‘ภัยก่อการร้าย’ ในยุคที่โลกโหดร้ายขึ้นทุกวัน เราทำอะไรได้บ้าง ?

posted: 1 year ago
1,276 views
‘ภัยก่อการร้าย’ ในยุคที่โลกโหดร้ายขึ้นทุกวัน เราทำอะไรได้บ้าง ?

comments

โลกของเราเคยได้รับผลกระทบที่เลวร้ายจากสงครามโลกครั้งที่ 1 (1914-1918) และสงครามโลกครั้งที่ 2 (1939-1945) ตามมาด้วยสงครามเย็น (Cold War) ที่ห้ำหั่นกันด้วยโฆษณาชวนเชื่อและจิตวิทยาด้านต่างๆเพื่อแสดงความชอบธรรมให้กับอุดมการณ์ทางการเมืองของฝ่ายตน รวมไปถึงสงครามกลางเมือง สงครามตัวแทนในภูมิภาคต่างๆที่นำมาซึ่งความสูญเสีย และไม่ว่าผลแห่งการสู้รบจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม…ย่อมไม่มีผู้ชนะที่แท้จริงในสงคราม บทความนี้ Rabbit Daily จะพาคุณไปสำรวจภัยโหดร้ายของโลกปัจจุบันที่มาในรูปแบบของ ‘ภัยก่อการร้าย’ ซึ่งไม่ได้มีเป้าหมายในการโจมตีแค่ศัตรู แต่ยังรวมถึงพลเมืองผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างความหวาดกลัวและต้องการปูทางไปสู่ผลกระโยชน์ที่กลุ่มตัวเองต้องการ แล้วพวกเราควรจะปฏิบัติตนอย่างไรในโลกแบบนี้ล่ะ ?

Photo : Business Insider
Photo : Business Insider


‘ก่อการร้าย’ ภัยคุกคามสันติภาพโลกแห่งศตวรรษที่ 21

Photo : AP

ประชาคมโลกผ่านเหตุการณ์สำคัญต่างๆมามากมาย และเมื่อถึงคราวที่มีการสู้รบและขัดแย้งก็ใช้อำนาจทางการทหารและความรุนแรงเข้าประจันหน้ากันเพื่อเริ่ม ‘สงคราม’ ซึ่งนำมาซึ่งความสูญเสีย ภาวะข้าวยากหมากแพง ประชากรประสบภาวะขาดแคลนอาหาร และที่รุนแรงกว่านั้นคือประชาชนถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน แม้ว่าตำราเรียนในยุคปัจจุบันจะจารึกเหตุการณ์สงครามครั้งสำคัญของโลกไว้ในแบบเรียนเพื่อให้เป็นบทเรียนที่สำคัญแก่คนรุ่นหลัง แต่ก็ดูเหมือนว่ามนุษย์ก็ยังไม่ได้เรียนรู้อะไรจากประวัติศาสตร์บนแผ่นกระดาษเหล่านั้น จริงอยู่ที่สงครามในปัจจุบันไม่ได้ขยายวงกว้างไปทั่วโลกเหมือนดังเช่นในอดีต แต่ก็ทรงพลังมากพอที่จะส่งผลให้ประเทศในอีกซีกโลกได้รับผลกระทบในด้านต่างๆ ไปด้วย

สำหรับภัยคุกคามในปัจจุบันอาจมีการปรับเปลี่ยนจากรูปแบบสงครามทางตรงมาอยู่ในรูปของ ‘สงครามตัวแทน’ และสร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนภายใต้ชื่อเรียก ‘การก่อการร้าย’ ซึ่งหมายถึงการใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างความกลัวเพื่อจุดประสงค์ทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นศาสนาหรืออุดมการณ์ทางการเมือง โดยไม่ใส่ใจชีวิตของพลเมืองผู้บริสุทธิ์ แม้ว่าปี 2016 กำลังจะผ่านพ้นไป แต่ก็เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้ผู้คนทั้งโลกภายในวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งเหตุการณ์โจมตีมัสยิดในเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ คนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งชนประชาชนในตลาดคริสต์มาสกลางกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงเหตุอุกอาจคนร้ายลอบสังหารนายอังเดร คาร์ลอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงอังการา ประเทศตุรกีจนเสียชีวิต ภายในงานจัดแสดงภาพศิลปะ แม้ทั้ง 3 เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในต่างสถานที่ แต่เป็นความสูญเสียที่เกิดในวันเดียวกัน และล้วนเชื่อมโยงไปถึงการก่อการร้ายที่ผู้คนทั่วโลกหวาดกลัว

นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์การก่อการร้ายอีกมากมายที่มีจำนวนมีเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการก่อการร้ายภายใต้ชื่อกลุ่มติดอาวุธ ISIS ที่เผยแพร่อุดมการณ์ทางศาสนาที่เน้นความรุนแรง ประกอบการการกระโดดลงมาเกี่ยวพันด้วยเหตุผลด้านผลประโยชน์ทางการเมืองที่ซ้ำซ้อนของประเทศมหาอำนาจต่างๆ คำถามคือ…ใครคือผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ? หากไม่ใช่ประชาชนในสมรภูมิรบ ตัวอย่างที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดคือประชาชนในประเทศซีเรีย ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะสงครามที่เกิดจากหลากหลายกลุ่มและมีความซ้ำซ้อน ทั้งภัยก่อการร้าย รวมถึงสงครามตัวแทนที่สู้รบเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองและอุดมการณ์ทางศาสนา ลองอ่าน ‘ได้โปรดยุติสงคราม’ สาส์นสันติภาพคำสุดท้ายจากชาวเมืองอเลปโป และ ชมภาพ ‘ซีเรีย’ ก่อนและหลังเกิดสงครามกลางเมือง จึงกล่าวได้ว่าภัยก่อการร้ายเป็นภัยที่น่าหวาดกลัวและกำลังคุกคามสันติภาพของโลกในศตวรรษที่ 21 นี้


สงครามโลกครั้งที่ 3 ?

Photo : AP
Photo : AP

แม้ว่ามีองค์กรนานาชาติมากมายที่ทำหน้าที่สนับสนุนสันติภาพ และพยายามเข้าไปยับยั้งเหตุรุนแรงที่ลิดรอนสิทธิมนุษยธรรมของประชาคมโลกเพื่อไม่ให้เกิดสงครามครั้งใหญ่ขึ้นมาอีกดั่งเช่นในอดีต แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งความรุนแรงและความขัดแย้งได้ ทั้งนี้ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในศตวรรษนี้ทำให้ประเทศต่างๆ สามารถพัฒนาอาวุธที่ทรงพลานุภาพและมีอำนาจทำลายล้างได้ทรงพลังยิ่งกว่าในอดีต การมีอาวุธอยู่ในมือก็ย่อมหมายถึงการมีอำนาจ ทำให้หลายๆ ฝ่ายวิตกกังวลว่า ‘สงครามโลกครั้งที่ 3’ อาจอุบัติขึ้นอีกครั้ง ? และเมื่อใดที่ขั้วมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐอเมริกาและรัสเซียเริ่มเคลื่อนไหวไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมหรือแทรกแซงการเมืองภายในประเทศใด ทั่วโลกก็ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดถึงทิศทางในอนาคตว่าจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านใด ซึ่งแน่นอนว่าสมรภูมิรบที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้ก็ยังคงเป็นพื้นที่เมืองในประเทศซีเรีย การที่รัสเซียร่วมสนับสนุนรัฐบาลซีเรียในการโจมตีพื้นที่กบฎในเมืองอเลปโป รวมถึงสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรก็ลงมามีบทบาทสำคัญในครั้งนี้ด้วย ก็แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่ตามมาอย่างมหาศาล ประชาชนหลายล้านคนต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัย และนำมาซึ่งปัญหาผู้อพยพหลั่งไหลเข้าสู่ยุโรป อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า ทุกๆเหตุการณ์เปรียบดังโดมิโนที่ส่งผลกระทบถึงต่อกัน จึงเกิดคำถามว่าหากสงครามโลกครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นจริงนั้นจะเป็นสงครามในรูปแบบใด ?

สำหรับประเทศไทยและกลุ่มประเทศในอาเซียนแม้จะไม่ได้เป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งของสถานการณ์โลกปัจจุบัน แต่ก็เคยเกิดการณ์ระเบิดกลางสี่แยกราชประสงค์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ทำให้หลายๆ ฝ่ายต้องกวดขันเรื่องการเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัย และหากแม้เกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในต่างประเทศ แม้จะไม่ส่งผลกระทบต่อไทยโดยตรง แต่ไทยก็ย่อมได้รับผลกระทบในภาคเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน เพราะเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างพึ่งพิงซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำมันและเงินตรา นอกจากนี้การวางตัวเป็นกลางและการดำเนินนโยบายต่างประเทศก็มีส่วนสำคัญต่อทิศทางสถานการณ์โลก


เราทำอย่างไรได้บ้างในโลกแห่งความหวาดกลัว

สงคราม
Photo : NBC News

สิ่งที่การก่อการร้ายทิ้งร่องรอยเอาไว้ก็คือ ‘ความหวาดกลัว’ กลัวว่าชีวิตจะไม่ปลอดภัย กลัวว่าทรัพย์สินจะเสียหาย และกลัวว่าจะถูกลิดรอนเสรีภาพในการดำเนินชีวิต เอาเป็นว่า Rabbit Daily มี 5 ข้อแนะนำดีๆ มาเสนอว่าเราควรทำอย่างไรบ้างในสถานการณ์โลกเช่นนี้ !

1. เสพสื่ออย่างมีสติ

อันดับแรกเลยคือคุณจะต้องเสพสื่ออย่างมีสติ โดยเฉพาะสื่อในโซเชียลซึ่งความรวดเร็วและทุกคนสามารถเข้าถึงได้ มีข่าวสารจำนวนมากที่ไม่มีความถูกต้อง แต่เน้นความรวดเร็วในการเผยแพร่ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งแชร์ข่าวอะไรหากข่าวนั้นมาจากสื่อที่ไม่น่าเชื่อถือ และเมื่อเสพข่าวและก็ต้องไตร่ตรองด้วยว่าข่าวนั้นเขียนขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ใด ต้องการเผยแพร่ข้อมูลความรู้ ต้องการจุดกระแสความคิดให้ผู้คนได้ตระหนักถึงสงคราม หรือต้องการสร้างความเกลียดชังด้วยข้อมูลที่บิดเบือน ทางที่ดีติดตามข่าวสารจากสื่อที่สามารถเชื่อถือได้จะดีกว่าแชร์ข้อความหรือข่าวสารที่มีมีแหล่งอ้างอิงต่อๆ กันมา

2. มีภูมิคุ้มกันที่ดี

การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในที่นี้หมายถึง ต้องไม่หลงเชื่อข้อมูลใดง่ายๆ และต้องสติปัญญาไม่ถูกชักจูงไปในทิศทางใดๆ ได้ง่ายจนเกินไป หากคุณไม่มีความรู้ความเข้าใจในประเด็นนั้นๆ ก็ควรศึกษาหาความรู้ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นหรือหลงเชื่อผู้ที่มาชักจูง คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกว่าจะไม่ทันกระแส เพราะการทันกระแสข่าวสารโลกจะมีประโยชน์อะไรหากข้อมูลที่คุณรับมานั้นเป็นข้อมูลเท็จและถูกบิดเบือน

3. ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง

ในยุคที่ความคิดทางการเมืองแตกออกเป็นหลายฝ่าย อุดมการณ์ทางศาสนาถูกท้าทาย ผู้คนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆได้ง่ายมากขึ้น จึงไม่แปลกที่ทุกคนจะมีความคิดที่หลากหลาย เพราะฉะนั้นการจะอยู่ร่วมกับทุกคนในสังคมปัจจุบัน ข้อสำคัญคือต้องรู้จักยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง พูดคุยและแนะนำกันด้วยเหตุผล ไม่ควรดูถูกหรือเหยียดหยามความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่าง เนื่องจากแก่นหลักที่แท้จริงของทุกศาสนาคือต้องการให้มนุษย์เป็นคนดี มีความรักความเมตตาต่อกัน นอกจากนี้หากพบผู้ที่มีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างก็ควรยอมรับฟัง เนื่องจากแต่ละคนล้วนได้รับชุดข้อมูลที่หลากหลายไม่เหมือนกัน และมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันอีกด้วย

4. ไม่สร้างความเกลียดชัง

การสร้างความเกลียดชังต่อกันเป็นหนทางที่จะนำไปสู่ความรุนแรงในอนาคต โดยเฉพาะประเด็นด้านศาสนา ชาติพันธุ์และสีผิว ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ควรระมัดระวังในการสื่อสาร ไม่สร้างความเกลียดชังต่อกัน ยอมรับและเคารพต่อวัฒนธรรมที่แตกต่าง ไม่เหมารวมกลุ่มผู้คนด้วยปัจจัยภายนอกหรือมายาคติ

5. ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้แก่กัน

นอกเหนือจากการแก้ไขทัศนคติของตนเองเพื่อให้อยู่ร่วมกันในความแตกต่างได้แล้ว ก็ยังมีสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของเราประกอบด้วย เช่น เราอาจปรับเปลี่ยนความคิดและมุมมองตนเองได้ แต่เราไม่มีทางทราบว่าเหตุก่อการร้ายที่จะเกิดขึ้นนั้น จะเกิดขึ้นที่ใดและเวลาใด เพราะฉะนั้นนอกจากหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในแหล่งชุมชนที่คนพลุกพล่านแล้ว คุณจะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาระวังภัยให้แก่กันและกัน หากพบเหตุการณ์ผิดปกติ ผู้ต้องสงสัย หรือวัตถุต้องสงสัยก็ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่


สถานการณ์โลกแม้จะเกิดในต่างประเทศ แต่ก็เป็นเรื่องที่เราต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งของโลกย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ เปรียบดังโดมิโน่ที่พร้อมจะล้มทับกันต่อๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง การเตรียมภูมิคุ้มกันให้พร้อมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกคน


avatar
by เคอร์เซอร์กะพริบ
อัพเดตกระแสฮิตติดโซเชียล เกาะติดอีเว้นท์ชิคๆรอบกรุง จับตาทุกความเคลื่อนไหวของเซเลบริตี้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

loading icon