เริ่มวางแผนการเงินขั้นพื้นฐาน บริหารผ่านฉลุย ตอนที่ 2

posted: 1 year ago
เริ่มวางแผนการเงินขั้นพื้นฐาน บริหารผ่านฉลุย ตอนที่ 2

comments

หลังจากที่เราจัดการวางแผนเรื่อง “ฐานล่าง” (คลิกบทความตอนที่ 1 ที่นี่) ของการวางแผนการเงินเรียบร้อยแล้วที่นี้เราก็มาดูที่ขั้นต่อมาก็คือ “การเพิ่มพูนความมั่งคั่ง (Wealth Creation)” กันต่อเลย ส่วนตรงนี้จะเป็นเป้าหมายการเงินที่เรียกว่า “เป้าหมายจำเป็น (Need)” เป็นเป้าหมายที่ไม่มีไม่ได้และทุกคนมีโอกาสต้องใช้เมื่อเวลามาถึง ซึ่งเป้าหมายหลักในส่วนตรงนี้ก็คือ


 


1. การวางแผนเกษียณอายุ (Retirement Planing)

สถิติที่น่าสนใจแต่น่าเศร้าก็คือคนไทยเริ่มวางแผนเกษียณตอนอายุเฉลี่ยคือ “42 ปี” ซึ่งถือว่าช้ามากๆ ทำให้เราจะใช้ประโยชน์จากเรื่อง “ดอกเบี้ยทบต้น(Compound Interest)” ได้อย่างไม่เต็มที่สักเท่าไหร่ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นเราลองมาดูตัวอย่างกันคร่าวๆ กัน

สมมติให้เราเกษียณอายุตอน 60 ปี และมีชีวิตถึงอายุ 80 ปี โดยชีวิตหลังเกษียณเราต้องการใช้เงินเดือนละ 20,000 บาทหลังเกษียณ แล้วนำเงินไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนปีละ 8% ซึ่งปัจจุบันก็เป็นที่รู้กันว่า “เงินเฟ้อ” ก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ กำหนดให้ที่ 4% ถ้าเราเริ่มออมเงินตอนอายุ 45 ปี เราต้องเก็บเงินสูงถึงเดือนละ 24,566 บาท แต่ถ้าเราเริ่มออมเงินตั้งแต่อายุ 25 ปีเราจะเก็บเงินเพียงเดือนละ 8,482 บาทเท่านั้น จะเห็นได้ว่าจำนวนเงินที่เราต้องออมเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วทุ่นแรงไปได้มากกว่า 3 เท่าตัว

______________________________________________________________________________________________________________________________________________________2-02_1024

นอกจากนี้ถ้าเรามีการวางแผนเกษียณแต่เนิ่นๆ จะทำให้เราจัดพอร์ตการลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงขึ้นด้วย เพราะ “ระยะยาว” ในการลงทุนจะส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงในการลงทุนอย่างชัดเจน ยิ่งนานยิ่งความเสี่ยงน้อยลง นั่นหมายความว่าเราอาจจะคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้ในความเสี่ยงเท่าเดิมหรือผลตอบแทนเท่าเดิมให้ความเสี่ยงที่ต่ำลงก็เป็นไปได้เช่นกัน ดังนั้นการเริ่มวางแผนยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งมีแต่ข้อดีมากเท่านั้น

2. การวางแผนการศึกษาบุตร (Education Planing)

แผนนี้เป็นแผนที่จำเป็นมากสำหรับคนที่มีลูก เราต้องเข้าใจก่อนว่าเรารู้อยู่แล้วเมื่อเรามีลูก ลูกเราต้องเข้าโรงเรียน ดังนั้นเรื่องค่าเทอมต่างๆ ของลูกเราสามารถวางแผนได้ อย่างแน่นอนไม่ใช่เรื่อง”ฉุกเฉิน” แต่อย่างใด ที่สำคัญถ้าอยากให้ของขวัญอะไรให้กับลูกสักอย่าง ส่วนตัวเชื่อว่าการให้ความรู้ให้ศึกษา ดีกว่าให้เงินทองเป็นไหนๆ ส่วนเรื่องการวางแผนยังไงนั้นสามารถดูได้จากบทความ วางแผนการเงินเพื่อ ‘การศึกษาบุตร’ ทำไมถึงจำเป็น?



3. เป้าหมายอื่นๆ ที่เป็นเป้าหมายจำเป็น

ขั้นตอนที่เราวางแผนการเงินจุดสำคัญเลยอยู่ที่ว่าเราต้องแยก “ความจำเป็น” กับ “ความต้องการ” ออกจากกัน ชีวิตคนเรามีความจำเป็นไม่เหมือนกัน ดังนั้นนอกเหนือจากเป้าหมายเรื่องการเกษียณและการศึกษาบุตรแล้ว ให้เราลองทำลิสต์รายการที่จำเป็นสำหรับครอบครัวเรา ชีวิตเราขึ้นมาดู แต่พื้นฐานต้องอยู่แค่ความจำเป็นเท่านั้น ตัวอย่างเช่นถ้าเราจำเป็นต้องมีรถจริงๆเพื่อทำงานส่งของเป็นต้น แน่นอนถ้าเป็น “รถกระบะ” แบบนี้เรียกจำเป็น แต่ถ้าเราต้องออกเรา “Supercar” สักคันนึงแบบนี้เราจะเรียกว่า “ความต้องการ”

ซึ่งถ้าถามว่าเราจะมีรถหรูสักคันได้มั้ย? คำตอบคือได้แน่นอนแต่ควรเป็นหลังจากที่เราทำเรื่องที่ควรทำเสร็จหมดแล้วเรียบร้อยเท่านั้นหรือก็คือจัดการเรื่องที่มัน “จำเป็น” ให้เรียบร้อยก่อนนั้นเอง

______________________________________________________________________________________________________________________________________________________2-03_1024

ทีนี้พอเราจัดการเรื่อง “การเพิ่มพูนความมั่งคั่ง (Wealth Creation)” เป็นที่เรียบร้อยแล้วเราก็มาดูต่อกันที่ “การส่งต่อความมั่งคั่ง (Wealth Distribution)” เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันเพราะว่า ยิ่งเรามีเงินที่ไม่ได้จัดสรรมากเท่าไหร่ยิ่งจะก่อให้เกิดปัญหาได้มากขึ้นเท่านั้น เราอาจจะเคยได้คิดข่าวเรื่องพี่น้องทะเลาะกันเรื่อง “มรดก” กันให้เห็นเรื่อยๆ มาโดยตลอด นั้นก็เพราะว่าเจ้าของมรดกไม่มีการจัดสรรที่ดี ทำให้ต้องมาทะเลาะแย่งมรดกกัน

แล้วหลายๆ คนชอบคิดว่ายิ่งรวย ยิ่งไม่น่ามีปัญหาเพราะมีเยอะน่าจะแบ่งกันได้ ซึ่งความคิดนี้ผิดอย่างมากเพราะยิ่งเงินมีปริมาณมากเท่าไหร่ โดยธรรชาติของคนแล้วยิ่งจะอยากได้ แม้ตัวเองจะได้เยอะแล้วก็ตามแต่ถ้าน้อยกว่าคนอื่นก็จะไม่เป็นที่พอใจสักเท่าไหร่



แล้วปัจจุบันตอนนี้ก็มี “ภาษีมรดก” และ “ภาษีการให้” เกิดขึ้นมาด้วย การที่เราไม่จัดสรรใดๆเลยจะทำให้การส่งต่อมรดกได้ไม่เต็มที่ 100% อาจจะโดนภาษีเป็นจำนวนเวลาที่ทายาทรับมรดกไป ก็แบบอะไรที่น่าเสียดายเหมือนกัน

สุดท้ายจะเห็นได้ว่าตามหลักวางแผนการเงินสากลแล้วนั้นไม่มีเรื่อง “ภาษี” อยู่ในแผนเลยเพราะเรื่องการลดหย่อนภาษีเป็นเรื่อง “ผลประโยชน์แฝง” เท่านั้นไม่ใช่ประโยชน์หลักที่เราต้องการ การลดหย่อนทำให้เรามีเงินเก็บเงินออมมากขึ้น แต่ถ้าเราเอาเรื่องภาษีเป็นตัวนำ อาจจะทำให้เราซื้อสินค้าการเงินบางตัวมากจนเกินความจำเป็นหรืออาจจะไม่ตรงตามความต้องการของตัวเรานั้นเอง


avatar
by JK, CFP®

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon