้เงินเดือนไปกับการทำกิจกรรมที่บันเทิงใจจะเป็นการซื้อความสุขให้ตัวเอง แต่ก็อย่าลืมนะว่าคุณจะต้องมองถึงอนาคตบ้าง ทำงานหลายปีก็ควรมี ‘เงินเก็บ’ ไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินบ้างเนอะ Rabbit Daily แนะนำให้คุณลองคำนวณดูว่า ในแต่ละเดือนคุณหมดเงินไปกับการซื้อของและกิจกรรมความสวยความงามเป็นจำนวนเท่าไหร่กัน บางคนอาจไม่กล้าคิดเลยใช่ไหมล่ะ เพราะกลัวจะต๊กใจกับจำนวนตัวเลขที่ออกมา เผลอๆ เมื่อนำตัวเลขจำนวนนั้นมารวมๆ กันคุณอาจสามารถนำไปซื้อของชิ้นใหญ่ๆ ได้เลยนะเนี่ย

เอาล่ะ สาวยุคใหม่อย่างเราแม้จะมีสิ่งยั่วยุกิเลสมากมาย ซึ่งคุณก็สามารถเจียดเงินส่วนหนึ่งไปซื้อหรือทำสิ่งที่ชื่นชอบได้ แต่อย่าลืมว่าต้องสวยอย่างสตรองด้วยนะ Working Woman ต้องรู้จักเก็บออมเงิน ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นฝากเงินเข้าบัญชีประจำ หรือนำเงินส่วนหนึ่งของเงินเดือนไปลงทุนในกองทุนรวมและกองทุนหุ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเงินเก็บของคุณ นอกจากนั้นมีอีกหนึ่งวิธีที่อยากแนะนำก็คือ ‘เก็บเงินส่งประกัน’’

รู้จักกับประกันชีวิตที่คุ้มค่า !


‘ห๊ะ ! เก็บเงินส่งประกัน ?’ หลายๆ คนอาจเอามือทาบอกแล้วอุทานอย่างสงสัยว่าทำไมเราต้องเก็บเงินส่งประกันล่ะ ? คุณลองนึกดูสิว่าเมื่อคุณอายุเพิ่มมากขึ้น ทำงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบกว้างขวางขึ้น ความเสี่ยงในเรื่องต่างๆ ก็มากขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพหรืออุบัติเหตุ เพราะฉะนั้นการที่เรานำเงินส่วนหนึ่งมาออมด้วยการซื้อประกันชีวิตก็นับว่าเป็นการออมที่คุ้มค่าและยังถือเป็นการคุ้มครองชีวิตของเราด้วย

ลองคิดดูว่า…เงินที่คุณนำไปลงทุนกับความสวยความงามมูลค่าครั้งละ 500-2,000 บาทเป็นอย่างต่ำนั้น สามารถนำมาซื้อประกันชีวิตและใช้เป็นเงินเก็บส่งประกันในแต่ละเดือนได้แล้ว! ถือว่าเป็นการเก็บเงินที่คุ้มค่านะ ดีกว่าสิ้นเปลืองเงินไปกับความสวยความงามและการช้อปปิ้งในแต่ละเดือน ซึ่งการลงทุนกับสิ่งเหล่านั้น นับวันก็มีแต่เสื่อมสภาพไปตามอายุ ต้องไปลงทุนใหม่อย่างสม่ำเสมอ แต่หากลงทุนกับการทำประกันชีวิต นอกจากจะได้ความคุ้มครองและรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในอนาคต แล้ว ยังเป็นวิธีการเก็บเงินที่ชาญฉลาดของสาวๆ มนุษย์เงินเดือนยุคใหม่อีกด้วยนะ

หากสาวๆ คนไหนสนใจการทำประกันและกำลังมองหาตัวเลือกที่ดีที่คุ้มค่ากับไลฟ์สไตล์สาวมนุษย์เงินเดือนแบบคุณ ขอแนะนำให้รู้จักกับ ‘เมืองไทยประกันชีวิต’ ที่มีตัวเลือกประกันหลากหลายรูปแบบให้คุณได้เลือกตามความต้องการ ซึ่งจะทำให้คุณ ‘ออมเงินง่ายๆ ได้รับเงินจ่ายคืนทุกปี และยังใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ด้วยกับโครงการเมืองไทย Super Saving 14/7’ ที่ให้ระยะเวลาความคุ้มครอง 14 ปี โดยชำระเบี้ยประกันภัยแค่ 7 ปี เริ่มต้นออมเพียงเดือนละ 1,980 บาท (ตัวอย่างผู้เอาประกันภัยเพศหญิง อายุ 30 ปี สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ประกอบอาชีพพนักงานบัญชี บริษัทเอกชน จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท) แค่นี้เอง ว้าว ! (บางเดือนคุณก็ใช้เงินจำนวนมากกว่านี้ในการช้อปปิ้งใช่ไหมล่ะ?)

Super Saving 147


สมัครโครงการเมืองไทย  Super Saving 14/7 แล้วจะได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง?


สิทธิประโยชน์มากมายที่คุณจะได้รับทั้งด้านการเงิน ด้านความคุ้มครอง และอื่นๆ มาดูดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

สิทธิประโยชน์ด้านการเงิน คุณจะได้รับเงินจ่ายคืนทุกปีรวมตลอดสัญญาสูงสุดถึง 51% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มสัญญา เรียกได้ว่ากว่าครึ่งของจำนวนเงินเอาประกันภัยเลยทีเดียว รวมรับผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงสุดถึง 186% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มสัญญา ว้าว! เรียกได้ว่าเป็นสิทธิประโยชน์ด้านการเงินที่คุ้มค่าสุดๆ ไปเลย

สิทธิประโยชน์ด้านความคุ้มครอง คุณจะได้รับความคุ้มครองชีวิตยาวนานและสูงสุดถึง 145% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มสัญญา

ส่วนสิทธิประโยชน์ด้านอื่นๆ นั้น คุณสามารถทำประกันในโครงการนี้ได้ตั้งแต่อายุเพียง 1 เดือน ถึง 70 ปี และสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

และพิเศษสุดๆ สำหรับผู้ซื้อประกันที่ให้ข้อมูลการติดต่อผ่าน Rabbit Finance สามารถเลือกรับของสมนาคุณได้ฟรี! และลุ้นรับรางวัลอีกกว่า 200,000 บาท แล้วจะรออะไรคลิกเลยจ้า !


avatar
by Wanwara Sutthisak

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon