4 วิธีพิชิตความกังวลให้อยู่หมัด

posted: 10 months ago
4 วิธีพิชิตความกังวลให้อยู่หมัด

comments

ความกังวลเป็นของที่อยู่คู่มนุษย์มาตลอด เรากังวลเพราะเป็นเรื่องสัญชาติญาณรักษาชีวิตของตัวเอง แต่ในโลกทุกวันนี้ เราไม่ต้องถึงขนาดสอดส่องคอยระวังว่าเสือจะโผล่มาจากพุ่มไม้ จระเข้จะขึ้นมางาบขณะกินน้ำ แต่ความกังวลสมัยนี้ เปลี่ยนไปในรูปแบบของค่าใช้จ่าย ความสัมพันธ์ หน้าที่การงาน และอื่นๆ อีกมากที่ถาโถมมาให้กังวล ความกังวล ทุกคนรู้มันไม่ได้มีประโยชน์อะไร ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้นและเป็นใจให้เราแม้แต่นิด จึงเป็นสิ่งที่ต้องจัดการให้อยู่หมัด



ไปกังวลเวลาอื่น

สมองของเรามักจะคิดสิ่งที่กังวลได้ทุกเมื่อ ไม่จบไม่สิ้น ดังนั้น คุณต้องจัดสรรเวลาสำหรับความกังวล มันอาจดูแปลกแต่ช่วยได้ โดยถ้าคุณกังวลเรื่องอะไรตอนนี้ ก็จดไว้ และบอกตัวเองว่า เรามีเวลากังวลให้นะ โดยกำหนดเวลากังวลเช่นช่วงเย็น แต่อย่ากำหนดก่อนเวลาเข้านอน เดี๋ยวจะทำให้นอนไม่หลับได้ ประมาณ 10 นาที แต่อย่ามากกว่านั้น แล้วคุณก็เอา list ขึ้นมาเลยว่าจะกังวลเรื่องอะไร โดยซอยย่อยเรื่องละ 2 นาที พอหมดเวลาก็คิดถึงเรื่องใหม่ การทำแบบนี้เพื่อไม่ให้ความกังวลทำลายชีวิตคุณมากเกินไป


สิ่งที่กังวลแก้ได้หรือแก้ไม่ได้

ถ้าสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวเราเป็นเรื่องที่แก้ได้ มันสำคัญจริง คุณก็จัดการแก้ตอนนั้นเลย ถ้าไม่สำคัญ ก็ค่อยหาวิธีแก้ทีหลัง สำหรับปัญหาที่แก้ไม่ได้ คุณก็ต้องแก้ที่มุมมองของตัวเองต่อสิ่งนั้น และถ้ายังแก้มุมมองไม่ได้ ก็ให้ใส่ไว้ใน worry list เอาไว้กังวลในเวลาที่คุณจัดสรรไว้ อย่าเอามากังวลประปรายระหว่างวันครับ


ยอมรับสิ่งที่คาดเดาไม่ได้

คนที่กังวลเกิดจากการไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น และมักคิดไปในทางที่แย่เสมอ ไม่ว่าจะคิดดีหรือไม่ดี มันก็ไม่มีผลต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น ยิ่งถ้าสิ่งนั้นเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะคิดในแง่ดีหรือไม่ดี ผลมันก็ต้องเกิดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าเรื่องดีเกิดขึ้นมันดีอยู่แล้วแหละครับ แต่แทนที่จะกังวลถึงผลที่แย่ เรามาทำใจยอมรับผลที่แย่ล่วงหน้าให้ได้ก่อน และจินตนาการไปให้สุดว่ามันจะแย่ได้สักแค่ไหน พอยอมรับได้แล้วก็หาวิธีรับมือกับผลที่แย่ที่สุด หรือหาวิธีรับผลที่แย่ระดับ 1 2 3 เผื่อไว้ คุณก็จะเลิกกังวลได้แล้วครับ


ฝึกสติไว้คอยจับความกังวล

เวลาความกังวลเกิดขึ้น มันไม่สนใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ กำลังยุ่งกับงานอยู่หรือไม่ มันอยากจะมาก็มา มันอยากจะไปก็ไป คุณต้องคอยฝึกรู้ตัวว่าความกังวลเข้ามาแล้วนะ แก้ได้ไหม แก้ได้แก้ แก้ไม่ได้ไม่หายกังวลก็จดไว้ใน worry list จบนะ ส่วนการฝึกสติ ก็ต้องฝีกทำสมาธิครับ ไม่จำเป็นว่าต้องนั่งขัดสมาธิ มือไว้บนตัก ไม่ต้องขนาดนั้นครับ แค่นั่งหลับตา นิ่งๆ ก่อนนอนหรือตอนตื่นนอน หายใจเข้า ออก ให้รู้ตัว และฝึกรู้ทันความคิดทุกอย่างที่เข้ามาขัดคุณจากการรับรู้ลมหายใจ ว่ามันเข้ามาแล้วนะ แต่อย่าไปกดไม่ให้คิด เพราะเราห้ามความคิดไม่ได้ แค่รู้ว่ามันเข้ามาและกลับมาเฝ้ารู้ลมหายใจ ฝึกให้ชินแล้วมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน คุณก็จะรู้เท่าทันก้อนความกังวล และหันกลับมาโฟกัสกับหน้าที่ตรงหน้าได้ครับ



วิธีทั้งหมดดูเรียบง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน หวังว่าทุกคนจะนำไปใช้จัดการเรื่องที่กำลังกังวลอยู่นะครับ สุดท้ายอยากให้ทุกคนเข้าใจว่า ความไม่แน่นอนมันอยู่คู่กับโลก มันไม่มีทางไปไหน อยู่ที่ว่าเราจะหาวิธีรับมือกับสิ่งที่แย่อย่างไร ถ้าเรารับสิ่งที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นได้ เราจะกังวลไปเพื่ออะไรครับ ยอมรับสิ่งที่แย่ที่สุดให้ได้ก่อนที่มันจะมาถึง และเมื่อมันเกิดขึ้น เราจะจัดการมันตามแผนที่วางไว้ เท่านี้ ก็ไม่มีอะไรน่ากังวลอีกต่อไปครับ


avatar
by Anatta อนัตตา

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon