พอร์ตลงทุนสำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ

posted: 1 year ago
พอร์ตลงทุนสำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ

comments

ในเรื่องของการลงทุนวิธีการลงทุนที่นักลงทุนทุกคนนิยมทำกันและเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จในการลงทุนได้มากขึ้นในระยะยาว นั้นก็คือการกระจายการลงทุน (Asset Allocation)

การกระจายการลงทุนก็คือการที่เราไม่เอาเงินลงทุนของเราทั้งก้อนไปอยู่สินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งมากจนเกินไป ตัวอย่าง เช่นเรามีเงินลงทุนอยู่ 100,000 บาท

กรณีแรกเราเอาเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ A ทั้ง 100,000 บาทเลย กับกรณีที่สองเอาเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ A 50,000 บาทและสินทรัพย์ B 50,000 บาท ถ้าเกิดสมมติให้สินทรัพย์ A ราคาปรับตัวลง 10% กรณีแรกเราจะเหลือเงิน 90,000 บาทและกรณีที่สองเราจะเหลือเงิน 95,000 บาท จะเห็นได้การกระจายความเสี่ยงสามารถช่วยลดโอกาสขาดทุนได้ดีอยู่เหมือนกัน

โดยทั่วไปของคนส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำโดยปกติอยู่แล้ว จากนั้นคำถามที่มักถูกถามต่อจากนี้ก็คือ เราจะกระจายการลงทุนได้อะไรอย่างไร ไม่อยากให้เงินที่หามาด้วยความอยากลำบากต้องหายไป แต่ขอแค่ดีกว่าเงินฝากธนาคารก็น่าจะใช้ได้แล้ว
ก่อนที่เราจะไปจัดพอร์ตการลงทุนกันเราต้องเข้าใจก่อนว่าความเสี่ยงคืออะไร ความเสี่ยงก็คือ โอกาสที่ผลตอบแทนคาดหวังจะไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง ถ้าความเสี่ยงสูงก็คือ สินทรัพย์ที่มีโอกาสจะให้ผลตอบแทนมากกว่าค่าเฉลี่ยและก็มีโอกาสน้อยกว่าที่เราคาดการณ์ไปสูง เช่น เราคาดว่าผลตอบแทนจะได้ 8% แต่ผลตอบแทนในแต่ละปีอาจจะ -10% แล้วอาจจะสูงถึงขนาด +30% ก็เป็นไปได้ แต่ถ้าเสี่ยงต่ำนั้นแปลว่าผลตอบแทนในแต่ละปีใกล้เคียงกับผลตอบแทนเฉลี่ย
แล้วถ้าเราแบ่งสินทรัพย์การลงทุนออกมาเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกการลงทุนความเสี่ยงสูง ซึ่งหลักๆที่เราจะใช้กันก็คือ หุ้น เป็นหลัก อีกส่วนหนึ่งก็คือการลงทุนความเสี่ยงต่ำรวมไปถึงทั้งตราสารหนี้และเงินฝากประเภทต่างๆ
สำหรับการลงทุนเป็นความเสี่ยงแน่นอนเราจะเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำเป็นหลัก สินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำตัวอย่างก็เช่น กองทุนรวมตราสารหนี้ หุ้นกู้รายตัว เงินฝากประเภทต่างๆ ซึ่งส่วนตัวมักจะแนะนำให้ใช้สินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำพวกนี้มากกว่า 50% ขึ้นไป
หรือถ้าเราลงทุนได้ไม่นาน ก็จะแนะนำให้ใช้พอร์ตเสี่ยงต่ำเป็นหลักเช่นกันถึงแม้เราจะรับความเสี่ยงสูงได้ก็ตาม เพราะถ้าเราดูความผันผวนในระยะสั้นของสินทรัพย์ความเสี่ยงสูง
image-79F2_594E0FF3
จะเห็นว่าระยะสั้นเพียง 1 ปี ราคาหุ้นก็มีโอกาสที่จะปรับตัวลงได้มากกว่า 20% เลยทีเดียว ดังนั้นถ้าเราทิ้งเงินไว้ได้ไม่ยาว ก็ไม่ควรลงสินทรัพย์ในสัดส่วนที่สูงจนเกินไป
แต่ถ้าเราใช้พอร์ตการลงทุนความเสี่ยงต่ำแน่นอนว่าเมื่อเรารับความเสี่ยงได้ต่ำ ผลตอบแทนคาดหวังที่เราจะได้รับก็จะต่ำตามไปด้วย แต่ถ้าเราต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นเราก็อาจจะขยับสัดส่วนในส่วนสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำลดลง และเพิ่มสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงมากขึ้น

avatar
by JK, CFP®

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon