กลับมาได้ยังไง! สุดยอด 5 แมตช์ ฟุตบอล โกงความตาย!!!

posted: 2 years ago
กลับมาได้ยังไง! สุดยอด 5 แมตช์ ฟุตบอล โกงความตาย!!!

comments

ฟุตบอล แมตช์โกงความตาย_FeatureImage

ปาฏิหาริย์มีอยู่ทุกที่! ในเกมกีฬาเองก็เหมือนกัน คอ ฟุตบอล หลายคนมักพูดว่า “ลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้” ต้องบอกว่าเป็นคำพูดที่ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อยเมื่อมาเห็นสุดยอด 5 แมตช์โกงความตายที่สามารถพลิกกลับมาเอาชนะได้ในช่วงท้ายเพียงไม่กี่นาที! ต้องบอกว่ามันเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ จนทำให้คนดูอย่างเราถึงกับออกปากว่า “โอ้โห! ทำได้ไง!” ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับของทีมไหน ก็ยอมรับมาเถอะว่าภาพเหล่านั้นมันตรึงใจคุณมากจนมาถึงทุกวันนี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ: สุดยอดซุปเปอร์ฮีโร่ ที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ10 หนังท็อปยุค 90 ขวัญใจ IMDbหนังโป๊ เบื้องหลังที่ไม่ได้มีแค่แก้ผ้าหนังจากเกมสุดมันส์

Viriyah Insurance

1. เชลซี 4 นาโปลี 1, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ปี 2012 (เชลซี ชนะ 5-4 ด้วยผลประตูรวม)

ในปี 2012 ทีม “สิงห์บูลส์” ซึ่งอยู่ภายใต้การนำทีมของ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ซึ่งเป็นทีม แชมเปี้ยนส์ ลีก จากชัยชนะเหนือ บาร์เซโลน่าและ บาเยิร์น มิวนิค มันอาจจะเป็นเพราะเกมนี้ที่พวกเขาทำได้ในการพบกับยอดทีมจากอิตาลี ทำให้พวกเขาผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ และคว้าแชมป์ได้ในที่สุด  และในปีนั้นพวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ทั้งๆที่บุกไปแพ้มาก่อนในเกมนัดแรกถึง 1-3 ที่อิตาลี ทั้งนี้ “สิงโตน้ำเงินคราม” ต้องขอบคุณ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช สำหรับประตูสำคัญในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ฟุตบอล แมตช์โกงความตาย_(2)

2. ฟูแล่ม 4 ยูเวนตุส 1, ยูโรป้า ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย ปี 2010 (ฟูแล่ม ชนะ 5-4 ด้วยผลประตูรวม)

มันเป็นการปะทะกันของ 2 ทีมที่แตกต่างกัน ระหว่าง ฟูแล่ม ทีมเล็กๆ ในศึกพรีเมียร์ลีก กับ ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา ใน ยูฟ่า คัพ และแม้ว่าจะขึ้นนำก่อน แต่ดูเหมือนว่า ยูเว่ จะโดนกับดักอุบายของ ฟูแล่ม เมื่อต้องเสียผู้เล่น 2 คนจากการโดนใบแดง และที่สำคัญกว่านั้นต้องเสียถึง 4 ประตู ส่งผลให้ “เจ้าสัวน้อย” ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ก่อนที่จะจัดการคว่ำ โวล์ฟบวร์ก และ ฮัมบูร์ก ใน 2 รอบถัดมา และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศก่อนพ่ายอย่างน่าเสียดายให้กับ แอตเลติโก มาดริด 1-2

3. ลิเวอร์พูล 3 เอซี มิลาน 3 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ปี 2005 (ประตูรวม 3-3, ลิเวอร์พูล ชนะการดวลจุดโทษ)

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2005 ลิเวอร์พูล เจ้าของแชมป์ถ้วยยุโรป 4 สมัย ปะทะกับ มิลาน เจ้าของแชมป์ 6 สมัย ซึ่งหลังจากที่มิลาน ขึ้นนำ 3-0 จาก เปาโล มัลดินี่ และ เอร์นัน เครสโป อีก 2 ลูกในครึ่งแรก  แต่ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ “หงส์แดง” ก็กระตุ้นลูกทีมในช่วงพักครึ่งว่ายังมีงานต้องทำ ส่งผลให้ ลิเวอร์พูลยิง 3 ประตูตีเสมอได้สำเร็จ และบังคับให้เกมต้องเลยเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ

หลังจากจบ 120 นาทีซึ่งทำอะไรกันไม่ได้ และต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษในที่สุด ซึ่ง ทีมจากเมอร์ซี่ไซด์ เป็นผู้ชนะและครองแชมป์เป็นสมัยที่ 5 ของพวกเขา อย่างเหลือเชื่อ

Bangkok Insurance

4. เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า 4 เอซี มิลาน 0 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย ปี 2004 (กอรุนญ่า ชนะ 5-4 ด้วยผลประตูรวม)

“ปีศาจแดง-ดำ” เป็นเจ้าของแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก  และถูกคาดว่าจะคว้าแชมป์กลับไปนอนกอดได้อีกครั้งกับทีมที่แข็งแกร่ง ซึ่งประกอบไปด้วยนักเตะอย่าง เปาโล มัลดินี่, คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ และ เจนนาโร่ กัตตูโซ่  และจากการที่ “รอสโซเนรี่” เอาชนะก่อนในเกมนัดแรกที่ ซาน ซิโร่ ถึง 4-1 ทำให้ดูเหมือนว่าจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้แบบสบาย  แต่สุดท้าย มิลาน ต้องฝันสลายจากผลการแข่งขันในนัดที่ 2 เมื่อต้องมอง กอรุนญ่า ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ด้วยผลประตูรวม 5-4 และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อทีมที่ตกเป็นฝ่ายตามหลัง 3 ประตู จากเกมนัดแรกสามารถพลิกกลับมาชนะได้

ฟุตบอล แมตช์โกงความตาย_

5. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 บาเยิร์น มิวนิค 1, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ปี 1999

การกลับมาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ และความทรงจำในเกมนัดชิงชนะเลิศ ในประวัติศาสตร์การแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรป ทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังอย่างรวดเร็วในเกมนั้นจากการยิงฟรีคิกของ มาริโอ บาสเลอร์ และ บาเยิร์น ยังคงเล่นได้ดีกว่า “ปีศาจแดง” ในเกมนั้น อเล็ก ซิคเลอร์ และ คาร์สเท่น ยังเคอร์ 2 กองหน้า “เสือใต้” มีโอกาสอย่างมากในการยิงปิดเกม แต่ “ผีแดง” ยังประคองเอาไว้ได้จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บหรือ “เฟอร์กี้ไทม์” ซึ่งเป็นที่รู้กันในเวลานี้

ช่างเหมาะสมกับคำว่า “ลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้” ใช่มั้ยคะ กีฬา ฟุตบอล ต้องลุ้นกันจนนาทีสุดท้ายจริงๆ โดยเฉพาะช่วงเฟอร์กี้ไทม์นี่เป็นอะไรที่สุดยอด และไม่น่าเชื่อว่าจะเอาชนะได้ ฟังจากเสียงเฮลั่น Wembley ในวันนั้นแล้ว ทำให้รู้เลยว่า “มันเป็นอะไรที่สุดยอด!”


avatar
by admin

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon