วิธีพับ เหรียญโปรยทาน ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

posted: 1 year ago
52,693 views
วิธีพับ เหรียญโปรยทาน ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

comments

งานบวช คือ ประเพณีที่ถูกสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณกาล โดยทุกคนรับรู้กันว่า ลูกผู้ชายทำพิธีอุปสมบท ทั้งพ่อและแม่จะได้เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสู่สรวงสวรรค์ แต่ความเชื่อในเรื่องพวกนี้ ขึ้นอยู่ในแต่ละครอบครัวว่ามีความเชื่อมากแค่ไหน ก่อนจะเป็นพระสงฆ์โดยสมบูรณ์แบบ ต้องเข้าพิธีอุปสมบทนาคเสียก่อน รู้ไหมว่า “นาค” มีที่มาที่ไปเหมือนกัน

ประวิติความเป็นมาของนาค

ก่อนอื่นต้องบอกว่า บุคคลที่จะเข้าพิธีอุปสมบทจะถูกเรียกว่า “นาค” ก่อน เมื่อทำพิธีปลงผม แห่นาค หว่านเหรียญโปรยทาน และทำพิธีจึงจะเป็นพระสงฆ์อย่างสมบูรณ์ หลายคนต้องเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าทำไมต้องเรียกว่านาคด้วยล่ะ?

ประวัติความเป็นมาของนาค อ้างอิงจากพระไตรปิฏก เล่มที่ 4 พระวินัยปิฏก เล่มที่ 4 มหาวรรค ภาค 1 เรื่องนาคแปลงกายเป็นมนุษย์มาขอบวช เรื่องมีอยู่ว่า..

ในสมัยพุทธกาล นาคตัวหนึ่งรู้สึกอึดอัดใจ แถมยังรู้สึกรังเกียจชาติกำเนิดความเป็นนาคของตัวเอง จึงรำพึงรำพันคิดหาวิธีว่าทำอย่างไรถึงจะพ้นชาติกำเนิดความเป็นนาคสักที เมื่อคิดได้นาคตนนั้น จึงได้จำแลงแปลงกายเป็นมนุษย์ชายผู้หนึ่ง และเข้าไปหาพระสงฆ์ทั้งหลายเพื่อขอบวช เวลาก็ล่วงเลยผ่านไป นาคที่แปลงกายได้อาศัยอยู่กับกุฏิกับพระสงฆ์อีกหนึ่งรูป และทุกเช้าพระสงฆ์อีกรูปจะออกไปเดินจงกรมตามกิจวัตร เมื่อนาคผล็อยหลับไป จากร่างคนก็แปลงกลายกลับเป็นงูดังเดิม และทั้งกุฏิก็เต็มไปด้วยงู หางที่ยาวเกินไปก็โผล่ออกไปจากหน้าต่าง

เมื่อพระสงฆ์รูปนั้นกลับมาแล้วผลักประตูเข้าไป ถึงกับผงะที่เห็นงูนอนขดกันเต็มไปทั้งกุฏิ ด้วยความตกใจจึงร้องเอะอะขึ้น พระสงฆ์รูปอื่นๆ ได้ยินเข้าจึงกรูกันไปที่กุฏิหลังที่เป็นต้นเหตุของเสียง แลถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า “ท่านร้องโวยวายทำไม” พระสงฆ์รูปนั้นตอบอย่างทันควัน “ในกุฏิเต็มไปด้วยงู” ซึ่งระหว่างนั้น พระนาคเองที่รู้สึกจึงแปลงกายกับเป็นคนแล้วนั่งบนอาสนะของตน

พระสงฆ์ทั้งหลายที่งุนงนจึงถามออกไปว่า “ตกลงแล้วท่านเป็นใครกันแน่ และมีจุดประสงค์เพื่ออะไร” ด้วยความจำนนนาคจึงบอกออกไปด้วยความจริงว่า “ฉันเป็นนาค แต่ฉันรังเกียจชาติกำเนิดตัวเองจริงๆ เลยอยากมาบวช อยากหลุดพ้นจากมัน”

เมื่อได้ฟังอย่างนั้น พระสงฆ์หลายรูปจึงเห็นพ้องต้องกัน และบอกกับนาคไปตรงๆ ว่า “ท่านเป็นนาคก็คือนาค ไม่มีสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้เป็นเรื่องธรรมดา ท่านจงไปเถิด ไปรักษาอุโบสถ แล้วท่านจะหลุดพ้นจากชาติกำเนิดของตัวเองอย่างที่ตั้งใจไว้” เมื่อนาคได้ยินดังนั้น จึงร้องไห้โฮแล้วหลบหนีไปเลย..  

สวัสดีนามเช้าวันพฤหัสบดี แม่ขออวยพรให้ลูกณเดชน์และทุกคนFC จงมีแต่ความปิติสุข สำเร็จเจริญด้วยกายวาจาใจ ตลอดปลอดภัยจากภัยทั้งปวงพร้อมทั้งจงเป็นผู้งอกงามไพบูลย์ในทรัพย์สุขเย็นตลอดกาลเป็นนิตย์เทอญ ขอให้โชคดีมีชัยรับเงินพันหมื่นแสนล้านตลอดวันกันทุกคน นะคะ สาธุ???Good morning Thursdaykrub??

A post shared by keaw_jung (@keaw_jung) on

สาเหตุที่เรียกว่านาค

ผู้ที่จะบวชเลยถูกเรียกว่านาค สืบเนื่องจากเรื่องราวของนาคตนนั้นดังที่ปรากฎในประไตรปิฏก เพื่อระลึกถึงศรัทธาอันแรงกล้าของนาค ถึงแม้จะมีชาติกำเนิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่ยังมีศรัทธา มีความปรารถนาอยากบวชเป็นพระสงฆ์ ถึงกับยอมแปลงกายหลอกผู้อื่นมาขอบวช

ซึ่งการเรียกขานสัตว์เลื้อยคลานจำพวกงู หรือสัตว์เดรัจฉานกึ่งเทพว่า “พญานาค” เพราะว่าถึงแม้จะมีกายเป็นสัตว์ แต่จิตใจที่แสวงหาคุณอันประเสริฐนั้นยิ่งใหญ่ไปไม่แพ้กัน

หรืออีกนัยหนึ่ง นาค แปลว่า ผู้ประเสริฐหรือผู้ไม่ทำบาป ซึ่งการบวชไม่สามารถทำบาปอะไรได้เลย ต้องตั้งตนอยู่ในศีล ผู้มาบวชจึงถูกเรียกว่านาคนั่นเอง

เมื่อพูดถึงงานบวช จะนึกถึงอะไรกันบ้าง?

1.รำหน้านาค

เอาเป็นว่าถ้าญาติสนิทมิตรสหายรับรู้ข่าวว่าจะมีงานมงคล ไม่ว่าจะขึ้นบ้านใหม่ งานแต่ง หรือแม้กระทั่งงานบวช คงเฮโลกันมาแสดงความยินดี ความเชื่อที่สืบต่อกันมาของชาวไทยคือ ชายไทยที่อายุยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ จะต้องบวชเพื่อปัดเป่ามลทินให้ชีวิต (จริงๆ ไม่ว่าเพศไหนก็แล้วแต่ถ้ามีอายุ 25 ปีจะถือว่าเป็นช่วงชีวิตที่หวาดเสียว)

และญาติๆ หรือเพื่อนเองก็ไม่พลาดที่จะมาร่วมงานรื่นเริง และรำหน้านาค เพราะเชื่อว่าใครรำหน้านาคจะได้เป็นนางฟ้า ซึ่งการจัดให้มีความรื่นเริงในงานบวช เป็นตัวแทนของมารและกิเลสตัณหา ให้ผู้ที่เป็นนาครู้จักหักห้ามใจในทางโลก มุ่งเข้าสู่ทางธรรม


2.ถือหมอน

หญิงสาวคนใดเป็นคนรักของนาคห้ามถือหมอนโดยเด็ดขาด เพราะในอนาคตจะทำให้เลิกรากัน  ซึ่งเลิกกันไปแล้วอาจจะมองหน้ากันไม่ติดไปเลย แต่บางบ้านก็ให้ถือ เพราะเชื่อว่าเป็นการเริ่มต้นของคู่เรียงเคียงหมอน และอนาคตอาจจะได้ร่อนการ์ด แล้วต่อมาก็จะได้เข้างานวิวาห์เป็นเจ้าสาวอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ไม่ว่าจะเป็นการถือหมอน อุ้มไตร สะพายบาตร ถือตาลปัตร ทั้งหมดล้วนเป็นการช่วยงานบุญทั้งสิ้น เพื่อให้งานผ่านพ้นไปด้วยดี 


3.เหรียญโปรยทาน

เป็นไฮไลท์ที่สูสีพอๆ กับการรำหน้านาคเลย แต่ขอท้าวความไปสักนิดว่าการโปรยทานนั้นมีความเชื่อกันว่าพระพุทธเจ้าสละทรัพย์สมบัติและออกผนวชโดยปล่อยวางจากทุกสิ่ง ไม่หวังที่จะเป็นกษัตริย์ เงินทองมากมายที่สละไปก็มอบให้แก่ผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน การโปรยทานจึงเป็นการบ่งบอกว่านาคสละสมบัติที่มีเพื่อใช้ชีวิตแบบพระสงฆ์

โดยเหรียญโปรยทานที่ใครก็ตามได้เก็บไปเชื่อกันว่าจะเป็นเงินขวัญถุง แต่เมื่อก่อนจะโยนเหรียญไปแบบดื้อๆ ไม่มีการห่อ บางคนก็พลาดที่เก็บไม่ได้ จึงมีผู้ริเริ่มการห่อเหรียญโปรยทานขึ้นมา แต่วิธีเก็บเหรียญโปรยทานก็ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่มี “ร่ม” ที่กางออกแล้วหงายท้องขึ้น รับรองเหรียญโปรยทานไม่หนีไปไหนไกล


จุดประสงค์หลักของการพับเหรียญโปรยทาน คือ วิธีแก้ปัญหาจากการมองไม่เห็นตอนที่โปรยเหรียญไปเพียวๆ การพับเหรียญหรือห่อเหรียญด้วยกระดาษริบบิ้น กระดาษสา หรือกระดาษแก้วจึงเป็นที่นิยมมากขึ้น

โดยวัสดุเหล่านี้ทำให้การโปรยทานมองเห็นได้ชัดมากกว่าเดิม จากสีสันที่หลากและรูปทรงที่มากมาย ถ้าหลงรักในความเป็นไทยก็คงหนีไม่พ้น การพับเหรียญโปรยทานจำพวกดอกไม้ เช่น ดอกกุหลาย ดอกพิกุล ดอกบัว ถ้าชอบในความน่ารักก็พับได้ในลักษณะ การ์ตูน ผลไม้ต่างๆ ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ผสมความปราณีตลงไป


สิ่งที่ต้องใช้ในการพับเหรียญโปรยทาน

ริบบิ้น กระดาษสา กระดาษแก้ว

เลือกตามความชอบและความถนัดได้เลย บางคนเลือกใช้กระดาษไม่ถูกกับมือของตัวเอง ทำไปทำมากระดาษขาดแคว่ก กลายเป็นว่าหงุดหงิดหรืออารมณ์เสีย พาลไม่ทำมันซะแล้ว 

กรรไกร

เอาไว้ใช้ตัดกระดาษนั่นไง เพราะใช้มือฉีกเอาดูท่าแล้วจะเละตุ้มเป๊ะ

สายวัด

ใช้สำหรับวัดความยาวของกระดาษนั่นเอง

เหรียญ  

ขาดเหรียญแล้วจะใช้อะไรห่อล่ะเออ

ความพยายาม

ถึงจะมีอุปกรณ์ครบแล้วแต่ถ้าขาดความพยายามหรือตั้งใจในการทำ ผลงานก็คงจะไม่สำเร็จ การพับเหรียญโปรยทานทำเพียงครั้งเดียวอาจทำไม่ได้ ถ้าฝึกฝนไปเรื่อยๆ สักวันหนึ่งก็จะทำได้เอง ความสำเร็จไม่ได้มาง่ายๆ ต้องใส่ความพยายามเข้าไปด้วย ส้นทางที่สวยงามไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนะจ๊ะ


วิธีพับเหรียญโปรยทานดอกกุหลาบ

ด้วยการพับเหรียญแบบดอกกุหลาบมีหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกุหลาบแย้ม กุหลาบแรกแย้ม กุหลาบตูม กุหลาบมอญ ถ้าอย่างนั้นไปลุยกันดีกว่าว่าแต่ละชนิดมีวิธีพับอย่างไร

เริ่มกันที่ดอกกุหลาบแย้มมีหลากหลายวิธีด้วยกัน ว่าจะหมุนขวาก่อนหรือหมุนซ้ายก่อน แต่ละวิธีริบบิ้นที่ใช้ในการพับก็ยาวแตกต่างกัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ความถนัดของใครของมัน จึงมีหลายๆ คลิปมาให้เลือกชมตามความถนัดจ้า 

วิธีพับเหรียญโปรยทานดอกกุหลายแย้มแบบที่ 1

วิธีพับเหรียญโปรยทานดอกกุหลาบแย้มแบบที่ 2

วิธีพับเหรียญโปรยทานดอกกุหลาบแย้มแบบที่ 3


วิธีพับเหรียญโปรยทานดอกกุหลาบแรกแย้ม 


วิธีพับเหรียญโปรยทานดอกกุหลาบตูมแบบที่ 1 

วิธีพับเหรียญโปรยทานดอกกุหลาบตูมแบบที่ 2 


วิธีพับเหรียญโปรยทานดอกกุหลาบมอญ


นอกเหนือจากดอกกุหลาบแล้ว ยังการพับเหรียญโปรยทานดอกไม้ชนิดอื่นๆ อีกเพียบเลย เดี๋ยวจะยกตัวอย่างให้เห็นกันพอสังเขป อาทิ


วิธีพับเหรียญโปรยทานดอกพิกุล 


วิธีพับเหรียญโปรยทานดอกบัวเล็ก 


วิธีพับเหรียญโปรยทานดอกบัวกลีบซ้อน 


หากถ้าเบื่อการพับเหรียญโปรยทานจำพวกดอกไม้แล้ว ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของนักพับเหรียญจึงเกิดจินตนาการอันล้ำเลิศไหลหลั่งพรั่งพรูออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น ส้ม แตงโม กะหล่ำปลี แก้วมังกร สับปะรด


แต่ถ้าเป็นที่พูดถึงเมื่อไม่นานมานี้ คงหนีไม่พ้น พลอย ชิดจันทร์ นักแสดงสาวที่มีลูกน้อยน่ารัก (ไม่รู้ว่าตอนตั้งท้องกินอะไรเนอะ) และสามีอันเพรียบพร้อม ซึ่งพับเหรียญโปรยทาน อุ๊ย!  เรียกว่าแบงค์โปรยทานดีกว่า ที่ไม่ใช้ริบบิ้นให้ยุ่งยาก ไม่ต้องหาเหรียญให้วุ่นวาย ซึ่งพลอยใช้แบงค์จ้า แบงค์สีม่วง แบงค์สีเทา ซึ่งเรื่องแบบนี้จะว่ากันไม่ได้อยู่ที่กำลังของใครของมันเนอะ

The heart ❤️ that u teach me @chapyinkenhung preparing for my hubby Big day ???

A post shared by Chidjun Hung (@ploychidjun) on


สุดท้ายนี้ไม่อยากให้คนที่กำลังสนใจในการพับเหรียญโปรยทาน ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ผลไม้ หรือตัวการ์ตูน จงอย่ายอมแพ้ ความสำเร็จไม่ได้มาง่ายๆ ต้องแลกมาด้วยอุปสรรค และที่สำคัญคือความใส่ใจในการพับเหรียญโปรยทานค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ฝึกฝีมือไปเรื่อยๆ ให้เหมือนผู้หญิงคนนี้ ถือซะว่าเป็นกำลังใจในการพับเหรียญโปรยทานก็แล้วกัน


avatar
by buz

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon